เปลี่ยนใจ

posted on 22 Jul 2017 18:05 by seaukun

 Hello I love you - The door 

เสือชอบเพลงนี้ มันอารมณ์แบบเจอหน้ากันแล้วเชี่ยคนนี้

ดีต่อใจจังเลย แต่ดูเหมือนเค้าไม่น่าจะสนใจเราสักนิด

 

 

สองเดือนผ่านไป กับเปิดเรียนปีสี่ด้วยวอร์ดที่ใครๆก็บอกกันว่าเป็นวอร์ดที่หนักที่สุดในบรรดาทุกวอร์ดในโรงเรียนแพทย์ นั่นคือวอร์ดอายุรกรรม (internal medicine) หรือที่ใครๆเรียกกันว่าวอร์ดเหม็ด (Med) นั่นเอง

มหาลัยเสือจับเด็กไปเรียนแต่ละวอร์ดโดยการสุ่ม ดังนั้นมันก็เป็นดวงแต่ะคนที่จะไปอยู่วอร์ดหนักหรือวอร์ดเบาก่อน และเพราะการสุ่ม ทำให้เสือไม่ได้อยู่วอร์ดเดียวกับเพื่อนคนไหนในกลุ่มเลยในเทอมแรก ชีวิตก็เปลี่ยนไป จากที่เคยเจอกันในห้องเลคเชอร์ทุกวัน 

แต่ก็ยังพอมีเวลาเจอกันบ้าง เพื่อนในกลุ่มเสือบางคนอยู่วอร์ดเล็กก่อน เวลาไปกินข้าวกันก็จะ เออเสือเลือกเลย สงสารอยู่วอร์ดหนักก่อน 

(วอร์ด - ภาควิชา โดยหลักที่เรียกกันคือ เมเจอร์วอร์ด = วอร์ดหลัก อายุรกรรม ศัลยศาสตร์ สูตินารีเวช กุมารเวร , ไมเนอร์วอร์ด = วอร์ดเล็ก ออโถ เวชศาสตร์ฉุกเฉิน เวชศาสตร์ชุมชน จิตเวช รังสีวิทยา วิสัญญี(ดมยาสลบ) นิติเวช จักษุ หูคอจมูก etc.)

วอร์ดอายุรกรรมคือวอร์ดที่รักษาโรคทั่วไปทุกโรคที่ไม่จำเป็นต้องผ่า หรือ เป็นอวัยวะเฉพาะทาง ดังนั้นเนื้อหาที่จำเป็นต้องรู้ในวอร์ดเหม็ดคือกว้างเป็นทะเล ทำให้เสือที่ความรู้จากการสอบศรวเมื่อปลายเมษาหายวาบไปกับปิดเทอมสองอาทิตย์ก่อนขึ้นปีสี่ หืดจับขึ้นคอเป็นอย่างมาก

อาทิตย์แรกที่ขึ้นมาเรียนวอร์ดเหม็ด เสือบอกเลยว่าเป็นอีกก้าวที่ต้องปรับตัวมาก เพราะชีวิตเสือยังไม่ค่อยเจออะไรมาก การปรับตัวใหญ่ๆของเสือก็มีแต่ ช่วงเข้ามอต้น มอปลาย และก็มหาลัย ดังนั้นการขึ้นมาเรียนวอร์ดเหม็ดนี้ เสือบอกได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า อาทิตย์แรกของเสือ เสือโคตรของโคตรเหนื่อย

 

วงจรชีวิตที่เสือพอจะเล่าให้เห็นภาพได้

7.15 มาตามแล็บให้พี่เด้นท์

7.30 ราวน์ วิ่งถือชาร์จผู้ป่วยตามเตียง (ขบวนประกอบด้วย สามคนหน้าพี่เด้นท์ พี่อินเทิร์น พี่เอกเทิร์น ปีห้า ปีสี่ ปกติน้องๆจะอยู่วงนอก แต่ถ้าเป็นเคสที่ตัวเองดูแลจะได้สิทธิ์เขถิบไปข้างพี่เด้นท์หน่อย เผื่อพี่ถาม + ฟังข้อมูล)

ศัพท์ : 

  • Resident หรือ เดนท์ คือแพทย์ประจำบ้าน ที่จบแพทย์ 6 ปีแล้วมาเรียนต่อเฉพาะทาง โดยอาจจะผ่านการใช้ทุนมาแล้วหรือไม่แล้วแต่คน
  • Intern : แพทย์ใช้ทุน หลังเรียนจบ 6 ปี
  • Extern : นักศึกษาแพทย์ปี 6 ซึ่งใส่เสื้อกาวน์สั้นที่ใครๆก็เรียกว่าเสื้อสามารถ แปลว่าใส่เสื้อนี้แล้วต้องทำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ใส่ท่อช่วยหายใจคนไข้จนถึงเข็นเตียง 

 

8.15 ไปฟังพี่เด้นท์พรีเซ้นต์งานในห้องรวม (ส่วนใหญ่คือไปหลับ + ปั่นงาน แต่หลังๆที่เริ่มฟังรู้เรื่องแล้ว เสือก็ตั้งใจฟังและคิดตามนะ แต่ก็หลับอยู่ดีว่ะ)

9.00 แล้วแต่ตาราง อาจารย์มาสอนข้างเตียง (โดยนศพเป็นคนเลือกเคสเอง) , พี่ชีพเดนท์ (เดนท์ปีสูงสุด) ไม่ก็อาจารย์ มาราวน์เพื่อดูแลการรักษาคนไข้อีกต่อหนึ่ง

11.00 เรียนเลคเชอร์ ไม่ค่อยจะเสร็จพอดีเที่ยงเท่าไร บางวันมีเวลากินข้าว 15 นาที

13.00 เลคเชอร์ , ฟังพรีเซนต์

15.00 ราวน์เย็น (ถ้ามาทัน) ถ้าไม่อยู่เวรก็นั่งรอเผื่อพี่มีอะไรให้ทำ เช่น เจาะเลือด , ทำแล็บ (ส่องกล้องจุลทรรศน์ดูเชื้อ) , ทำหัตถการต่างๆ (ใส่สายโน่นนี่ , เจาะท้อง , ทำแผล) ถ้าไม่มีอยู่เวรพี่ก็จะปล่อยตอนราวๆ 16.30 ถ้าอยู่เวรก็อยู่ถึงเที่ยงคืน (แต่ปกติไม่ค่อยได้กลับตอนนี้หรอก เพราะต้องไปซักประวัติตรวจร่างกายผู้ป่วย หาเคสมาเขียนรายงาน เคสเข้าใหม่ก็ต้องไปศึกษาชาร์ต ตามแล็ปรอบเย็น) ปกติถึงหอ 19.00

อาทิตย์แรกกลับมาหลับเป็นตาย ไม่ได้อ่านหนังสือเลย ไม่ต้องพูดถึงกิจกรรมเพื่อความเพลิดเพลินอื่นๆ เช่นดูซีรี่ส์ 

มีข้าวเวรให้กินทุกวันตอนเย็นฟรี อร่อยและทำให้ใช้เงินน้อยมากในแต่ละวัน (รวยมาก ณ จุดนี้ เพราะเวลาใช้เงินก็ไม่มี ข้าวก็ฟรี ถ้าเทียบกับเพื่อนที่อยู่วอร์ดเล็กก่อน รายนั้นจะมีเวลาไปกินโน่นซื้อนี่มากมาย จนฐานะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง)

ไลฟ์สไตล์จะขึ้นกับพี่เด้นท์เป็นส่วนใหญ่ พี่เด้นท์คนแรกเสือดุ จนนศพกลัวกันหัวหด (รวมถึงเอกเทิร์นด้วย 555=) แต่สอนเยอะมาก ต้องกลับไปอ่านเยอะๆจะได้ตามพี่ทัน แต่พี่บางคนก็ไม่ค่อยสอน บางคนก็ชิล

ส่วนคนที่สองนี่ฮาน้ำตาร่วง เป็นการราวน์ที่โคตรมีสีสันในทุกๆวัน ตอนราวน์ เย็น พอเด็กๆมานั่งที่วอร์ดกันสลอน แล้ว พี่ก็จะ อ่าวราวน์กันเถอะ แล้วก็รวบรวมชาร์ตใส่รถเข็นเดินเข็นไปตามเตียง (แต่สักพักนโยบายนี้ก็เลิกไปเพราะเกะกะทางเดินมาก ยิ่งช่วงหลังๆ เตียงแทรกตามทางเดินเยอะ เลยเข็นรถลำบาก ต้องให้เด็กๆมาถือชาร์ตตามราวน์แทน เสือดีหน่อยที่ดันเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม เพื่อนๆเลยช่วยถือให้)

พอไปอยู่ที่หน้าเตียงไหน พี่ก็จะถาม นี่เคสใคร พอใครยกมือก็จะโดนถามยับเกี่ยวกับข้อมูลผู้ป่วย โรค การวินิจฉัย ความรู้ต่างๆ โดยซอยจนตอบไม่ได้ในที่สุด เนื่องจากรู้เคสก่อนมีชัยไปมากกว่าครึ่ง (เอาจริงๆเราก็ไม่ได้ศึกษาทุกเคสที่เราถือไว้หรอก) จึงต้องอาศัยเวลาเดินราวน์แอบเปิดชาร์ตตัวเองดูก่อน เวลาโดนถามจะได้มีอะไรไปตอบได้บ้าง เสือบัญญัติสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วยคำว่า "โกงความตาย" เวลาใกล้จะถึงเตียงเคสเสือ เสือก็จะคว้าชาร์ตมาบอกว่าขอโกงความตายแป๊บแล้วดูคร่าวๆ ให้อะไรติดเข้าไปในหัวบ้าง และหลังๆก็มีเพื่อนและพี่เริ่มเอาคำนี้ไปใช้บ้างแล้ว

พี่เดนท์คนสุดท้ายของเสือเป็นนางฟ้าประจำวอร์ด หลังจากราวน์แต่ละเตียงเสร็จจะถามผู้ป่วยว่า มีอะไรจะถามหมอไหมจ๊ะ เสือว่ายังไงเสือก็น่ารักได้ไม่ถึงพี่เค้าแน่ๆ คงจะดีต่อใจเพื่อนในกลุ่มเสือหน่อย เพราะพี่สองคนแรกเป็นผู้ชาย 

พี่ๆเคยบอกว่าเพื่อนในกลุ่มดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ถ้าแย่ก็ซวยไป โชคดีที่เสืออยู่ในกลุ่มแรก เพื่อนๆเสือน่ารักมาก และฮามาก เสือมีปัญหาในการปรับตัวเข้ากับสังคมอยู่แล้ว แต่พอมาเจอแบบนี้รู้สึกดีมากจริงๆ 

 

โอเคจบการรีวิววอร์ด 

 

เสือเคยพูดไว้ก่อนขึ้นปีสี่ว่าเสืออยากขึ้นมาก เพราะอยากรู้ว่าตัวเองทำอะไรได้บ้าง 

 

เพื่อนเสือหลายคนที่ขึ้นวอร์ดใหญ่ก่อน แต่ละคนจะมีจิตใจที่ท้อแท้ บ่นอยากลาออกบ้าง เหนื่อยบ้าง อยากซิ่วไปเรียนคณะอื่นบ้าง ซึ่งเสือก็รู้สึกเหนือยไม่ต่างจากเพื่อนๆเลย แต่เสือก็ไม่คิดจะลาออกนะ เพราะส่วนหนึ่งคือ ถึงแม้เสือจะคิดว่าตัวเองน่าจะสามารถสอบเข้าคณะอื่นๆได้ แต่เสือว่าตัวเองคงไม่สามารถเรียนอะไรได้อีกแล้ว เสืออาจจะทำได้หลายอย่าง แต่สิ่งที่เสือทำมันไม่ค่อยสุดสักทางเลย 

เล่นโป๊กเกอร์ เล่นจนล่มจม เก่งสุดคือแจกไพ่

เล่นคีย์บอร์ด ออกงานได้ขำๆ แต่พอเจอตัวจริงฉันก็คงต้องแพ้ 

และพอผ่านช่วงเวลาที่แสนเหนื่อยล้าและท้อแท้ไป เสือก็พบว่าเสือมีความสุขดีกับการเรียนชั้นคลินิกนะ (ชั้นคลินิกคือการเข้าไปเรียนใน รพ. ปี 4 5 6)

ถึงแม้ว่าเสือจะไม่ได้ไปดูหนังที่โรงและในหอติดต่อกันราวๆ 3 อาทิตย์ก่อนสอบ หรือไม่ได้ตื่นสายเพราะต้องไปราวน์เช้าทุกวัน (อะไรคือการตื่น 8.00 โมง ไม่ต้องพูดถึงตื่นเที่ยงที่เสือทำเป็นนโยบาย เพราะเสือตื่นหกครึ่งทุกวัน) แต่เสือก็รู้สึกสนุกดีกับอะไรหลายๆอย่าง นอกเหนือจากการส่องพี่เดนท์ที่ดีต่อใจใครก็ชอบ เสือก็ค้นพบว่าสิ่งที่เสือคิดว่าตัวเองน่าจะชอบนั้น เสือชอบจริงๆ 

นั่นคือหัตถการ (การใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์กับคนไข้) 

แม้ว่าปีสี่เสือจะไม่ค่อยได้ทำอะไรเท่าไร ยิ่งในรร.แพทย์ด้วยเพราะมีคนมากมายทำหน้าที่นั้นอยู่แล้ว แต่กระนั้นเสือก็ยังได้ทำหัตถการที่เค้าคล้ายๆจะบังคับว่ามึงต้องทำได้ เช่นการเจาะ blood gas เป็นต้น 

การเจาะ blood gas คือการเจาะเลือดจากเส้นเลือดแดง ซึ่งคนส่วนใหญ่จะไม่เคยเจาะกัน เพราะการเจาะเลือดทั่วไปจะเจาะจากเส้นเลือดดำ การเจาะblood gas ส่วนใหญ่จะทำเพื่อดูค่าความเป็นกรดด่างของเลือด 

วิธีการเจาะคือต้องคลำหาชีพจรก่อนค่อยเจาะลงไป ค่อนข้างยากถ้าเทียบกับเส้นเลือดดำ แรกๆที่เสือเจาะ เสือเจาะไม่ขึ้นเลยจนเครียดกลับไปเอาตีนก่ายหน้าผาก (ที่เสือเครียด เพราะคิดว่าตัวเองน่าจะชอบการทำหัตถการ พอมาล้มเหลวแบบนี้เสือเลยทำใจไม่ค่อยได้) หลังจากนั้นเสือจะหลีกเลี่ยงการเจาะ เวลาใครเจาะทีเสือจะช่วยเตรียมเข็ม (บอกเลยว่าเสือเตรียมเข็มได้คล่องมากๆ) และไปยืนดู 

จนกระทั่งวันหนึ่ง มันอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีคนมาว่างเจาะ เสือเลยฮือออ มันคือครากูที่ต้องทำให้ได้แล้ว และเสือก็ทำได้ในทีสุด และหลังจากนั้นหลังผ่านเคสที่ต้องเจาะเลือดมาไม่ต่ำกว่า 20 เคส เสือกล้าพูดเลยว่านอกจาก เรื่องนอน เรื่องแจกไพ่ และเรื่องปีนป่าย อีกสิ่งที่เสือทำได้ดีคือการเจาะ blood gas นี่แหล่ะ 

เป็นหนึ่งเรื่องในชีวิตที่ภูมิใจ จนถึงขั้นไปเล่าให้เพื่อนคนอื่นฟังจนเค้ารำคาญกันหมด ไม่ต้องถามถึงหม่อมแม่เสือ ที่วันๆได้แต่รับข่าวสารว่าลูกเจาะเลือดอย่างโน้นอย่างนี้ แต่อย่างอื่นทำได้ไหม ไม่รู้ 

 

แต่โดยภาพรวมถึงเสือจะมีความสุขดีกับวอร์ดเหม็ด แต่ด้วยบุคลิกภาพ และ ทัศนคติของเสือนั้น ไม่เหมาะกับการเรียนต่อเฉพาะทางเหม็ดแน่นอน ดังนั้นเสือเลยบอกเพื่อนๆไปว่า ถ้าจบไปเห็นเสือไปเรียนต่อเหม็ด เสือจะคลานสี่ขาเห่ารอบโรงบาลให้ดู เสือว่าเสือคงจะไปคอยหาตัวเองจากวอร์ดอื่นๆดู เพราะกว่าจะได้เรียนเวชศาสตร์ฉุกเฉินที่เสือสนใจจริงๆก็ปี 5 โน่น

 

Next station ของเสือ คือวอร์ดศัลยศาสตร์ จากได้ฟังการรีวิวจากเพื่อนๆมา เสือว่าคงเป็นวอร์ดที่หนักปางตายแต่บันเทิงเข้าขั้นอีกวอร์ดนึง สิ่งที่เสือรอคือการได้อยู่เวรฉุกเฉินในวอร์ดนี้ 

 

สำหรับเรื่อง elective ของเสือ ที่เคยคิดว่าอยากไปเลิดสิน เสือว่าเสืออาจจะพักโครงการไปก่อนเนื่องจากว่าการศึกษาพบว่า เสืออาจจะไม่ค่อยได้ทำอะไรนัก สิ่งที่เสืออยากทำคือการได้ฝึกหัตถการมากกว่า เสือเลยว่าคงหา รพ.ศูนย์สักที่ดู ตอนนี้ในใจคงเป็นลำปาง เพราะรพ.อยู่ใกล้สะพานรัษฎาพิเศก หรือไม่ก็ชลบุรี เพราะได้แวบไปพัทยาได้บ้างมั้ง

 

เสือก็ไม่มีอะไรพูดถึงเท่าไรนอกจากเรื่องเรียน เพราะเสือไม่ได้ไปไหนเลยนอกจากรพ. ดังนั้น อีกสองเดือนหน้าที่เสือปิดเทอมเสือว่าเสือคงมีอะไรพูดได้มากกว่านี้

 

ปล. เรื่องไร้สาระจะถูกใส่ในปล.

ปล.1 เสือก็รู้สึกดีกับหลายคนที่ได้เจอกันเหมือนกันนะ เพราะต้องอยู่ด้วยกันบ่อย และคนที่เสือรู้สึกแบบนั้นก็มักจะเป็นคนแนวๆเดียวกัน แต่มันก็ผ่านไปไว จนเสือถามแม่ว่า เสือก็ไม่ได้ทุเรศทุรังขนาดนั้น แต่ดูสถานการณ์แล้วเสือคงจะไม่ได้แต่งงานแน่ๆ 

ปล.2 จากการขึ้นปีสี่มาทำให้เสือรักเชียงใหม่เพิ่มกว่าเดิม เสือเลยโอเคขึ้นมาว่า ถ้าเสือต้องเรียนต่อที่ใดที่ไม่ใช่กรุงเทพล่ะก็ เสืออาจจะพอโอเค

ปล.3 เสือซื้อแผ่น BNK48 มาล่ะ แต่ไม่มีเวลาไปงานจับมือ รู้สึกเศร้าจัง 

ปล.4 เสือไม่ได้กลับบ้านมาสองเดือนกว่าแล้ว และกว่าจะได้กลับจริงๆก็ปลายกันยาโน่น เสือคิดถึงบ้านจัง 

Comment

Comment:

Tweet