โคตรโอเค

posted on 22 Aug 2016 04:50 by seaukun in Dairy

ลองคิดดู - Anything else?

เสือฟังเพลงนี้เป็นร้อยรอบแล้ว เสือว่าเมโลดีมันติดหูดี 

 

เสือเพิ่งสอบเสร็จ จากบล็อกต่อมไร้ท่อเรียนเกี่ยวกับ

ฮอร์โมน ซึ่งเสือแทบไม่ค่อยเครียดเพราะตอนมอหกเคย

ได้ท็อปตอนสอบเรื่องฮอร์โมน 

 

แต่เอาจริงๆมันก็ไม่ได้ง่ายนักหรอก แต่เสือเกลียดความ

ไม่ยากของมัน เพราะคนอื่นจะทำได้ และเสือจะทำได้น้อย

กว่าเค้า 

 

บล็อกนี้เสือมีเรื่องต้องคิดมากมาย เอาตั้งแต่เรื่องแรก

แล้วกัน คือเรื่องกิจกรรม 

 

เพราะใกล้เปิดเทอมของน้องปี 1 ที่เพิ่งเข้ามาใหม่

ปี 3 อย่างเสือเลยต้องมีกิจกรรมรับน้องกันค่อนข้างเยอะ

เสือก็ไม่ได้ทำอะไรพิเศษ นอกจากขนของ เล่นดนตรี 

เทคน้องไปตามเรือง

 

รู้ไหมพอขึ้นปีสาม สำหรับคณะอื่นที่เรียน 4 ปี 

ปี 3 คงเป็นปีที่โตมากแล้ว แต่สำหรับเสือที่เรียน 6 ปี 

ก็ยังไม่รู้สึกตัวเองใกล้วัยที่ต้องออกไปเผชิญกับโลกแห่ง

การทำงานจริงๆเท่าไร แต่เรื่องแก่นี่รู้สึกนะ เพราะตอนนี้เสือ

ก็แก่สุดในชั้นพรีคลินิกแล้ว 

 

ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากจะบอกว่ารุ่นน้องต้องตาต้องใจ

เสือเหลือเกิน ทั้งน้องๆปี 2 กับน้องปี 1 

 

เสือนี่ตามกรี๊ดรุ่นน้องเป็นป้าแก่ๆ ไล่ส่องเด็กๆกับเพื่อน

โอ้ยรุ่นน้องคณะเสือทำไมงานดีงานละเอียดแบบนี้ได้

ทำพี่ชุ่มชื่นหัวใจจังเลย พี่มองไม่เห็นคณะอื่นอีกเลย 

 

น้องสายรหัสเสือคนนึงหล่อมาก ตอนแรกเสือจะมานั่ง

ตบตีกับเพื่อนเรื่องแย่งน้อง เพราะน้องหล่อเสือหวง 

สุดท้ายตอนนี้คงต้องไปตบตีกับทั้งคณะ เพราะมีคนมา

จีบเค้าเยอะเหลือเกิน ไหนจะมาขอให้เป็นหลีดอีก 

โชคดีที่ไม่เป็นนะ พี่โคตรหวงเลย 

 

วันแรกที่เฉลยสายรหัส เสือก็ซื้อขนมเต็มที่ ไปเปย์น้อง

ผลคือสัสเอ้ยน้องเค้ากลัวกูเลย แต่หลังๆน่าจะหายกลัว

แล้วมั้ง เพราะเสือเริ่มรักษามาด และนอนมากขึ้น 

 

มีรุ่นพี่สายรหัสเสือถามน้องเค้าว่า มีแฟนยัง น้องเค้าตอบ

เสียงดังมากว่า ไม่มีครับ 

เสือแทบจะถามต่อว่า แล้วอยากมีไหม แต่ถ้าทำแบบนั้น

เสือคงต้องมีเรื่องกับสายรหัสเสืออีก เพราะสายรหัสเสือ

ก็ชอบน้องทั้งนั้น 

 

ไม่เป็นไร เฝ้ามองแบบห่างๆ อย่างห่วงๆดีกว่า

 

ถ้ากิจกรรมเป็นเรื่องไปส่องน้องๆก็เป็นผลพลอยได้ที่ดีมาก

แต่สิ่งที่เสือเรียนรู้บางอย่างคือ เสือแม่งโคตรยึดตัวเองเป็น

ศูนย์กลางเลย 

 

เสือคิดว่าตัวเองเป็นคนมีความรับผิดชอบ ทำงานดี การทำงาน

ของเสือจะเน้นผล วิธีการอาจจะไม่ราบรื่นขนาดนั้น แต่ผลมันค่อน

ข้างดี และตอนนี้เสือก็เชื่อแบบนั้นอยู่ ทำให้การทำงานหลายครั้ง

ของเสือ เสือจะหงุดหงิดมาก ถ้าเห็นคนทำงานแย่ๆ แบบไม่รู้จักคิด

เอาแต่ความต้องการตัวเอง เสือจะคิดโกรธๆว่า ถ้าคนที่ทำงานด้วยกัน

มีแต่คนแบบเราก็ดีสิวะ งานแม่งคงออกมาดีกว่านี้

 

เสือแค่อยากระบายไม่มีอะไรหรอก

เสือเคยได้ยินหลายครั้งมาก ว่าคนเรามักอยากกลับไปเป็นเด็ก

เพราะโลกของผู้ใหญ่มันโหดร้าย ตรงข้ามกับเสือ เสือว่ายิ่งโตขึ้น

เสือยิ่งชอบตัวเอง เสือว่าการโตเป็นผู้ใหญ่จากการวัดที่ความรับผิดชอบ

เป็นสิ่งที่ดีมาก การโตเป็นผู้ใหญ่ของเสือคือ ความรับผิดชอบมากขึ้น 

มีเหตุผลมากขึ้น นั่นคือเสือว่าดี 

 

และการทำงานไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนมักจะเกิดปัญหาถ้าคนไม่มีความ

รับผิดชอบ เสือไม่อยากใช้คำว่าทำตัวไม่รู้จักโตนะ แต่ถ้ารู้จักคิดมากกว่านี้

ก็จะรู้เองว่าควรทำหรือไม่ควรทำ ก่อนหน้านี้นิดเดียวที่เสือชอบทำตัวตาม

อารมณ์ และต้องมานั่งคิดทีหลังว่า เห้ยตอนนั้นแม่งชั่ววูบว่ะ มันทำดีกว่านั้น

ได้นะเว้ย และพอเอาเหตุผลมายึดจริงๆ เสือกลับไปคิดว่า ที่กูทำตอนนั้นแม่ง

โคตรถูกต้องเลยว่ะ ไม่เห็นต้องเสียดายอะไรเลย

 

ล่าสุดเสือเพิ่งเจออาจารย์ที่ทำตัวไม่ค่อยเหมาะสม เสือเลยประเมินอาจารย์

ไปค่อนข้างเยอะ เขียนแทบเป็นเรียงความ และก็มานั่งหงุดหงิดว่าทำไม

เพื่อนๆประเมินอาจารย์ดีจังวะ ทั้งๆที่ก็คิดเหมือนกับเสือ (คงประมาณฟีลแบบ

เกรงใจ) เสือว่าการที่อาจารย์สอนไม่ดี เรามีสิทธิ์ที่จะพูดเสนอความเห็นจริงๆ

เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แต่ขอให้ความเห็นนั้นมันไม่ใช่การใส่สีตีไข่ และ

ควรใช้คำพูดให้สุภาพ เสือเลยมานั่งคิดอีกแล้วว่าโหถ้ารอบข้างมีแต่คนแบบกู

นะ สนุกสนานแน่นอน 

 

แต่แม่งโคตรของโคตรเป็นไปไม่ได้

บางคนคงภาวนาให้คนอย่างเสือไม่มีอยู่บนโลกก็ได้

 

ยิ่งอายุมากขึ้น จิตใจเสือยิ่งกระด้างลง เมื่อก่อนเสือโคตรของโคตร

แคร์คนอื่นเลย แต่ตอนนี้เสือแทบไม่สนใจใคร ไม่สนใจใครไม่ใช่ว่า

ทำเชี่ยอะไรไม่สนใจใครเลยนะ คือใครจะทำอะไรแล้วไม่ส่งผลต่อเสือ

เสือก็จะไม่อะไร และถ้าเสือทำอะไร เสือก็ไม่ต้องการให้ใครมาอะไร

ด้วยเพราะเสือจะพยายามไม่ทำให้ใครเดือดร้อน 

 

เสือค้นพบอีกด้วยว่าความอดทนเสือแม่งต่ำลงสัสๆ 

 

อีกเรื่องคือปกติเวลาพรีเซนต์งาน พูดหน้าชั้น เสือจะใจเต้นแรง

ตื่นตลอดเวลา แต่ตอนนี้เสือว่าตัวเองโคตรนิ่ง แทบไม่ตื่นเต้นอะไรเลย

ไม่ใช่ว่าตัวเองมั่นใจขึ้นหรอกนะ แต่แค่ไม่ค่อยใส่ใจอะไรแล้วมากกว่า 

 

เสือไม่ตั้งคำถามหรอกว่าทำไมตัวเองโตมาเป็นคนแบบนี้ได้

เพราะเสือว่ามันมีความสุขดีกับการเป็นแบบนี้ โคตรโอเค ถึงจะบ้า

ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางอยู่ อันนั้นคงต้องผ่อนๆบ้างแล้วล่ะ 

 

เสือจะได้ไปญี่ปุ่นล่ะ 

ตอนแรกคือต้องไปกับชมรมของคณะเพื่อไปเยี่ยมชมโรงบาลที่โน่น

แต่แผนเปลี่ยนแล้ว กลายเป็นไปเที่ยวเฉยๆแทน เสือโคตรของโคตร

ตื่นเต้นเลย เพราะเสืออยากไปตามรอยหนังจะแย่อยู่แล้ว เลยรีบจัดทริป

แบบเป็นบ้า 

 

แต่เพราะแพลนยังไม่ค่อยลงตัว เสือเลยมีเกณฑ์ต้องไปคนเดียวสูง ซึ่งแอบ

ทำให้เสือประสาทเหมือนกัน เพราะถึงเสือจะชอบเที่ยวคนเดียว แต่ภาษาเสือ

ห่วยแตกมากทั้งอังกฤษและญีปุน 

พอมานั่งวางแพลนเที่ยว (ด้วยงบจำกัด เพราะเป็นเงินเก็บเสือเอง เลยไปได้

แค่โตเกียว แต่เสือก็อยากไปแค่โตเกียวอยู่แล้ว) เสือว่าในญี่ปุ่นโคตรเดินทาง

ง่ายเลย (ไม่มีอะไรยาก ถ้าคุณนั่งรถเมล์ไทยที่จอดป้ายโคตรตามใจคนขับเป็น)

เสือเลยค่อนข้างมั่นใจกับการไปเที่ยวมากขึ้น และคิดว่าคงต้องสนุกแน่ๆ

 

ตอนนี้แพลนยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ไว้เสร็จแล้วเสือคงเอามาลง

 

เสือเพิ่งมาจากบ้าน เสือได้ไปเที่ยวมาวันนึง

ก่อนจะไปเที่ยวเสือจะมีความสุขมากกับการวางแผนเที่ยว และชอบวาดรูป

แบบกากๆให้ตัวเองดูเล่นดังนี้

 

ปกติวาดลงกระดาษนะ อันนี้ทำใส่เพ้นท์กากๆมาเป็นตัวอย่าง

 

เสือแวะตรงสาธรนิดหน่อย และได้เห็นมหานครใกล้ๆด้วย (แอบตืน

เต้นเพราะปกติมักจะเห็นตอนนั่งเรือด่วนเจ้าพระยาแบบไกลๆ)

เสือชอบตึกนี้มากๆ ได้ข่าวว่าเป็นตึกที่สูงที่สุดในไทยตอนนี้ และกำลัง

สร้างอยู่ เสือว่าออกแบบสวยดี และแอบเรียกในใจว่าตึกเกลียว 

 

 

สะพานกรุงเทพเป็นสะพานโครงเหล็กสะพานเดียวที่เสือไม่เคยไป

เนื่องจากระยะทางดูค่อนข้างไม่คุ้นเคย (พระราม 3 ถนนตก) 

แต่เนื่องจากเสือพอคุ้นเคยกับรถเมล์สาย 1 สายนรก เสือเลยว่ามัน

ไม่ยากหรอกถ้าจะไป 

ดูจากกูเกิลแมปอ่ะไม่ยากหรอก แต่สัสเอ้ย กว่าเสือจะผ่านด่านรถสาย 1 

สายนรกมาได้ แม่งโคตรใจหาย นั่งอยู่หลังคนขับ ห่าเอ้ยด่ารถทุกคันที่ผ่าน

หน้า ชูนิ้วกลางใส่รถเมล์ที่สวนมา (เข้าใจว่าเพื่อนกัน) ปากบอกว่าเซ็งที่ไม่มี

ใครมาขับแข่งด้วย (ห่าครับ นี่รถเมล์ไม่ใช่รถแข่ง) เสือกดกริ่งทีแม่งเปิดประตู

เลย (คือกูหมายถึงจะลงป้ายหน้า) แล้วก็ขับทั้งๆที่ประตูเปิดแบบนั้น  

 

พอลงจากรถ (ผ่านสี่แยกสะพานพระรามสามแล้วลงเลย) โห กว่าจะเดินถึงสะพาน

แม่งโคตรไกล โชคดีเย็นแล้วแดดไม่ร้อน เลยทนๆเดินไป 

 

แต่พอขึ้นมาตรงกลางสะพานแล้วมองวิว 

โห ที่่ผ่านมาเมื่อกี้มันไม่เหนือยเลยว่ะ โคตรของโคตรคุ้ม

โอเคเสือถ่ายรูปไม่สวย แต่คือมันเห็นตึกสูงเรียงรายกันแบบนี้โคตรสวยจริงๆนะ

เสือหยุดมองนานมาก จนคิดว่าถ้าสามารถตั้งบ้านอยู่ตรงนี้แล้วได้มองออกไปนอก

หน้าต่างเห็นวิวแบบนี้ทุกวันคงมีความสุขเลย สวยมากจริงๆ 

 

แต่กลับมาดูรูปก็คิดว่าทำไมกูไม่ข้ามไปถ่ายอีกฝั่งวะ จะได้เห็นแต่ตึก ไม่ติดถนน 

 

สะพานกรุงเทพมันเปิดได้ แล้วรอยต่อที่เปิดค่อนข้างใหญ่ เวลารถผ่านจะได้ยิน

เสียงชัดมาก ตอนก้าวขาข้ามแอบเสียวถึงจะรู้ว่าไม่หล่นไปหรอก 

 

อันนี้รูปอีกฝั่ง บนสะพานมีคนมาตกปลาเยอะมาก และเค้าคงมองเสือว่า

ถ่ายรูปสะพานอะไรนักหนาวะ 

 

 

 

ขากลับเสือนัดพ่อแม่ที่เยาวราช เพราะอยากไปกินมื้อดึกที่เยาวราช 

อยากเก็บรูปไว้มากแต่กล้องมือถือมันถ่ายพวกแสงสีไม่สวยเลย เยาวราช

ตอนกลางคืนสวยมาก ฟีลแบบพวกไต้หวัน จีน ตอนกลางคืนเลย ตอนเสือ

จะลงจากรถเมล์เสือส่งเสียงว้าวดังมาก กระเป๋าเลยทำหน้างงๆว่าว้าวอะไรวะ 

 

อร่อยไหมเหรออาหารเยาวราช เสืออยากไปอีกนะ เพราะว่ารอบที่ไปคนเยอะมาก

มีจัดงานที่วงเวียนโอเดียน มีขบวนเชิดสิงโตด้วย ถือว่าได้มาดูก็คุ้มดีเหมือนกัน 

 

ตอนขามาจากถนนเจริญกรุงเสือเลือกลงที่สถานีดับเพลิงบางรัก (ซอยเจริญกรุง 36) 

เพื่อนบอกว่ามีคนมาซื้อไปแล้ว จะเอามาทำเป็นโรงแรมสักอย่าง ตอนแรกเสือก็แอบ

เสียดาย แต่ปล่อยร้างไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เสือเลยอยากเข้ามาดูก่อนเค้าจะปิดซ่อม

อย่างเป็นทางการ 

 

ตอนเสือเดินไปดู ร้านส้มตำตรงทางเข้าสถานีหายไปแล้ว (ครั้งก่อนที่มาน่าจะสั่งกินดู

สักครั้ง TT) มีรั้วที่มีล้อขวางอยู่ บอกว่าห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต เสือเลยไปยืนมองนิ่งๆ

แบบไม่รู้จะทำไงดี แต่ก่อนจะทำอะไร มีคนนึงเดินเข้าไปถามรปภที่เฝ้าอยู่ ประมาณว่าเข้าได้ไหม

ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้เสือเป็นอันรู้กันว่าเข้าได้ เสือรีบขอบคุณเค้าเลย ใจดีมากๆ

 

ตัวอาคารเค้าไม่ให้ถ่ายรูปแล้ว เสือเลยถ่ายวิวจากแม่น้ำมาแทน

 

 

เป็นอันจบทริปเสือ 

 

สรุปเดือนสิงหาที่ผ่านมา เสือออกจะคาดหวังไว้นิดหน่อย เพราะเสือเคยเขียน

นิยายให้ตัวเอกวัย 19 เจอเรื่องดีๆตอนเดือนสิงหาคม (ตอนเขียนเสืออายุ 16 )

ซึ่งมันก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรอก แล้วเสือก็พอทำใจได้บ้างนิดหน่อย

 

เสือมีความเชื่อนึงที่หลายคนไม่เชื่อ และมีเหตุผลมากมายพร้อมจะเถียง 

ซึ่งเสือว่าเหตุผลเหล่านั้นฟังขึ้น แต่เสือเลือกจะเชื่อแบบนี้ เพราะว่าความเชื่อนี้

มันเหมาะกับเสือที่สุดแล้ว 

กับเรื่องความรัก เสือว่า ถ้ามันใช่ มันจะไม่ยาก ไม่ต้องพยายามเพื่อให้ได้มันมา

มันก็จะได้มา แน่นอนว่าจะให้ลอยมาแต่ไม่คว้าคงได้ยากอยู่ แต่เสือพยายามมาเยอะ

เพื่อมารู้ทีหลังว่าเค้าไม่ใช่ เสือว่าเสือรอคนเข้ามาดีกว่า ถึงไม่มีเสือก็โอเคแหล่ะ 

หรือถ้าท้ายที่สุดเสือต้องการจริงๆ เสือคงเปย์ ก๊ากๆ 

 

เสือคงต้องไปแล้ว นี่ก็ใกล้สว่าง 

 

ปล.เสือเพิ่งเจอคนๆนึงที่เสือเคยพยายามจีบตอนเดือนเมษา ตอนแรกเสือพยายาม

ทำเป็นไม่เห็น เผื่อเค้าอึดอัดใจ แต่คงยากอยู่เพราะตอนนั้นเสือไปดูแลน้อง แล้วคณะ

เราสองคนแม่งชอบอยู่ข้างกัน แต่เค้าก็เข้ามาทักเสือนะ และก็ได้คุยกันพอสมควร 

เค้าดีจริงๆ ดีเหมือนเดิมที่เคยรู้จักกัน เสือโคตรเข้าใจทำไมตอนนั้นเสือชอบเค้า แต่เสือ

ว่าเสือคงทำใจชอบคนแบบนี้ไม่ไหวแล้ว คนแบบที่ไม่มีทางใช่สำหรับเสือ

 

Comment

Comment:

Tweet