I'll know when my time has come

posted on 23 Jul 2016 11:05 by seaukun in Dairy, movie

The beautiful sea - Sing street 

นอกจากจะมีคำว่า Star wars ในเนื้อเพลงแล้ว สิ่งที่เสือ

ชอบคือ มันเป็นเพลงที่ได้แรงบันดาลใจจากวง The cure

และเนื้อเพลงยังชวนฝันสุดๆ 

 

เสือดูเรื่อง Sing street มาแล้ว 

 

ขอบคุณโปสเตอร์จากหนังค่ะ 

 

เสือขอไม่พูดถึงเรื่องย่อแล้วกัน 

สาเหตุที่เสืออยากดูเรื่องนี้มากก็คือ 

3.ผู้กำกับเดียวกับ Once , Begin again รับประกันได้ว่าหนังไม่แย่

และมีเพลงประกอบเพราะๆให้เสือสะสมแน่นอน 

2.เป็นหนังยุด 80s เพลงประกอบก็เป็นยุคนั้น และเสือชอบเพลงยุคนี้

1.เอาเพลง The Cure มาประกอบ !!!!!!

 

สรุปเลยว่าเหตุผลที่เสือเข้าไปดู 95% คือ The cure

ถึงแม้ว่า The cure จะเป็นวงที่เสือชอบที่มีเพลงประกอบหนังเยอะ

ที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหนังรักดังๆหลายเรื่อง (จะว่าไป ถึง the cure 

ลุคจะดูออกดาร์กๆ แต่เขียนเพลงได้หวานนะ) เช่น About time 

The vow จนไปถึงหนังอีกาพญายมอย่าง The crow แต่เสือก็เบิก

บานทุกทีที่ได้ยินเพลง The cure ในหนังเสมอ 

 

และที่ทำให้เสือชอบ Sing street คือการนำเพลงยุค 80s มาแต่ง

เป็นแนวเพลงของแต่ละวงดังๆ นำสไตล์ต่างๆมาเลียนแบบ ถ้าใครชอบ

ยุค 80s อยู่แล้วจะมีความสุขและอินมากๆ มันจะแบบเห้ยตอนนี้พระเอก

แต่งเป็นวงนั้น 

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ The cure นั่นเอง และออกมาในเพลง The beautiful sea 

(โอ้ยเสือน้ำตาแทบแตก คิดว่าจะเอาแค่เพลงประกอบ แต่นี่แต่งเพลง

ใหม่เป็นสไตล์นี้ด้วย เสือว่าเพลงนีติดท็อปเพลงประกอบหนังแห่งปีเสือแน่ๆ)

 

แต่เอาจริงๆนะ สำหรับเนื้อเรื่อง (สปอย) 

 

 

 

เสือว่าเฉยๆนะ หลายคนอาจจะมองว่าเป็นหนังที่ดีมากๆ แต่เสือดูแล้ว

รู้สึกผิดหวังหน่อยๆ ถ้าไม่มีเพลงประกอบที่ยอดเยี่ยมและ The cure

แล้ว คงเป็นหนังที่เสือดูแล้วคิดว่า อือก็ไม่ได้แย่อะไร แต่ก็ไม่ใช่หนัง

ในดวงใจเสือแน่นอน 

 

ประเด็นที่พูดถึงวัยรุ่น มีความฝันและเป้าหมาย เสือว่ามันก็ออกจะน่ารัก

เลยทีเดียว แต่มาพังตอนจบ เสือว่าถึงเสือจะอายุไม่ถึง 20 ก็เรียกว่า

วัยรุ่นได้อยู่แหละ เสือว่ามันทำไม่ได้หรอก ที่จะมุ่งไปสู่จุดหมายแบบ

สุดกู่ บินตามความฝันไป โดยคิดแต่เรื่องความฝันตัวเอง 

 

เสือชอบหนังเรียล และเรื่องนี้ออกจะเกินคำว่าเรียลไปหน่อย 

เสือเคยใช่ชีวิตอยู่ช่วงนึง ที่เรียกว่าพยายามเต็มที่เพื่อมุ่งสู่ความฝัน

ตัวเอง ก็คงเหมือนพระเอกในหนังแหล่ะ ที่ขับเรือไปอังกฤษโดยไม่มี

การวางแพลนเตรียมตัวใดๆ (เอาจริงๆนะ เสือว่าแม่งบ้าไปป่าววะ สมมติ

เรือไปถึงอังกฤษได้ แล้วต่อจากนั้นล่ะ เงินก็ไม่มี จะเอาตัวรอดยังไง

ถ้ายึดหลักไปตายเอาดาบหน้า เสือว่ามันยากกับในชีวิตจริงๆที่ไม่ใช่ใน

หนังอ่ะ) แต่สุดท้ายเสือรู้ว่ะ ว่าลำพังแค่ความพยายามตัวเองมันไม่พอ

เพราะอุปสรรคบางเรืองมันไม่ได้อยู่ที่ตัวเอง แต่อยู่ที่สิ่งรอบข้าง

เสือพูดแบบนี้เพราะเสืออาจเป็นคนที่ไม่ประสบความสำเร็จกับ

ความฝันตัวเองก็ได้ เสือเลยไม่อินเท่าไรกับพวกประเภท สู้สิ เพื่อความฝันน่ะ

บางทีความฝันกับเรื่องจริงมันก็คนละเรื่องกันเกินไป 

 

ยังไงก็เถอะ เสือก็อาจจะกลายเป็นแบรนดอน พี่ชายพระเอก

ที่คอยผลักดันในใครสักคนไปตามความฝันตัวเองที่เสือไม่มีทาง

ทำได้ แต่เสือคงไม่แนะนำให้เค้าขี่เรือไปแบบโนแพลนแบบนั้นแน่ๆ

 

ถ้าเทียบกับ Begin again ที่เสือชอบมาก เสือว่าเรื่องนั้นเรียลถูกใจ

เสือกว่ามาก โดยเฉพาะฉากอดัมร้อง Lost star ให้นางเอกฟังนะ 

เสือว่าเห้ย มันต้องแบบนี้สิ 

 

แต่ Sing street ก็นับว่าเป็นหนังแรงบันดาลใจที่ดี ที่หลายคน

ที่ไม่คิดแบบเสือควรจะดู 

 

มาพูดถึงเพลงทีทำให้หนังเรื่องนี้ติดตรึงในใจเสือบ้าง 

เสือชอบการแต่งเพลงที่ต้องได้แรงบันดาลใจจากชีวิตจริง เหมือนเรา

ต้องเข้าใจสิ่งหนึ่งก่อน ถึงจะเอาสิ่งนั้นมาเขียนเป็นเพลงได้ 

 

The riddle of the model 

เสือชอบเพลงที่พระเอกพูดไว้ตอนแต่งเพลง The Riddle of the 

model ว่า การที่เราไม่รู้จักใครสักคน มันทำให้เค้าน่าสนใจ เพราะ

เราสามารถจินตนาการให้เค้าเป็นอะไรก็ได้ แต่ถ้ารู้จักแล้ว การจินตนาการ

มันก็มีขีดจำกัด 

อย่างกับเอาความคิดเสือมาพูดแหน่ะ เสือเป็นพวกสนใจคนที่ลุค 

บางทีคุยกันสองสามประโยคเสือก็บอกได้แล้วว่าเสือสนใจคนนี้ไหม 

และพอเสือสนใจ เสือจะปิดตัวเองไว้แค่นั้น เพราะเสือพบว่าการที่รู้จัก

เค้าไปมากกว่านั้น เค้าจะมีสิ่งที่ทำให้เสือไม่สนใจเค้าแล้ว เสือชอบการ

ที่ได้จินตนาการถึงใครก็ได้ไปคนเดียว ไม่ว่าเค้าจะเป็นแบบที่เสือคิดไหม 

 

เพราะเสือคิดแบบนี้มั้ง ตอนนี้เสือเลยไม่สนใจใครเลย ยกเว้นคนที่เค้า

เลยจุดที่เสือแค่จินตนาการมาแล้ว และเสือว่าการมีความสัมพันธ์กับใคร

สักคนมากๆเข้า มักจะทำให้เสือเหนื่อย ออกมาสักหน่อยน่ะดีแล้ว 

 

The beautiful sea

 

น้ำตาจะไหล เสือว่าเพลงของ The cure มีดนตรีที่ดีมากๆ เพลง

วงนี้มีหลายแนว แต่ที่เสือฟังบ่อยๆจะเป็นแนว In between day 

(เพลงประกอบ Sing street) Just like heaven , Friday I'm

in love เน้นดนตรีเล่นน้อย แต่ออกมากลมกลืน และเสียงคีย์บอร์ด

สังเคราะห์ที่โดดเด่น 

การที่นำสไตล์นี้มาทำเพลง อย่าง the beautiful sea ที่ดึงจุดเด่น

ของ The cure มาได้อย่างสุดยอด โคตรดีเลย 

นอกจากนี้ ที่เสือกรี๊ดหนักคือ Sing street แปลงโฉมเป็น The 

cure ได้เจ๋งมาก โดยเฉพาะคอนเนอร์ เป็นโรเบิร์ต สมิท ที่หล่อโคตรๆ

 

ประเด็นนึงที่คนพูดถึงบ่อยคือ Happy sad ซึ่งเสือก็ไม่ค่อยอะไรกับ

คำนี้เท่าไร เพราะเสือเคยตีความคำแนวๆนี้ไว้ว่า การพยายามเอาตัวเอง

ไปเจอเรื่องเศร้า อาจจะทำให้เรามีความสุขได้ ประมาณว่า การที่เรายัง

เก็บเรืองเศร้านั้นไว้กับตัว เพราะอย่างน้อยก็อุ่นใจที่ยังมีมันอยู่ ถ้ามัน

หายไปเราอาจไม่เศร้า แต่ใจหายมากแน่ๆ 

แต่เสือชอบเนื้อเพลงเพลงนี้มาก 

Under the waves I feel her pull my body down

Under the waves she takes me where I wanna drown

ให้ความรู้สึกเหมือน ถึงใต้น้ำจะหายใจไม่ออก แต่ดึงฉันจมลงไปที

กับ She says, "What d'you say we give this a miss?"  

 

Girls 

ตอนเสือดูเพลงนี้ในหนัง เสือนั่งกุมขมับคิดไม่ออก ว่าพระเอกกำลัง

เลียนแบบลุคนักร้องนำวงไหนอยู่วะคือมันคุ้นมาก เสือไปตามหาอย่าง

บ้าคลั่งเลยค้นพบว่า เห้ย มันวง The clash วงแรงบันดาลใจของ 

Green day ว่ะ 

เพลงนี้ทำให้เสือนับถือความสามารถพระเอกมาก เคยอ่านมาว่านักแสดง

เป็นพระเอกคนนี้ไม่ได้ติดตามวงยุค 80s มาก่อน เค้าทำการบ้านมาดี

มาก การที่เค้าแปลงโฉมในสไตล์ต่างๆทำให้เสือตื่นเต้นเสมอ 

 

Brown shoes

การแปลงโฉมครั้งสุดท้ายของคอนเนอร์ ทำให้เสือคิดถึงวง Green day 

เลย นี่อาจจะเป็นการหาสไตล์ของตัวเองเจอของพระเอกก็ได้ หลังจากที่

โคฟเวอร์ตัวศิลปินมาหลายคน 

 

อีกเพลงที่เสือได้ยินว่าหลายคนชอบคือ Up 

ตั้งแต่ Begin again ออกมา เสือพบว่าเพลงประกอบดังถล่มทลายมากๆ

จนเสือได้เอาเพลงไปเล่นในงานต่างๆ ซึ่งเพลงที่ถูกเลือกคือเพลงที่ดังที่สุด

อย่าง Lost star แต่ความจริงเพลงที่เสือชอบสุดคือ Tell me if you 

wanna go home 

 

พอ Sing street มา เสือก็มานั่งเก็บสถิติโดยถามจากคนรอบตัวว่าชอบ

เพลงไรกันมากที่สุด เพราะถ้าหนังเรื่องนี้เป็นเหมือน Begin again 

เสือก็คงได้หยิบเพลงในหนังมาเล่นในวงแน่ๆ ซึ่งทุกคนที่เสือถามตอบว่า Up

ซึ่งเสือชอบ The beautiful sea กับ Girls มากสุด 

 

ถึง Sing street อาจจะดูไม่ได้ประสบความสำเร็จเรื่องเพลงขนาด Begin

again แต่เสือก็ชอบเพลง Sing street มากกว่านะ และถ้ามีโอกาสคง

กราบวอนเพื่อนในวงเอาเพลงมาเล่น เพราะคีย์บอร์ดแต่ละเพลงเพราะมากๆ 

 

เออมาพูดถึงนักแสดงบ้างดีกว่า เสือคงชอบเอมอน พ่อหนุ่มกระต่ายเหมือน

ที่ทุกคนชอบแหล่ะ ตัวจริงเค้าก็น่ารักดี 

อีกคนที่เสือชอบคือ Darren เด็กตัวเล็กๆ ที่เป็น Producer ประจำวงอ่ะ 

เสือว่าได้ฟีลเหมือน เพื่อนพระเอกตัวเล็กๆในเรื่อง Melody 1971 เลย

กวนแบบน่าหมั่นเขี้ยวดี 

 

เสือไม่ขอเรียกเป็นการรีวิวแล้วกัน เพราะเสือว่าแค่มาบ่นเฉยๆมากกว่า 

 

โอเค กลับสู่เรื่องของเสือ

เสือโฮมซิกมากๆ เพราะปิดบล็อกคราวก่อนพ่อแม่มาหา เลยไม่ได้กลับบ้าน

ซึ่งเสือสรุปแล้วว่า มันจะดีกว่าถ้าเสือกลับไปบ้าน เพราะเสือคิดถึงครอบครัว

และบ้านมากๆ 

เสือเริ่มมารู้สึกผิดว่า เพราะตัวเองเลือกมาเรียนไกลหรือเปล่า เลยต้องมานั่ง

โฮมซิกแบบนี้ ทำให้ทุกทีที่เสือได้กลับบ้าน เสือเลยต้องเที่ยวรอบกรุงทั้งๆที่

อยู่มาเกือบทั้งชีวิตไม่เคยเที่ยว เที่ยวแบบมันจะไม่ได้มาบ่อยๆแล้ว เที่ยวแบบ

พยายามเก็บทุกอย่างไว้ให้หมด 

 

แต่เพื่อนบอกเสือว่า เพราะการมาอยู่ที่นี่แหล่ะ เลยทำให้เรารู้ว่าเราคิดถึงบ้าน

แค่ไหน เสือว่ามันจริงมากๆเลย เพราะถ้าเสือยังอยู่กรุงเทพต่อ เสือคงไม่ได้

ไปเที่ยวเจริญกรุง ไม่ได้ไปสะพานโครงเหล็ก แม่น้ำเจ้าพระยา และคงไม่ได้

คิดถึงเพื่อนๆและครอบครัวมากมายขนาดนี้ มันออกจะเข้าเค้า เพิ่งจะมาเสียดาย

ก็ตอนเสียมันไปจริงๆหรือเปล่านะ 

 

และการมาเรียนที่นี่ มันก็ทำให้เสือได้รู้ว่า ที่แห่งไหนจะเหมาะกับเสือที่สุด

เสือควรจะอยู่ที่ไหน ที่ไหนคือที่ๆเสือรัก 

ว่าแต่น่าแปลกนะ ปีก่อนเสือยังบอกชอบเชียงใหม่อยู่เลย ไม่ใช่ว่าเสือชอบ

น้อยลงหรอกนะ แต่ตัวเสือเองที่ไม่เหมาะกับที่นี่

 

เสือมีอะไรจะเล่าให้ฟัง 

เสืออาจจะเคยพูดถึงเพื่อนคนนึง เป็นเพื่อนที่รู้จักกันตอนมอหก เพราะอยู่

ห้องเดียวกัน ไม่รู้เหมือนเสือเคยเปรียบเทียบเค้ากับเหตุการณ์ที่แฮร์รี่ รอน

และเฮอร์ไมโอนี่ร่วมมือกับปราบโทรลล์แล้วก็กลายเป็นเพื่อนกันหรือเปล่านะ

ที่บอกว่า บางเหตุการณ์ที่เราผ่านไปด้วยกั