ตัวอย่างหนัง Tokyo Marigold 2001 กำกับโดย Jun Ichikawa

เสือรู้จักหนังเรื่องนี้จากร้านเช่าหนัง เพราะบังเอิญหยิบเจอ

พออ่านเรื่องย่อคร่าวๆถึงจะดูไม่น่าสนใจมาก

แต่เพราะหน้าปกหนังที่น่าดึงดูดดีเลยทำให้เสือตัดสินใจหยิบมาดู

 

 

 

ขอบคุณรูปจากหนังค่ะ 

 

เรื่องย่อประมาณว่า

เอริโกะ นางเอกของเรื่องไปนัดบอด แล้วเจอทามูระ

เขาให้เบอร์เธอมา และหลังจากนั้นพวกเขาก็ติดต่อกันเรื่อยๆ

วันหนึ่งเอริโกะได้รู้ว่าทามูระมีแฟนอยู่แล้ว ซึ่งเรียนอยู่อเมริกา

และจะกลับมาญี่ปุ่นในอีก 1 ปี แต่ก็รู้สึกตัดใจไม่ไหว

เลยขอทามูระคบเป็นแฟน 1 ปี ก่อนที่แฟนตัวจริงของเขาจะกลับมา

 

ทำไมเสือถึงเขียนรีวิวเรื่องนี้

เป็นเพราะเสือไม่เห็นรีวิวหนังเรื่องนี้เป็นภาษาไทยเลย

หรือเพราะเสืออาจจะไม่เจอเองก็ได้นะ อีกอย่างพอดูจบแล้ว

รู้สึกยิ่งคิดยิ่งชอบมากกว่าตอนที่กำลังดูแล้วเสียอีก

เลยอยากเขียนในมุมมองของตัวเองออกมา

 

เสือว่าพักหลังๆนี้ ในฐานะที่เสือดูหนังญี่ปุ่นมากพอสมควร

ทำให้เสือรู้สึกว่าหนังญี่ปุ่นช่วงปัจจุบันนี้ยังทำได้ไม่ลึกซึ้งเหมือน

ช่วงแรกๆ (ไม่ได้หมายความไม่มีหนังดีๆ แต่ว่ารู้สึกว่าน้อยลง)

 

(หรืออาจเป็นเพราะเสือไม่ได้ติดตามมากเท่าที่ควร เพราะผลงาน

ผู้กำกับคนโปรดของเสือในช่วงปีหลังๆมานี้ ไม่ค่อยมีให้ติดตาม)

 

หนังญี่ปุ่นเรื่องโปรดเสือเลยอยู่ในช่วง 199x - 200x มากกว่า

ช่วงปีหลังๆมานี้ และยิ่งเสือไปดู If the cat has disappeared from the world

มา เสือรู้สึกเฉยๆ หนัก ทั้งๆที่ประเด็นหนังเล่นค่อนข้างดี มาเสียดาย

(สปอย) ตอนท้ายๆที่ดูเหมือนจะขาดเสน่ห์ความนิ่งเรียบของหนังญี่ปุ่นไป โดยการประโคมความคิดสอนใจยัดเยียดให้คนดูเต็มกำลัง เค้นน้ำตากันสุดฤทธิ์ (แบบนี้มั้งเสือเลยไม่ชอบ Sky of love เท่าไร ทั้งที่หลายกระแสเสียงชื่นชม)

 

พอได้มาดู Tokyo marigold ปี 2001 เสือเลยรู้สึกว่า

เสน่ห์หนังญี่ปุ่นที่เสือตามหาอยู่นี่เอง เสน่ห์หนังญี่ปุ่นที่เสือว่า

คิดว่าคอหนังญี่ปุ่นคงพอนึกออก ประเภทที่ว่า แช่กล้องนานๆ

ใช้เพลงประกอบเรียบง่าย แต่อินกับตัวหนัง ไม่ใช้คำพูดอธิบายอะไรมาก

เว้นช่องว่างให้คนดูปะติดปะต่อเรื่องเอง

(หนัง Snap แค่ได้คิดถึงก็มีกลิ่นอายสไตล์นี้อยู่)

 

 

โอเคกลับมาที่เนื้อเรื่องต่อ ขอสปอยเลยแล้วกันเพราะประเด็นหลักอยู่ที่สปอย

ทามูระยื่นอมยิ้มให้เอริโกะเป็นของขวัญวันเกิด

ด้วยเหตุผลที่ว่า อมยิ้มพอเลียแล้วมันก็หายไป ...

เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ที่ต้องปกปิดไว้ เหลือทิ้งไว้เป็นหลักฐานไม่ได้

 

 

พอใกล้วันครบรอบ 1 ปี แฟนตัวจริงของทามูระใกล้กลับมาแล้ว

เอริโกะไม่โอเคกับการที่ต้องทำตามสัญญา เพราะเธอรักทามูระแล้วจริงๆ

ทามูระบอกว่า เราคบกันต่อได้นะ แต่เอริโกะบอกว่าคุณเลิกกับเค้าไม่ได้เหรอ

แน่นอนว่าทามูระไม่สามารถตอบได้ว่า เลิกได้

 

สุดท้ายเอริโกะก็เป็นฝ่ายเดินออกมา เพราะส่วนหนึ่งคงทำใจ

ไม่ได้ที่อีกฝ่ายไม่ได้มีใจให้เธอคนเดียว เอริโกะส่งอมยิ้มที่ไม่ได้

แกะห่อออกเลยเป็นเวลา 1 ปีคืนให้ทามูระ เหมือนเป็นสัญญาณว่า

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ได้อยากให้ความสัมพันธ์หายไปเลย

แต่ที่คืนให้ก็คงเพราะ ไม่ได้อยากเก็บมันไว้อีกแล้ว

 

 

วันหนึ่งเอริโกะเจอแฟนของทามูระ ที่กลับจากอเมริกาแล้ว

เธอกำลังอุ้มท้องอยู่ และฟังจากบทสนทนา เธอคบกับพ่อของลูก

ในท้องมา 2 ปีแล้ว ซึ่งเอริโกะก็พบว่า พ่อของลูกในท้องเธอไม่ใช่ทามูระ

แสดงว่าทามูระไม่ได้คบกับแฟนที่เขาว่าตอนที่คบกับเธออยู่งั้นเหรอ

 

 

และฟังจากบทสนทนาของแฟน(?)ทามูระ คนนั้น ดูเหมือน

ความสัมพันธ์ของเธอคนนั้นกับทามูระจะเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น

 

...

 

 

 

แล้วรูปถ่ายเธอคนนั้นในห้องทามูระ และอีเมลที่อุตส่าห์ปริ้น

มาแปะฝาห้องหมายความว่าอย่างไร เสือมองหน้าเอริโกะในตอนจบ

สรุปในใจว่า เหลือไว้เพียงคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

 

 

แต่พอคิดไปคิดมา เสือว่ามันมีว่ะ

 

 

สำหรับการตีความของเสือ เสือว่าแฟนที่ทามูระว่า

คงเป็นคนที่ทามูระแอบรักอยู่ข้างเดียว และการที่บอกกับเอริโกะ

ว่าคบกันอยู่นั้น คงจะสื่อถึงว่า ถึงเค้าจะคบกับเอริโกะ

แต่เธอคนนั้น (ลืมบอก เธอคนนั้นชื่อมายูมิ) ก็ยังอยู่ในใจเสมอ

 

 

อ่าวแล้วทำไมเอริโกะบอกให้เลิกกับมายูมิแล้วมาคบกับเธอจริงจังแล้ว

ทามูระยังบอกให้คบกันต่อแบบเชิงคบซ้อนล่ะ ก็คงเพราะ

เขาเลิกรักมายูมิไม่ได้จริงๆ ถึงจะรู้สึกดีกับเอริโกะ

แต่คนที่อยู่ในใจก็สำคัญเสมอ และคงจะสำคัญจนไม่สามารถทิ้งไปได้

ถึงจะมีตัวตนจริงๆแค่ในใจ เสือตีความไว้แบบนี้นะ

 

 

แต่พอเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนก็มีมุมมองอีกแบบ เพื่อนบอกว่า

การที่ทามูระบอกว่าตัวเองมีแฟนอยู่แล้ว คล้ายๆกับเป็นการป้องกันตัวเอง

เพราะการที่ตัวเองมีพันธะ เทียบกับคนที่ไม่มีพันธะอย่างเอริโกะ

ย่อมดูเหนือกว่าในด้านความสัมพันธ์

เหมือนกับว่าถ้าวันนึงความสัมพันธ์ต้องจบลง คนที่เสียใจมากกว่าคงไม่ใช่เขา

 

 

ตอนที่ดูแรกๆนี่เสือแอบหาวนะ แต่พอมานั่งคิดแล้ว

เสือว่ามันน่าจะเป็นหนังขึ้นหิ้งเสืออีกเรื่องเลย

 

 

จากชื่อเรื่อง Marigold แปลว่าดอกดาวเรือง ในเรื่องบอกว่า

ดอกดาวเรืองออกดอกปีละหนและก็ตายจากไป

ก็คงคล้ายกับความสัมพันธ์ของเอริโกะกับทามูระ ที่มีเพียงแค่ปีเดียว

ถึงตอนนั้นจะสวยงาม แต่มีแค่ปีเดียวก็พอแล้วจริงๆ

อย่างที่เอริโกะบอก ฉันไม่ไหวแล้ว...

 

 

แต่เสือก็ออกจะชอบที่เอริโกะบอกว่าทามูระเป็นคนที่เธอ

คบนานที่สุด เธอเคยคบใครยาวสุดแค่ครึ่งปี เพราะดังนั้น 1 ปี

ของเธอกับทามูระ จึงเป็นความสัมพันธ์ที่ยาวที่สุดในชีวิตแล้ว

 

บางทีการมีกำหนดระยะเวลา คงจะทำให้สามารถยืดเวลาจริงๆ

ที่ความจริงแล้วอาจจะมีสั้นนิดเดียวไปก็ได้ เพราะเราเห็น

จุดสิ้นสุดของมัน เลยมีแรงขับเคลื่อนกลายๆให้เดินไปถึงจุดนั้น

โดยไม่หยุดกลางทางเสียก่อน

 

การรู้จุดจบก่อนอาจจะไม่เป็นผลดีนัก แต่มันก็อาจจะมีประโยชน์

แปลกๆแบบนี้เอง เพราะเราคงจะไม่อยากจบเองก่อนที่จะถึงจุดจบนั้นจริงๆ

 

ว่าแต่ถ้าทามูระลองบอกเอริโกะว่า มายูมิจะกลับมาในอีก 5 ปี

คิดว่าอะไรๆจะเปลี่ยนไปไหมนะ

 

เสือชอบจัง ถึงจะสปอยไปหมดแล้ว แต่ก็อยากให้หลายคนดู

เพราะคงมีคนคิดตีความต่างจากเสือแน่นอน

 

ปล.เสือเห็นหนังเรื่อง Picnic กับ Fried dragon fish ที่ร้านเช่าหนังคิวเต็มตลอด เป็นหนังที่เสือชอบมากๆ ของอ. ชุนจิ อิวาอิ แต่ก็แอบแปลกใจเพราะเพิ่งรู้ว่ามันดังขนาดนี้

ปล.2 อีกเรื่องที่คิวเต็มคือ Tokyo sora แต่เรื่องนั้นเสือดูไม่รู้เรื่องอ่ะ ขอเว้นไว้ก่อนแล้วกัน

Comment

Comment:

Tweet