วงจรความเหงา

posted on 10 Apr 2016 23:55 by seaukun

ภาวิณี - Electric neon lamp

หลายคนรู้จักเพลงนี้ แต่อาจจะไม่ใช่เวอร์ชั่นนี้ 

เวอร์ชั่นนี้เป็นเวอร์ชั่นแรก ก่อนจะมาปรับใหม่ที่หลายคนได้ฟังกัน

ซึ่งเสือชอบทั้ง 2 เวอร์ แต่ชอบเวอร์นี้มากกว่า

เพราะครั้งแรกที่เสือฟังคนเอามาโคฟเวอร์เค้าโคฟเวอร์นี้ 

 

ตอนแรกเสือเฉยมากๆกับ ENL รู้สึกเพลงก็ดี แต่ไม่ได้ติด

แต่พอไปดูน้องชมรมตัวเองเล่นภาวิณี หลังจากนั้นก็ฟังมัน

ทุกครั้งที่อาบน้ำ และค่อยๆลามมาฟังเพลงอื่น 

 

อีก2เพลงที่เสือชอบคือนางรอง กับ เธอที่ร้าย 

เสือว่าถ้ามีใครสักคนจะชอบเสือได้ (สมมติว่ามี) เพลงเธอที่ร้าย

นี่ใช่ได้นะ เพราะเสือแม่งเหี้ยขั้นสุด แต่คนที่เสือชอบเสือใช้เพลง

นี้ไม่ได้เลย เพราะเสือมักจะไปชอบคนดีที่ใครๆก็ชอบกัน 

 

ผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนกับการที่เสือกลับมาอัพบล็อกอีกครั้ง

เสือปิดเทอมแล้ว และกลับบ้านแล้ว 

แต่การกลับบ้านครั้งนี้เสือไม่รู้สึกดีเหมือนครั้งก่อนๆ ซึ่งเสือ

ก็พอรู้สาเหตุดี และค่อนข้างรังเกียจเหตุผลตัวเองไม่น้อย 

 

1.เสือยังติดค้างงานบางอย่างอยู่ และเสือเป็นพวกนิสัยเสีย

ไม่เคยวางใจใครให้ทำอะไร แต่ตอนนี้ก็คงต้องลดอีโก้ตัวเอง

ไปบ้าง เพราะเสือจะบินไปบินมาทำงานที่ค้างอยู่ไม่ได้

 

2.ประเด็นหลักที่เสืออยากพูด และเป็นสาเหตุหลักที่เสืออยาก

อัพบล็อกมากเพื่อระบายบางอย่าง คือเสือรู้สึกว่าตัวเองยังปรับ

ตัวไม่ได้ และยังรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังออกมาจากความสุข

บางอย่าง 

 

หลังจากจบงานที่ชมรมเสือจัด เสือเข้าสู่การเรียนวิชาหนึ่งที่เสือ

ขอบอกว่าเป็นวิชาที่น่าเบื่อที่สุดสำหรับคณะเสือตอนนี้ นั่นคือ

เวชศาสตร์ชุมชน ที่น่าเบื่อเพราะหนึ่งคือเนื้อหาไม่ดึงดูด และอจ 

มีความสามารถพิเศษอันสูงส่งในการสอนเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก

ทำให้นักศึกษาไม่ถึง 10% ตั้งใจเรียน ที่เหลือก็หลับนอนชอนไช 

บางคนถึงขั้นออกไปนอนนอกห้อง (เสือออกไปเข้าห้องน้ำเห็นแบบ

นั้นแล้วขำไม่หยุด) 

 

ตอนแรกเสือนึกว่าการเรียนกายวิภาคศาสตร์ภาคทฤษฎีจะน่าเบื่อ

แล้วแต่นั่นก็ยังมีวันจบ ไม่เหมือนกับวิชาพวกนี้ ที่หลับแล้วคื่นขึ้น

มาพบว่าไม่มีวันจบสิ้นเสียที เสือรู้สึกเหนื่อยล้าใจเป็นอย่างมาก 

 

ตอนออกสำรวจชุมชนก็สนุกดีนะ เสือได้ทำงานกับเพื่อนที่ไม่

ค่อยสนิทกัน และเค้าคงรับรู้แสนยานุภาพทางฟอร์ซที่ห่วยแตก

ของเสือไปเรียบร้อยแล้ว แต่เสือก็ชอบเพื่อนๆนะ ถึงเสือจะทำ

ตัวเป็นตัวถ่วงกลุ่มเพราะเป็นคนภาคกลางคนเดียวในกลุ่มที่ฟัง

คำเมืองไม่ออกเลย ตอนไปสัมภาษณ์ชาวบ้านในชุมชน และไง

ล่ะ พอฟังไม่ออกเสือก็ไม่กล้าถามอะไรออกไป ตามด้วยการหลับ

เป็นที่อนาถาต่อหน้าผู้ใหญ่สักคนที่ตำแหน่งแนวๆ นายอำเภอด้วย

(เพื่อนมาบอกทีหลังว่าตัวเองก็ง่วง แต่เนียนลุกไปล้างหน้า เสือ

นี่เหี้ยหลับตรงนั้นเลย) 

 

ตอบแบบโลกไม่สวยไม่มีอุดมการณ์เลยนะ ว่าเสือชอบความเป็น

อยู่ของชุมชนตรงที่สามัคคีและมีน้ำใจนะ แต่จะให้เสืออยู่ตลอดไป

คงไม่ได้ เสือจะตั้งใจใช้ทุนเต็มที่ แต่หลังจากนั้นเสือก็คงออกไป

ทำงานที่ได้รายได้ดีๆ มาพอใช้ให้เสือแบบมีจรรยาบรรณ

 

เสือคิดว่าการที่เราทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด มันก็โอเคแล้ว

และเราก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกทำสิ่งที่ตัวเองต้องการด้วย โดย

ไม่เดือดร้อนใคร 

 

โอเคเกริ่นมานาน เข้าเรื่องหลักดีกว่า 

หลังจากจบงานชมรม และเข้าสู่การเรียนบล็อกใหม่ที่เนื้อหา

ไม่ยากมาก (แต่เสือก็เข้าไปมั่วได้ D+) เสืองานเข้าสองงาน

คือเล่นงานบายเนียร์ให้คณะวิดยา กับบายเนียร์ภาคไบโอของ

วิดยา 

 

งานแรกเป็นงานที่เสือตั้งใจจะเล่นมาก เพราะเล่นกับวงเสือ

เป็นการเปิดตัววงอีกทาง แถมในงานเครื่องเสียงดีด้วยเสือ

เลยเบิกบานมาก และซ้อมค่อนข้างหนักเลยทีเดียว 

 

การซ้อมหนักครั้งนี้ ทำให้เสือต้องกลับมาใช้ชีวิตใกล้ชิด

กับคนๆนึงที่ทำเสือหวั่นไหวเมื่อมีนาปีก่อน (ช่วงเวลาเดียวกัน)

เสือค้นพบว่า การที่เราได้เจอคนที่เราเคยชอบ เราก็ยังคงรู้ดี

ว่าทำไมเราถึงชอบเค้า และเค้าก็เป็นคนพิเศษสำหรับเราเสมอ

 

เค้าก็ยังเป็นคนดี คนน่ารักคนเดิมที่ชอบเล่าอะไรให้เสือฟัง

อย่างละเอียดเสมอ แต่ไม่เคยแม้แต่จะถามอะไรเสือกลับเลย

และไม่เคยจำรายละเอียดอะไรของเสือได้ (อันนี้ชินมาก ใครๆ

ก็ทำกัน พอดีเสือเป็นพวกรายละเอียดเยอะ) และเสือดันลามไป

ถามเรื่องแฟนเก่าเค้าพอดี เท่านั้นแหล่ะเรื่องต่างๆก็ผุดออกมา

จากปากเค้าเหมือนก๊อกน้ำแตก

 

ตอนนั้นเสือกลับหอมา บอกรูมเมตว่าเปิดเพลง

เพื่อนพระเอก ของ Polycat ให้ฟังหน่อย 

" มันกำลังดีที่สุดเลย ฉันกำลังมีความสุขบนโลกที่ไม่มีตัวฉัน

ไม่แม้สักนิดเลย "

" เพราะใจความมันไม่สำคัญเท่ากับเสียงเธอ That's so

beautiful " 

 

โฮวววว แต่น้ำตามันไม่ไหลเลย เสือว่ามันต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้ว

 

จบงานแรก 

วันนึงตอนที่กำลังนั่งเน่าๆอยู่ มือเบสวงมาขอเสือให้ไปเล่นให้

วงบายเนียร์ภาคไบโอ (คนละงาน มีบายเนียร์รวมแล้วก็มีแยกภาค)

เพราะว่ามีเพลงบางเพลงต้องการคีย์บอร์ด เสือก็เห้ยข้าวฟรีเปล่าวะ

ดูคอร์ดได้เปล่าวะขี้เกียจจำ เค้าก็บอกว่าได้ๆ 

 

แต่หลังจากนั้น ก็โดนบอกให้ไปจำคอร์ดมา "ทำไมวะ" "มันไม่เท่" 

แต่สุดท้ายเสือก็จำได้นะ เวลานั่งรอรถก็เปิดคอร์ดมาท่อง ตลกดี

 

เสือว่าเพื่อนเสืออาจจะเกรงใจเสือที่ให้เสือมาเล่นงานนี้ แต่บอก

เลยว่า เสือไม่คิดว่าตัวเองได้ให้อะไรกับงานนี้เท่ากับสิ่งที่เสือได้

รับมา และเสือคิดว่าถ้าพูดออกไปให้พวกมันฟัง ต้องโดนหัวเราะ

หาว่าเป็นละครแน่ๆ 

 

เสือซ้อมตั้งแต่สี่ทุ่มยังเที่ยงคืนทุกวัน และกลับหอสภาพเป็นศพ

ทุกคืน ทุกวันพอซ้อมเสร็จก็เกาะพวกเพื่อนไบโอไปกินนมหลังมอ

เสือก็แปลกนะ ที่ตัวเองเป็นคนเข้ากับชาวบ้านเค้ายากแท้ๆกลับไม่

อึดอัดเท่าไรที่อยู่ในวงสนทนาที่พวกเค้าสนิทกันอยู่แล้ว 

 

เสือรู้สึกดีกับเพื่อนตรงที่เค้าพูดภาษาที่เสือเข้าใจโดยไม่ต้อง

แปล เช่นภาษาแล็บ ชื่อบัคเตเรีย Carcinogen เสือก็เข้าใจ

เพราะเคยเจอมาเหมือนกัน รู้สึกเหมือนพูดเรื่องเดียวกัน 

 

อีกอย่างคือเพื่อนทำให้เสือรู้สึกเหมือนกลับไปตอนมอต้น ที่

เสือเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มเพื่อนผู้ชายที่ชอบหาเรื่องไปทำ

อะไรส้นตีน กับตอนมอหกที่เป็นเจ้ามือท่ามกลางกลุ่มผู้ชาย 

 

บางคนอาจจะมองเสือไม่ดีก็ได้นะ ที่เสือชอบอยู่กับเพื่อนผู้

ชาย แต่เพราะเสือคิดว่าตัวเองก็เหมือนผู้ชายอีกคนหนึ่ง เสือ

เลยไม่ได้คิดอะไรกับเพื่อนเกินเลย

 

บางทีก็เจอเพื่อนของเพื่อนบางคนที่ดูเหมือนหลุดมาจาก

ตัวละครในนิยายของเสือ เสือเลยแอบเรียกชื่อเค้าในใจ

ด้วยชื่อตัวละคร 

 

วันงานจริงเสือก็ไปช่วยเค้าแบกของ จนเค้าเรียนรู้ว่าไม่ต้อง

ช่วยเสือแบกอะไร เพราะเสือแบกได้ทุกอย่าง ทำไม่ได้อย่าง

เดียวคือขี่มอไซค์ให้มันแข็ง (เวลาเพื่อนผู้ชายบอกให้เสือขี่รถ

เดี๋ยวเค้าแบกลำโพงให้ เสือจะเห้ยขี่ไปเหอะ เดี๋ยวกูแบกเอง) 

 

รู้สึกดี และสนุกมากๆกับงาน เสือว่าเรื่องราวแบบนี้เสืออยาก

เก็บไว้ในใจนานๆ ซึ่งรู้ดีว่าคนหลายคนอาจปล่อยผ่าน จนเสือ

กลายเป็นคนเดียวที่จดจำมันไว้ น่าเศร้าหน่อยๆนะ แต่เสือชินแล้ว

 

ถึงตอนนั้นมันจะเหนื่อยมาก แต่เสือก็อยากกลับไปซ้อมดึกดื่น 

ซ้อมเสร็จไปหาอะไรกินกัน แล้วก็กลับหอไปหลับเป็นตายเหมือน

ตอนเช้าไม่มีวันมาถึง 

 

วงจรความเหงาชัดๆ เสือยอมรับได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าเสือ

เหงามากๆ ที่ไม่ได้เจอเพื่อนพวกนี้แล้ว แต่เค้าจะอยากเจอเสือ

ไหมขออีกเรื่องนะ เพราะบางทีผู้ชายก็เข้าใจยากมากไป 

 

ตอนนี้เลยอยู่ในช่วงปรับตัวกลับสู่สภาพคนปกติ ที่ชอบอยู่คนเดียว

เหมือนเก่าก่อน 

 

เล่าเรื่องสนุกๆกันบ้าง 

ตอนนี้เสือกลายเป็นสายม่ออย่างเต็มตัว ซึ่งน่าใช้ตีนลงปากมาก

ปกติคำว่าม่อไม่ใช้กับผู้หญิงใช่ไหม แต่เสือคิดว่าเสือใช้ได้ว่ะ 

เพราะเดี๋ยวนี้เจอคนไหนเสือถูกใจ เสือจะชวนคุยแบบไม่บันยะ

บันยั้ง แต่เพื่อนจะบอกว่าเวลาเสือชวนคุย มันเหมือนไปชวนเค้า

ทะเลาะมากกว่าว่ะ 

 

งานที่สนุกงานหนึ่งที่จัดไปโดยคณะวิดวะ เสือก็ไม่พลาด

ปีก่อนพลาดรู้สึกเจ็บใจมาก ปีนี้เป็นปีของน้องรุ่น 58 จัด เสือ

เลยเข้าไปเป็นป้าในงาน เดินไปก็ชี้คนโน้นคนนี้ให้เพื่อนดูแบบ

โอยพ่อหนุ่มน่ารักจังครับ ป้าเลี้ยงหนมไหม 

 

ขอฝากความประทับใจ และความรู้สึกเป็นข้อๆแล้วกัน

1.บ้านผีสิง ผีน่ารักมาก เสือก็เออไหนๆบ้านมันก็มืดเนาะ 

กูพูดอะไรทุเรศออกไปคนก็ไม่รู้จักกูอยู่ดี หันไปเจอผียิ้มหวาน

โอยน่ารักสเปกพี่มากก็ น่ารักจังอ่าา สรุปคือผีเขินหลอกไม่ลง 

เคล็ดลับใหม่ชัดๆ 

2.การปั๊มข้อมือหน้างาน เปิดมิติใหม่ให้เสือ พ่อหนุ่มวิดวะที่คอย

ปั๊มข้อมือคนเข้างาน จับข้อมือทุกคนเพื่อปั๊ม เสือมองว่านี่แม่งเป็น

โอกาสดีที่จะได้แต๊ะอั๋ง ขอยืมมาใช่งานหน้าบ้างนะ 

3.จงเอาคนหล่อมาขายของไม่อร่อย เสือซื้อวุ้นหลอด 10 แท่ง

อร่อย 3 และอีก 7 ทำเสือท้องเสีย แต่คนขายหล่อมาก เสือผ่าน

4.เกมส์แต่ละซุ้มทำให้เสือรู้ว่าตัวเองเก่งแค่ไหน ปาเป้าได้ตุ๊กตา

(ก็ทึ่งว่าทำไมกูปาแตกเอาแตกเอาวะ) ปากระป๋องก็ตกเกือบหมด 

(ปกติจะปาโดนหัวคนเฝ้าซุ้ม) 

5.เจอน้องคนนึงที่พี่แอบปิ๊งมานานแต่ไม่ได้มีโอกาสเจอกันอีกเลย

เสือขอใช้คำเรียกน้องว่าน้องชะมดแล้วกันนะ 

 

สรุปคืองานดีงาม แต่รู้สึกเล็กๆว่าวิดวะเยอะกว่าคนที่มางาน 

คงเพราะใส่เสื้อวิดวะกันด้วยมั้ง ถือว่าได้ไปส่องอะไรดีๆงามๆ

กลับไปนอนฝันดี 

 

แต่จริงๆนะ เสือไม่ได้ชอบผู้ชายวิดวะหรอก เสือยังคงคอนเซปต์

ชอบผู้ชายวิดยาเหมือนเดิม 

 

ขอพูดถึงน้องชะมดหน่อย 

ถ้าน้องอ่านและดันรับรู้ว่าเป็นตัวเอง ขอความกรุณาอย่าคิดฆาตกรรม

พี่คนนี้เลยนะ คิดเสียว่าสงสารเถิด 

เสือรู้จักน้องเพราะเป็นเพื่อนของน้องชมรม มากินข้าวแล้วเจอพอดี

พี่เห็นน่ารักดีพี่เลยชวนคุย แต่อุบัติเหตุบางอย่างทำให้เราไม่ได้เจอ

กันหลังวันนั้นอีกเลย 

ข้ามเทอมไป เสือได้มาเจอน้องอีกทีงานวิดวะ ไม่รู้น้องจำพี่ได้ไหม

แต่พี่เบิกบานมาก และก็ไม่กล้าไปทักน้อง ได้แต่ทำท่าโง่ๆอยู่แถวนั้น

 

วันนึงไปกินนมกับเพื่อนวงหลังมอ เพื่อนยกมือโบกให้กับรุ่นน้องคนนึง

ที่เป็นไบโอเหมือนกัน และเมาท์กันว่า เห้ยแม่งมากับผู้ชายอีกคน เป็น

แฟนกันป่าววะ (รุ่นน้องไบโอก็ผู้ชายนะ) เสือหันไปพรึบ เชี่ยน้องชะมด

ของพี่ เสือเลยบอกเพื่อนไปว่า ป่าว นั่นแฟนเราเอง 

สักพักโต๊ะข้างๆเสือมันว่าง น้องเค้าเลยย้ายมานั่ง เท่านั้นแหล่ะพี่ก็ใส่

เต็มที่ ทำเป็นละเมอเพ้อพกว่า เอ้อออ คืนนี้ฝันดีแน่ๆ ทำไมคนเรางาน

ดีงานละเอียดได้แบบนี้นะ และสงสัยน้องคงจะไม่ตรงสเปกเพื่อนเสือเท่า

ไร เลยเจอคำถามว่า เสือชอบแบบนี้นะเหรอ,หน้าหยั่งกะชะมด (ขอยืม

สมญานามมา ณ ที่นี้) 

น้องเค้าคงจะอดรนทนพี่ที่ปากหมาเห่าหอนอยู่ได้ไม่ไหวแล้ว เลยลุกขึ้น

จะกลับ เท่านั้นแหล่ะ เพื่อนเรียกน้องๆ ไปส่งเสือหน่อย มันไม่มีรถกลับ

 

....

 

เสือรู้แล้วว่าสายปากหมาเสือมาตายตรงไหน ตรงที่ต้องเผชิญหน้า

กับเค้าจริงๆนี่ล่ะ น้องเค้าก็ทำหน้าเหมือนอะไรของมึงและเดินจากไป

ทิ้งให้เสือหน้าคว่ำชามนม น้ำตาตกใน 

 

ชีวิตมันเศร้า 

 

หลังจากนั้นไม่นาน เสือก็ไปกินข้าวที่โรงอาหารรวม เจอน้องเค้าอีกครั้ง

เสือก็ไม่ทราบว่าตัวเองกล้าสบตาเค้าได้อย่างไร ในเมื่อไปแซวน้องเค้า

ได้อย่างเหี้ยและจัญไรได้ขนาดนั้น แต่พี่ก็หวังเสมอว่าจะได้เจอน้องอีก

ครั้งในวันหน้า แม้น้องจะไม่อยากเจอพี่เลยก็ตาม 

 

แล้วแต่บุญวาสนาพาไป 

 

พอเล่าถึงน้องชะมดแล้วเสือรู้สึกเบิกบานจัง ถึงเสือจะไม่ได้ชอบ

เค้าจริงจังก็เถอะ แต่ถ้าอยากจริงจังกับพี่ก็เข้ามานะ พี่โอเค

 

แต่ตอนนี้เสือคงต้องขอพลังเพื่อต่อสู้กับความเหงาต่อไปหน่อย

เพราะเสือยังโหวงเหวงไม่หาย กับการกลับมาบ้าน ที่อบอุ่นแต่

มีบางอย่างให้เสือขุ่นเคืองใจไม่เบา 

 

เสือจะโอเค ช่วงนี้มันอาจจะแค่เป็นช่วงเวลาอารมณ์เสือมันดิ่งลง

เสือคิดว่าทุกอย่างมันจะผ่านไปด้วยดี สักวันเสือคงจะตัดให้วงจร

ความเหงาเสือมันขาดลงได้ มันจะได้มีปลายทางหยุด ไม่เชื่อมต่อ

และวกวนไปวนมาแบบนี้ 

 

พรุ่งนี้เสือจะไปโรงเรียน เสือว่าเสือควรจะกลับไปเสพความทรงจำ

ดีๆบางอย่าง เพราะเสือได้ยินตัวเองเรียกร้องอยู่ 

 

และมีแพลนอีกมากมายที่จะไปเที่ยว แม้จะต้องสู้กับสภาพอากาศ

ร้อนหัวไหม้ของกรุงเทพ ณ ขณะนี้ 

 

ไปก่อนแล้วกันนะ 

 

ปล.เสือตัดสินใจครั้งใหญ้ทักคนที่เสือสนใจไปคนหนึง (ไม่ใช่น้องชะมด

นะ) แต่เสือยังไม่อยากลงรายละเอียดเพราะดูท่าจะแห้วแน่แท้ 

ปล2 คนเราต้องกล้าทำอะไรบางอย่างบ้างเนาะ ถึงจะรู้อนาคตอยู่แล้ว 

ปล3 สุขสันต์วันสงกรานต์ล่วงหน้า

Comment

Comment:

Tweet