วันนี้เสือไปรอแม่แถวอโศก ก็เลยไปดูหนังรอบเย็นที่ Terminal 21
ซึ่งเสือเพิ่งรู้ว่า มันเป็นเครือของ SF cinema เออไม่อยากเมาท์
ว่านี่เป็นครั้งแรก ที่เสือไปดูหนังคนเดียว (ช่างน่าอวดมากกกก)
หนังสยองขวัญเสียด้วย หึๆๆๆ
.
.
เป็นหนังสยองขวัญที่มีพล็อตเรื่องเริ่มต้น(ย้ำว่าเริ่มต้น) เหมือนหนังสยองขวัญทั่วไป
ความจริงเมื่อก่อนเสือบ้าหนังพวกนี้มาก เสือดูเจสัน Friday 13th จบไปสิบภาค
และก็เรื่องอื่นๆ แนวๆนี้ จนมาถึงเรื่อง The Texas Chainsaw Massacre เสือดูไปครึ่งเรื่อง
แล้วปิดไม่ดูต่อ เพราะเสือเบื่อ ไม่ใช่ว่าหนังไม่ดีนะ แต่เสือเอือมเอง (แค่เจสันสิบภาค
เสือก็แบบ มันจบแบบนี้ทุกภาคเลย บางทีก็ถือว่าเป็นการดูเพื่อเสพฉากทรมานคนของพี่เจคเค้า)
.
.
Cabin in the wood แย่งตายทะลุตาย เป็นหนังสโลแกนที่ว่า ดูแล้วห้ามเล่า
ซึ่งคนที่ดูมาแล้วอย่างเสือก็ขอพูดว่า ดูแล้วห้ามเล่าจริงๆ เพราะเป็นหนังที่ขาย
การที่คนดูจะเดาตอนจบเรื่องไม่ออกจริงจัง
.
พล็อตเรื่องเริ่มต้นเหมือนหนังสยองขวัญ ทั่วไปคือ มีวัยรุ่นที่มีบุคลิกแตกต่างกันห้าคน
สาวเซกซี่สติปัญญาไม่ค่อยมี หนุ่มนักกีฬากล้ามล้ำบึ้ก (ได้เทพเจ้าสายฟ้า ธอร์มาแสดง
เสือว่าหล่อดีนะ คึๆๆ) ตัวตลก มันสมองประจำกลุ่ม และก็ สาวเวอร์จิ้น(แม่คนดีผีคุ้ม สวยมากๆ
เสือเคลิ้มทุกฉากที่มีเธอ) ไปพักที่บ้านเก่าๆกลางป่าที่ไร้ผู้คน ก่อนหน้านั้นจะเจอคนแปลกๆ
มาเตือนว่าอย่าไป อะไรเถือกนี้ แต่พวกเขาไม่ฟัง และดำเนินหน้าต่อไปในบัดดล
.
พล็อตเริ่มต้นเพียงแค่นี้ ต่อไปจะเป็นการสปอยของเสือเอง หึๆ
.
.
นับว่าเป็นหนังที่เสือว่าน่าจะถูกใจคอหนังสยองขวัญที่เบื่อเนื้อเรื่องเดิมๆ ที่เดาออกจริงๆ
เสือได้ไปอ่านคำวิจารณ์เรื่องนี้ในนิตยสารสตาร์พิคส์ที่เขียนโดยคุณวาริน เสือขอยกประโยค
ที่เขาว่า หนังเรื่องนี้เริ่มต้นด้วย พนักงานวัยกลางคนสองคนกำลังคุยเรื่องงานที่ดูเหมือนจะ
เชื่อมต่อกับหลายที่บนโลก และ หนังก็แปะตัวอักษรชื่อเรื่อง Cabin in the wood ตัวใหญ่ๆ
ทับเพื่อให้คนดูแน่ใจว่าตัวเองดูเรื่องนี้อยู่จริงๆ (เสือคิดแบบนั้นเป๊ะเลย เพราะว่าตอนแรกเสือ
ก็งงว่า กรูมาดูถูกเรื่องหรือเปล่า)
เนื่องจากว่า หนังให้คำท้าไว้ว่า ตอนจบจะเดาไม่ออก เสือเลยพยายามจับผิดทุกรายละเอียด
ในหนัง และพยายามวิเคราะห์คำที่พวกองค์กรทำพิธีสังเวยมนุษย์นี่พูดออกมา หนังสลับฉาก
ไปมาระหว่าง องค์กร กับ เนื้อเรื่องสยองขวัญ ที่เหล่าวัยรุ่นตัวละครหลักต้องเผชิญ
คนในองค์กรมีหน้าที่จัดการเหล่าเครื่องสังเวยนี้ ให้แก่ เทพใต้พื้นพิภพ แต่ในขณะเดียวกัน
ก็พยายามที่จะจัดฉากให้"ลูกค้า"พอใจและสนุกสนานไปด้วย ยกตัวอย่างที่ใช้เครื่องมือปรับให้ตัวละคร
เดินหน้าไปอย่างที่"ลูกค้า"ต้องการ อย่างการปรับแสงสว่างเมื่อสาวผมบลอนด์บอกว่ามันมืด
หรือการที่หนุ่มนักกีฬาต้องการรวมกลุ่มก็ปล่อยควันมาให้เขาเปลี่ยนความคิด นี่ทำให้เสือเชื่อ
(ไปด้วยตัวเอง)ว่า มันคงเป็นเกมส์อะไรสักอย่าง ที่พยายามปรับแต่งเนื้อเรื่องให้ไปตามอย่างที่คิด
พอดูจบ หลังมานั่งคิดเอาแล้ว "ลูกค้า"ที่ว่า มันก็คือคนที่เข้ามาชมหนังเรื่องนี้นั่นเอง
คนดูอาจจะโห่ที่สาวผมบลอนด์เกิดหยุดที่จะพลอดรักกับแฟนนักกีฬาเพียงเพราะมันมืด
Cabin in the wood เลยใช้จุดนี้เป็นตัวเล่นเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนดู และไม่เฉลย ให้เรา
คิดกันเองว่า หลายๆอย่างที่มันเกิดขึ้น เป็นเพราะเราอยากให้มันเกิดไม่ใช่เหรอ
แต่ที่สุดท้ายแล้ว ทั้งหมดมันก็เป็นเกมส์ เพราะว่าพนักงานในองค์กร กลับมองการที่พวกวัยรุ่น
สังเวยนี้โดนทำร้ายเป็นเรื่องธรรมดา ถึงขั้นมาพนันว่า ผีตัวไหนจะได้รับการปลดปล่อยมาฆ่า
วัยรุ่นพวกนี้ หรือฉาก(ที่พวกเขาคิดว่า)จบ ของแม่สาวเวอร์จิ้นที่ถูกซอมบี้ศพเน่าๆกำลังจะขย้ำคอ
ถึงในฉากสุดท้ายใกล้จบ มีเจ๊ที่ดูภูมิฐานคนหนึ่งมาออกโรงบอกกลุ่มตัวละครวัยรึ่นที่เหลือว่า
ที่พวกเธอต้องเป็นเครื่องสังเวย ก็เพราะว่า คนทั้งโลกจะได้ไม่ต้องตาย (พูดง่ายๆคือเสียสละเพื่อ
ส่วนรวม) เสียสละเพื่อส่วนรวม ประโยคนี้เล่นบ่อยมากในชีวิตจริงและในหนัง ส่วนใหญ๋หนังจะหมาย
ความประโยคนี้ในการ เสียสละ"ชีวิต"เพื่อส่วนรวม ทำให้วัยรุุ่นตั้งคำถามว่า ถึงเราไม่ตายเพราะสังเวย
ชีวิต เราก็ต้องตายอยู่ดีไม่ใช่เหรอ เจ๊แกก็ตอบประโยคเด็ดมาว่า "เธออยากจะตาย'กับ'เขา หรือ ตาย'เพื่อ'เขา"
ประโยคนี้เด็ดมาก นั่งฟังแล้วเกือบจะคล้อยตามองค์กรนี้ไปเสียแล้ว แต่ทว่า ภาพลักษณ์ขององค์กร
มันเสียมาตั้งแต่ต้นแล้ว เพราะพวกเขามองการที่คนสังเวยชีวิต ไม่ใช่เรื่องที่น่ายกย่อง กลับมองเป็น
งาน และ ความบันเทิงใจของลูกค้า (ที่กำลังเชียร์กลุ่มวัยรุ่นอยู่สุดฤทธิ์) ดังนั้น ประโยคเด็ดที่ว่า
มันก็เป็นการวกเข้าตัวเองอยู่ดี
เกี่ยวกับรายละเอียดอื่นๆที่โดดเด่นในหนัง อย่างตอนที่ ระบบองค์กรมันรวน แล้ว ผีปีศาจในลิฟท์
มันออกมาหมด (เสือชอบฉากนี้มาก เสือหลุดหัวเราะออกมาดังลั่นเลย )
มีทุกอย่างเท่าที่เราจะคิดได้ บ้างก็มาจากหนังสยองขวัญเมพๆรุ่นเก่าๆ อย่างซอมบี้คือ
งูยักษ์ มนุษย์หมาป่า ผีเงือกเน่าๆ ตัวตลกจากเรื่อง it (เขียนโดยสตีเฟ่น คิง)(เสือแทบกรี๊ดเลยฉากนั้น
เพราะเสือชอบไอ้ตัวตลกนี้มาก) แล้วยังมียูนิคอร์น ที่เสือคิดว่า สัตว์ที่สวยงามอย่างนี้เหรอ ที่จะถูก
ปลดปล่อยมาฆ่าชาวบ้าน (พอเค้าเอาเขาแทงคนทีเสือเลิกคิดในบัดดล) ซึ่งเหล่านี้ทำให้คอหนัง
สยองขวัญคงจะนึกถึงปีศาจเหล่านี้ที่เป็นตัวเอกในเรื่องเก่าๆที่เราเคยดู และ ทำให้คนดูสะใจที่ว่า
เออ มันต้องให้โดนแบบนี้สะมั่ง (แทรกหน่อย มีสาวองค์กรคนหนึ่งรับไม่ได้ที่ไอ้พวกนรกแตกนี้โผล่มา
เจ๊เธอเลยเอาปืนยิงหัวฆ่าตัวตายเสียก่อนเอง เสือชอบ เสือหัวเราะ)
หนังเรื่องนี้ หักมุมมันทุกฉาก เริ่มตั้งแต่ที่คุณวัยรุ่นตัวตลกโผล่มา(หลังจากดูเหมื่อนว่าตายไปแล้ว)
ได้ตอนที่นางเอกหวิดดับ ผีนรกแตกโผล่มาทำลายองค์กร หนุ่มนักกีฬาทำเท่ห์ขับมอเตอร์ไซค์ฝ่าเหว
แต่ดันดับตกไป (เสือก็แอบเชียร์เฮียแกเหมือนกันนะ แต่คิดว่ามันคงไม่รอดหรอก)
และตอนสุดท้าย ที่คุณแก่องค์กรที่แม่สาวสวยเวอร์จิ้นของเราเอามีดแทงบอกว่า ฆ่าเจ้าตัวตลกสะ
แล้วคุณตัวตลกยังยื่นปืนให้อีก (ตอนนั้นความคิดตีกันในหัวมาก
ว่า เฮ้ย เดี๋ยวต้องยิงจริงแน่เลยว่ะ แต่อีกความคิดก็ว่า หนังมันหักมาทั้งเรื่องแล้ว มันคงไม่ยิงหรอก)
ทำให้คนดูอย่างเสือลุ้นระทึกตึกตักไปตลอด (รวมไปถึงฉากผีโผล่ ที่ทำออกมาดี สมว่าเป็นหนังสยองขวัญหน่อย)
สรุปโดยรวมแล้ว เสือเห็นด้วยกับความคิดของคุณวารินที่ว่า หนังพยายามฉีกกฏเดิมๆที่คนดูเบื่อ
กับสภาพหนังจบแบบเดิมๆ แต่ยังสามารถคงการดึงดูดความพอใจของ"ลูกค้า" อย่างเราๆ ให้ได้
อารมณ์หนังสยองขวัญจริงๆ
สุดท้ายแล้ว พวกเขาทั้งหมด ก็ทำ"เพื่อ"ให้"ลูกค้า"พอใจ
.
มือยักษ์ล้างโลก หลั่นล้า หลั่นล้า (ฉากจบจริงๆจ้ะ)
.
.
สรุปของจริง เสือชอบมากกกกกกกกกกก ถ้ารวยจริงอยากไปดูอีกเลย
แต่ตอนนี้เสือติดคิวหนังสองเรื่องที่ต้องไปดู Street dance 2 และ คนโลกจิต
.
.
ปล ผีโผล่มาฉากไหนเสือหัวเราะได้ทุกฉากจริงๆ ตลก
.