Lost in the dream

posted on 26 Sep 2016 22:45 by seaukun in Dairy

ห้องกระจก - Safeplanet

เพลงใหม่ของวงโปรดเสือ โชคดีเคยได้ดูสดอยู่ครั้งนึง

งานแคททรีเชิ้ต

 

เสือเพิ่งผ่านบล็อก Reproductive หรือระบบสืบพันธุ์

เสือพูดได้ว่านี่อาจเป็นบล็อกที่สาหัสสำหรับเสือบล็อกนึง

 

ไม่ใช่เพราะเรียนหนัก แต่กิจกรรมหนักค่อนข้างมาก 

ไม่ว่าจะเป็นรับน้องขึ้นดอย + กิจกรรมมากมายของคณะ 

เสือออกจะชอบกิจกรรมรับน้องขึ้นดอย เพราะเสือว่ามัน

ก็ดูเป็นความสามัคคีรูปแบบนึง ซึ่งอาจจะไม่ได้ต้องพูดออก

มาดังๆ แต่มันคล้ายๆแบบเราได้ร่วมมือร่วมใจกับอะไรสักอย่าง

 

เสือได้วิ่งขึ้นดอยพร้อมกับน้องด้วย แต่เป็นความคิดที่ผิดมาก

เพราะตั้งแต่เสือมีรถมา เสือก็แทบไม่เดินไปไหนอีกเลย ไม่ว่า

จะแค่เซเว่นตรงหอ ห่างประมาณ 300 เมตรเสือก็ขี่มอไซค์ไป

จนเพื่อนแสนเอือมระอากับสภาพเดินไม่ได้ของเสือ 

 

การวิ่งขึ้นดอยทำให้เสือรู้ว่า ถึงจะมีกำลังใจฮึกเหิมเท่าไร

ก็ไม่ได้ทำให้กำลังกายที่ห่วยแตกมันพร้อมขึ้นเท่าไร เสือขาตะคริว

แดกไม่รู้กี่ครั้ง และตายห่าตอนกลับจากดอย ขาเดี้ยง เดินไม่ได้จริงๆ

ไปสามวัน

 

ที่บอกว่าหนักคงไม่ได้หมายถึงกิจกรรมไปซะทีเดียว แต่เสือว่ามัน

เป็นการทำงานร่วมกับคนอื่นต่างหาก

 

เสือเข้าใจว่าคนเราไม่เหมือนกัน แต่เสือไม่ค่อยโอเคกับคนที่

ตัดสินใจอะไรไม่ค่อยเด็ดขาดจะมาเป็นหัวหน้า หรือคนนำงาน

เพราะมันทำให้งานช้าลงมากๆ ความลำบากใจของเสือคือการอดทน

ไม่เข้าไปก้าวก่ายการตัดสินใจของเขา เพราะเสือมักจะชอบเตือนเสมอ

ว่า เห้ยงานนี้ยังไม่ได้ทำนะ เดี๋ยวเราต้องทำอย่างนี้่ต่อใช่ไหม

 

เสือคิดเอาเองว่างานที่เสือจะมีความสุขกับการทำคือ เสือต้องได้ทำคนเดียว

ไม่ก็เสือเป็นหัวหน้า 

 

เสือว่าทุกคนคงมีความรู้สึกเดียวกัน ว่าไม่อยากทำงานกับคนที่ทำงาน

คนละแบบกับเราเลย และยิ่งเราเข้าข้างตัวเองว่าเราทำงานดีมากๆแล้ว

 

วิธีแก้ทำไงดีให้เสือไม่ต้องคิดอะไรวุ่นวาย คงเป็นเสือต้องทำหน้าที่

ผู้ตามที่ดี ที่ดีมากๆ รอคำสั่งอย่างเดียว ถ้าไม่สั่งแล้วงานมันล่ม หรือ

ไม่ไปถึงไหนเสียที เสือว่าเสือคงไม่เดือดร้อนเท่าไร แบบนี้ใช่ไหมที่

เค้าเรียกว่าปล่อยวาง 

 

สำหรับงานชมรมดนตรีที่เสือทำอย่างหนักหน่วงเมื่อปีก่อน เสือว่า

ปีนี้เสือคงไม่อยากจะแคร์อะไรอีกแล้ว เสือไม่ชอบการทำงานแบบ

ไม่วางแผนล่วงหน้า และ การที่ไม่เคยเห็นคุณค่าของสิ่งที่ผู้อื่นทำ

 

เสือไม่อยากบ่นเยอะเลย เพราะบ่นเยอะกลับมาอ่านก็ดูลบมากๆ 

ชีวตเสือคงหดหู่ แต่เอาจริงๆนะ เสือว่าเสือคงไม่อาจหดหู่ได้เท่า

กับช่วงเดือนกว่าๆที่ผ่านมาได้แล้ว 

 

เพราะเสือมีปัญหาในการทำงานกับคนที่เสือไปด้วยไม่ได้ เพราะทั้ง

สภาพบรรยากาศ และทัศนคติของหลายๆอย่าง ทำให้อาการโฮมซิก

ของเสือกำเริบแบบหนัก หนักกว่าครั้งไหนๆ ประมาณว่าที่แห่งนี้ไม่ใช่

ที่ของเรา 

 

เสือไม่ได้ไม่ชอบเชียงใหม่นะ แต่เสือว่าเกือบทุกอย่างมันไม่สามารถ

ทำให้เสือมีความสุขได้เลย ไม่ว่าจะเป็นสังคม อาหารการกิน ต่างๆนานา 

 

เสือขังตัวเองไว้ในห้อง ไม่ใช่เพราะแค่อยากอยู่สบายใจคนเดียวเหมือน

แต่ก่อน แต่เป็นอารมณ์ที่ไม่อยากทำอะไรเลย คนก็ไม่อยากเจอ เสือ

พยายามทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นโดยพาตัวเองไปหาอะไรดีๆกิน แต่เสือกลับ

รู้สึกว่างเปล่า บางทีเสืออาจจะมาถึงจุดเน่าหนอนของชีวิตอย่างที่สุดแล้ว 

 

เสือโทรไปคร่ำครวญกับเพื่อนๆ ครอบครัว ว่าเสืออยากหาหมอ อยากเอายา

มากินให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น แต่ก็ถูกห้ามปรามเพราะยามันยากที่จะรับรองผลได้

แถมผลข้างเคียงก็เยอะ 

 

เสือทนทรมานใจอย่างหนักไปประมาณอาทิตย์กว่าๆ ก่อนจะเริ่มใช้วิธี

หลีกหนีความจริง สิ่งที่ทรมานใจเสือไม่ใช่อดีต แต่เป็นปัจจุบัน อดีตเป็นสิ่ง

ที่กลับไปทำอะไรไม่ได้ เสือจึงเลือกจะจินตนาการไปถึงอนาคตเพื่อให้ตัว

เองยังมีความหวังบ้าง 

 

เสือคิดจริงจังเกี่ยวกับอนาคตว่า เสือเรียนจบแล้วเสือจะทำอะไรต่อ

เรียนต่อ ทำงาน หรืออะไร และพบว่าพอได้ว่าแผนชีวิตตัวเองคร่าวๆ

เสือว่ามันมีความสุขขึ้น เพราะเสือยังเชื่อว่าเสือยังมีอนาคตที่ดีได้ 

 

เป้าหมายหลักของเสือคือ 

1.รีบออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด (คือเรียนหกปีจนจบ และไปทำงานหรือ

เรียนต่ออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่) 

2.ทำงานมีเงินใช้สบายๆ 

3.มีคอนโดติดแม่น้ำเจ้าพระยา 

4.ไปตามรอยหนังในประเทศต่างๆด้วยเงินของตัวเอง

5.อยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุข 

 

เสือเล่าให้แม่ฟัง แม่บอกว่าเสือพูดแบบนี้เหมือนตัวเองรู้สึกผิดที่

เลือกมาเรียนที่นี่เลย ซึ่งเสือก็คิดงั้นจริงๆ (ย้อนไป 2 ปีก่อน เสือดีใจ

ที่ได้มาเรียนเชียงใหม่มาก) แต่เสือไม่ได้คิดเลยนะว่าการมาเรียนที่นี่มันเสียเวลา

เสือว่าเสือได้อะไรจากที่นี่มากๆ มันทำให้เสือรู้จักตัวเองมากกว่าที่เคยรู้จัก

รู้ว่าตัวเองสามารถทำอะไรได้บ้าง และภูมิใจในตัวเองมากกว่าที่เคยภูมิใจ

แค่เพียงแต่ว่าเสือได้รับมันมากพอแล้วก็เท่านั้น

 

เสือบอกแม่ว่า ถึงเสือจะอยากกลับไปแค่ไหน แต่ตอนนี้สิ่งที่เสือจะทำคือ

เต็มที่กับปัจจุบันให้ได้มากที่สุด ใช้เวลาที่นี่ให้น้อยที่สุด เพื่อจะได้กลับบ้าน

แม่บอกว่ามันคงเป็นเรื่องที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว การที่เราไม่เหมาะกับที่ไหน

ไม่ใช่ว่าที่แห่งนั้นไม่ดี แต่แค่เราไม่ได้โตมากับที่นั้น จนเราชินและ

มีความสุขกับมันได้

 

อ๋อ เสือกำลังจะพูดต่อไปคือ เรื่องการต่อเฉพาะทางของเสือนั่นเอง

ความจริงเสือคิดเรื่องเฉพาะทางมาสักระยะแล้ว ถึงเสือจะอยู่ปีสาม

และยังไม่ขึ้นวอร์ด (คือไม่มีความรู้เลยว่าแต่ละวอร์ดเราจะได้เจอกับอะไร)

แต่คงเพราะเสือมีเพื่อนที่เรียน 4 ปีจบหลายคน คนที่เรียน 4 ปีจบคง

เข้าใจว่าตอนปี 3 คือเป็นช่วงเวลาที่กระตือรือล้นเรื่องการทำงานหลัง

เรียนจบมากๆ เพราะใกล้จะจบแล้ว เสือเลยพลอยได้รับอิทธิพลไปด้วย

ในตัว เนื่องจากบรรยากาศของเพื่อนเข้ารุมล้อม

 

เสือเคยสนใจในหลายๆเฉพาะทางมาก ไม่ว่าจะเป็น นิติเวช ศัลย์

เด็ก จิตเวช แต่ด้วยข้อจำกัดมากมายที่เสือได้รับข้อมูลมา เสือจึง

ไม่แน่ใจว่าตัวเองสามารถไปในทางนั้นได้จริงๆหรือไม่

 

สำหรับตรงนี้ เสือพูดแบบตรงๆ เหตุผลตามจริง ไม่ขอใช้ความคิด

ประเภทหมอต้องเสียสละ อะไรทำนองนั้นมาพูด

 

โอเคต่อ

 

สำหรับวอร์ดใหญ่ๆอย่าง สูตินรีเวช กุมารเวช ศัลยแพทย์

อายุรเวชศาสตร์ เป็นสาขาที่เรียนต่อเฉพาะทางแล้วได้ค่าตอบ

แทนที่ดี (เสือพูดรวมๆนะ เสือยังไม่รู้แน่ชัดเท่าไร แต่รู้จาก

รุ่นพี่ว่าสาขาพวกนี้คนแย่งกันเข้ามาก) เนื่องจากเป็นที่นิยม

การเรียนต่อจึงเป็นไปยาก ต้องใช้เส้น(หลายคนคงเคยได้ยิน

เสือไม่อะไรหรอกนะ แต่แค่จะบอกว่าในตระกูลเสือไม่เคยมี

ใครเป็นหมอคนมาก่อน ไม่มีเส้นใดๆทั้งสิ้น) ความเก่ง โอกาส

และอื่นๆอีกมากมายที่เสือรู้ดีว่าคงยากมากสำหรับเสือ  

 

งั้นข้ามสาขาเหล่านี้ไป (เสริมๆ สาขาที่นิยมอื่นๆ คือพวกผิวหนัง

จักษุแพทย์ เสือขอข้ามเพราะไม่มีความสนใจ) เสือเลยสนใจสาขา

ขาดแคลน (ที่ขาดแคลนอาจเป็นเพราะค่าตอบแทนน้อย เสี่ยง 

เครียด ยาก) สาขาขาดแคลนจากการที่ศึกษามา (ในตอนนี้ อนาคต

อาจมีการเปลี่ยนแปลง) มักจะไม่ต้องใช้ทุนก่อนเข้ามาเรียน 

 

ปกติแบบไม่ซับซ้อน คือเรียน 6 ปี - ใช้ทุน 3 ปี - ต่อเฉพาะทาง 

ความจริงมีหลายทางเลือกกว่านี้ แต่ก็แข่งขันสูงเหมือนกัน 

 

อ่ากลับมาต่อกับแพทย์สาขาขาดแคลน ไม่ต้องใช้ทุนก่อนคือ

เค้าให้เราเรียนไปพร้อมๆกับใช้ทุนได้เลย สรุปคือสมมติเราเรียน

จบ 6 ปี - ใช้ทุน+เรียนเฉพาะทาง 3 ปี เราจะจบเร็วกว่าปกติ 

 

น่าสนใจมาก ไม่ใช่ว่าเสือไม่อยากใช้ทุนนะ แต่จากการได้ยิน

ข่าวคราวการเลือกโรงบาลใช้ทุนผิดคิดจนตัวตายมันทำให้เสือ

ไม่สบายใจมากๆ (ควรแก้ที่ระบบ) เสือยินดีทำทุกอย่างตามขั้น

ตอนที่เค้าวางไว้ และ ถ้าเสือเลือกต่อเฉพาะทางสาขาขาดแคลน 

เสือจะมีโอกาสได้กลับบ้านเร็วขึ้นมากๆ เพราะสามารถเรียนต่อเฉพาะทาง

ที่กรุงเทพได้ด้วย (เสือแอบเล็งโรงบาลที่สนใจไว้แล้ว ไว้ปีสี่จะลอง

ไป elective ดู)(elective คืออารมณ์แบบไปศึกษาดูงาน)

 

พอได้ความคิดแบบนี้เสือก็มีกำลังใจเรียนมากๆ และสาขาที่เสือสนใจ

เอาเข้าจริงเสือไม่เคยสนใจจะทำเลย เพราะความเสี่ยงสูง แต่พอ

เสือรู้จักตัวเองมากขึ้น เสือคิดว่าตัวเองน่าจะทำได้ (ทุกอย่างเป็นการ

คาดคะแน เพราะเสือยังไม่ได้สัมผัสของจริง) นั่นคือเวชศาสตร์ฉุกเฉิน

หรือ ER

 

คงเพราะมันเครียด เลยเป็นสาขาขาดแคลน แถมดูการเติบโตด้าน

หน้าที่การงานจะน้อยกว่าสาขาอื่น แต่เสือว่าโอเค เสือไม่ค่อยได้คิด

จะเป็นจุดสูงสุดของอาชีพนี้หรอก (ถ้าจะเป็นยอดจริงๆ เสือคงเลือก

ทำอย่างอื่นเสริมดีกว่า) เสือว่าบุคลิกและลักษณะการทำงานเสือ

น่าจะพอไหวกับสายนี้

 

มันอาจจะเป็นอนาคตที่ดูไกล แต่ทำให้เสือมีกำลังใจมากๆเลย

เสือเห็นตัวเองประสบความสำเร็จในความคิดแบบนี้ เสือก็พอมี

ความสุขขึ้นมาได้บ้าง มันเป็นเรืองธรรมดาใช่ไหม

 

เออมีเรื่องมาเล่าให้ฟัง ไม่ได้น่าภูมิใจนะ แต่แค่เล่าให้ฟัง

และเตรียมโดนด่าเรียบร้อยแล้ว

วันนี้อาจารย์ถามในห้องว่า ใครจบไปทำรพ รัฐบ้าง คำตอบคือ

เพื่อนๆ 70% ยกมือขึ้น และอาจารย์ถามต่อว่าแล้ว รพ เอกชนล่ะ

มีประมาณ 10% ที่ยกมือ (ที่เหลืองดออกเสียง 555) ซึ่งเสืออยู่ใน

อี 10% นี้ล่ะ

 

เสือคงอ่านพันทิปมาเยอะ เลยรู้ว่าจะมีคนพูดอย่างไร และตอนยกมือ

เสือแม่งก็ยกจนสุดแขน คำอธิบายสั้นๆของเสือคือ ถ้าเราทำงานเต็มที่

ไม่ขัดกับศีลธรรม ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ก็เป็นสิ่งที่โอเคแล้ว และ

คนเราต้องกินต้องใช้

 

เปลี่ยนเรืองนะ พูดแต่เรื่องหมอๆมาเยอะแล้ว

 

สรุปเสือได้ไปญีปุ่นแบบ 100% แล้ว เพราะจองตั๋วแล้ว

ถ้าจะไม่ได้ไปก็คงเพราะเสือตายก่อน ค่าตั๋วขนาดนั้นคงไม่

สามารถทำให้เสือเปลี่ยนแผนไปได้

 

ตอนแรกเสือคิดว่าคงไม่ได้ไปแล้ว เนื่องจากปัญหามากมาย

และทางบ้านก็ไม่ให้ไปคนเดียวด้วย แต่เพื่อนเสือตอนมอปลาย

ดันว่างพอดีช่วงปีใหม่ เราเลยได้ไปด้วยกัน

 

เสือดีใจมากนะ เพราะมันคงเป็นของขวัญวันเกิดปีที่ 20 ของเสือ

ที่ดีที่สุดสำหรับเสือเลย (เสือให้พ่อออกค่าตั๋วเครื่องบินอย่างเดียว

ค่าเที่ยวทั้งหมดเสือออกเอง เปย์ตัวเอง) เพราะเสือคิดถึงนานะ จาก

เรื่อง Nana มังงะสุดโปรดตลอดกาลของเสือที่บอกว่า ซือตั๋วไป

โตเกียวเป็นของขวัญวันเกิดครบรอบ 20 ปีของตัวเอง เสือเลยว่าตัวเอง

ต้องมีแพลนไปสถานีรถไฟโตเกียวด้วย เพื่อข้ามทางม้าลายหน้าสถานี

(ได้ไปฤดูหนาวเหมือนในมังงะด้วยอึ้ยยย)

 

แพลนเสือไม่มีอะไรมาก เอาแต่ตามรอยหนัง กับช็อปปิ้ง

เสือว่าไปเที่ยวมาแล้ว คงเอาเขียนรีวิวสนุกเลยทีเดียว

 

เสือเพิ่งกลับมาจากบ้าน เสือกลับบ้านทุกบล็อกเลย และก็เก็บรูป

มาฝากอีกตามเคย เสือเริ่มคิดเรื่องจะซือกล้องแล้ว เพราะกล้องมือถือ

เสือเริ่มกาก แต่เสือก็ไม่ได้ชอบถ่ายรูปขนาดนั้น เป็นพวกถ่ายไว้เอาไว้ดู

ว่าตัวเองไปมาแล้วมากกว่า งั้นเสือควรจะเปลี่ยนมือถือใหม่ง่ายกว่า เพราะ

มือถือเสือก็เริ่มใกล้พังแล้ว

 

เสือไม่เคยไม่ไปเจริญกรุงบ้างไหม ตอบ ไม่เคย

กลับมาที่สะพานตากสินอีกแล้ว ย่านที่เสือรักมากที่สุดในกรุงเทพ

 

วิวตึกสวยสู้ที่มองจากสะพานกรุงเทพไม่ได้เลย แต่บรรยากาศดีกว่า

สะพานกรุงเทพไว้เสือแวะไปคราวหลังแล้วกัน

 

กว่าจะได้รูปนี้มารอรถไฟฟ้านานมาก ไม่ใช่ว่ามันไม่ค่อยมานะ

แต่มือถือจับภาพช้า เลยได้รูปพอดียาก และนี่คือพอดีที่สุดเท่าที่ทำได้

 

เสือชอบแต่งภาพแบบให้มันดูแห้งแล้ง สีน้อยๆ ดูแล้วไม่ค่อยเจริญหู

เจริญตาเท่าไรเลยว่าไหม

 

อีกที่ที่รู้จักมานาน แต่ไม่เคยได้ไปแบบจริงจังเสียที

คือสวนลุมพินี เอาจริงๆแค่อยากไปตามรอยซีรี่ส์ Make it right

ที่น้องรถถังกับพี่นายมาปั่นเรือเป็ดกัน (เออเสือก็เกือบลงไปปั่นคนเดียว

แล้ว แต่เวลามันน้อยเกินตอนนั้น)

 

เป็นสวนสาธารณะกลางเมืองทีสวยมากๆ 

 

ล่าสุดเสือเพิ่งดูเรื่อง Shin godzilla กับ Sally มา ประทับใจทั้งคู่

ปีนี้เสือไม่ค่อยมีหนังประทับใจเท่าไร แต่สองเรืองนี้โดนใจเสือมากๆอยู่

เสือเริ่มชอบหนังที่คนเราสามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบ และผลออกมาดี

จริงๆ สำหรับกัปตัน Sally เสือดูแล้วเสือว่าเสือนับถือเค้ามากจริงๆเลย

 

เรื่องสุดท้ายก่อนจากลา เสือลองไปทำแบบทดสอบมาช่วงนี้

คัดสรรเข้าบ้านในฮอกวอตส์ Pottermore - กริฟฟินดอร์

ผู้พิทักษ์ - กวางสาว (รู้สึกถึงความอ่อนโยนในตัวเองเลย)

และ MBTI ของเสือเปลี่ยนแล้วจาก INFP เป็น INFJ

 

ตอนทำเสือก็รู้แล้วนะ เพราะจากการผ่านงานมาอย่างโชกโชน

เสือค่อนข้างเข้มงวดกับงานพอควร ต้องวางแผน ไม่เอาแล้วแบบ

เดี๋ยวค่อยคิด เดี๋ยวตอนนั้นก็รู้เองว่าต้องทำไง ผลคือเสือเสีย P ไป

ลาก่อนบุคลิกแบบ ลุค สกายวอคเกอร์ อามิลี และพระเอกทุกสถาบัน

ของเสือ

 

ไปอ่านมากเค้าว่า INFJ เป็นบุคลิกที่หายากที่สุด และมาพร้อมกับ

ความสามารถพิเศษที่คนอื่นไม่มี เสือก็จะรอดูเหมือนกันว่ามันคืออะไร

การนอนได้ตลอดเวลางั้นเหรอ น่าคิดเหมือนกัน

 

โอเคเสือต้องไปนอนแล้ว บล็อกนี้เรียนง่ายมาก

แต่เสือไม่ค่อยถูกกับเรื่องง่ายๆ นามธรรมจับต้องไม่ได้

เสือคงได้เกรดห่วยแตกแน่เลย  

 

 

โคตรโอเค

posted on 22 Aug 2016 04:50 by seaukun in Dairy

ลองคิดดู - Anything else?

เสือฟังเพลงนี้เป็นร้อยรอบแล้ว เสือว่าเมโลดีมันติดหูดี 

 

เสือเพิ่งสอบเสร็จ จากบล็อกต่อมไร้ท่อเรียนเกี่ยวกับ

ฮอร์โมน ซึ่งเสือแทบไม่ค่อยเครียดเพราะตอนมอหกเคย

ได้ท็อปตอนสอบเรื่องฮอร์โมน 

 

แต่เอาจริงๆมันก็ไม่ได้ง่ายนักหรอก แต่เสือเกลียดความ

ไม่ยากของมัน เพราะคนอื่นจะทำได้ และเสือจะทำได้น้อย

กว่าเค้า 

 

บล็อกนี้เสือมีเรื่องต้องคิดมากมาย เอาตั้งแต่เรื่องแรก

แล้วกัน คือเรื่องกิจกรรม 

 

เพราะใกล้เปิดเทอมของน้องปี 1 ที่เพิ่งเข้ามาใหม่

ปี 3 อย่างเสือเลยต้องมีกิจกรรมรับน้องกันค่อนข้างเยอะ

เสือก็ไม่ได้ทำอะไรพิเศษ นอกจากขนของ เล่นดนตรี 

เทคน้องไปตามเรือง

 

รู้ไหมพอขึ้นปีสาม สำหรับคณะอื่นที่เรียน 4 ปี 

ปี 3 คงเป็นปีที่โตมากแล้ว แต่สำหรับเสือที่เรียน 6 ปี 

ก็ยังไม่รู้สึกตัวเองใกล้วัยที่ต้องออกไปเผชิญกับโลกแห่ง

การทำงานจริงๆเท่าไร แต่เรื่องแก่นี่รู้สึกนะ เพราะตอนนี้เสือ

ก็แก่สุดในชั้นพรีคลินิกแล้ว 

 

ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากจะบอกว่ารุ่นน้องต้องตาต้องใจ

เสือเหลือเกิน ทั้งน้องๆปี 2 กับน้องปี 1 

 

เสือนี่ตามกรี๊ดรุ่นน้องเป็นป้าแก่ๆ ไล่ส่องเด็กๆกับเพื่อน

โอ้ยรุ่นน้องคณะเสือทำไมงานดีงานละเอียดแบบนี้ได้

ทำพี่ชุ่มชื่นหัวใจจังเลย พี่มองไม่เห็นคณะอื่นอีกเลย 

 

น้องสายรหัสเสือคนนึงหล่อมาก ตอนแรกเสือจะมานั่ง

ตบตีกับเพื่อนเรื่องแย่งน้อง เพราะน้องหล่อเสือหวง 

สุดท้ายตอนนี้คงต้องไปตบตีกับทั้งคณะ เพราะมีคนมา

จีบเค้าเยอะเหลือเกิน ไหนจะมาขอให้เป็นหลีดอีก 

โชคดีที่ไม่เป็นนะ พี่โคตรหวงเลย 

 

วันแรกที่เฉลยสายรหัส เสือก็ซื้อขนมเต็มที่ ไปเปย์น้อง

ผลคือสัสเอ้ยน้องเค้ากลัวกูเลย แต่หลังๆน่าจะหายกลัว

แล้วมั้ง เพราะเสือเริ่มรักษามาด และนอนมากขึ้น 

 

มีรุ่นพี่สายรหัสเสือถามน้องเค้าว่า มีแฟนยัง น้องเค้าตอบ

เสียงดังมากว่า ไม่มีครับ 

เสือแทบจะถามต่อว่า แล้วอยากมีไหม แต่ถ้าทำแบบนั้น

เสือคงต้องมีเรื่องกับสายรหัสเสืออีก เพราะสายรหัสเสือ

ก็ชอบน้องทั้งนั้น 

 

ไม่เป็นไร เฝ้ามองแบบห่างๆ อย่างห่วงๆดีกว่า

 

ถ้ากิจกรรมเป็นเรื่องไปส่องน้องๆก็เป็นผลพลอยได้ที่ดีมาก

แต่สิ่งที่เสือเรียนรู้บางอย่างคือ เสือแม่งโคตรยึดตัวเองเป็น

ศูนย์กลางเลย 

 

เสือคิดว่าตัวเองเป็นคนมีความรับผิดชอบ ทำงานดี การทำงาน

ของเสือจะเน้นผล วิธีการอาจจะไม่ราบรื่นขนาดนั้น แต่ผลมันค่อน

ข้างดี และตอนนี้เสือก็เชื่อแบบนั้นอยู่ ทำให้การทำงานหลายครั้ง

ของเสือ เสือจะหงุดหงิดมาก ถ้าเห็นคนทำงานแย่ๆ แบบไม่รู้จักคิด

เอาแต่ความต้องการตัวเอง เสือจะคิดโกรธๆว่า ถ้าคนที่ทำงานด้วยกัน

มีแต่คนแบบเราก็ดีสิวะ งานแม่งคงออกมาดีกว่านี้

 

เสือแค่อยากระบายไม่มีอะไรหรอก

เสือเคยได้ยินหลายครั้งมาก ว่าคนเรามักอยากกลับไปเป็นเด็ก

เพราะโลกของผู้ใหญ่มันโหดร้าย ตรงข้ามกับเสือ เสือว่ายิ่งโตขึ้น

เสือยิ่งชอบตัวเอง เสือว่าการโตเป็นผู้ใหญ่จากการวัดที่ความรับผิดชอบ

เป็นสิ่งที่ดีมาก การโตเป็นผู้ใหญ่ของเสือคือ ความรับผิดชอบมากขึ้น 

มีเหตุผลมากขึ้น นั่นคือเสือว่าดี 

 

และการทำงานไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนมักจะเกิดปัญหาถ้าคนไม่มีความ

รับผิดชอบ เสือไม่อยากใช้คำว่าทำตัวไม่รู้จักโตนะ แต่ถ้ารู้จักคิดมากกว่านี้

ก็จะรู้เองว่าควรทำหรือไม่ควรทำ ก่อนหน้านี้นิดเดียวที่เสือชอบทำตัวตาม

อารมณ์ และต้องมานั่งคิดทีหลังว่า เห้ยตอนนั้นแม่งชั่ววูบว่ะ มันทำดีกว่านั้น

ได้นะเว้ย และพอเอาเหตุผลมายึดจริงๆ เสือกลับไปคิดว่า ที่กูทำตอนนั้นแม่ง

โคตรถูกต้องเลยว่ะ ไม่เห็นต้องเสียดายอะไรเลย

 

ล่าสุดเสือเพิ่งเจออาจารย์ที่ทำตัวไม่ค่อยเหมาะสม เสือเลยประเมินอาจารย์

ไปค่อนข้างเยอะ เขียนแทบเป็นเรียงความ และก็มานั่งหงุดหงิดว่าทำไม

เพื่อนๆประเมินอาจารย์ดีจังวะ ทั้งๆที่ก็คิดเหมือนกับเสือ (คงประมาณฟีลแบบ

เกรงใจ) เสือว่าการที่อาจารย์สอนไม่ดี เรามีสิทธิ์ที่จะพูดเสนอความเห็นจริงๆ

เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แต่ขอให้ความเห็นนั้นมันไม่ใช่การใส่สีตีไข่ และ

ควรใช้คำพูดให้สุภาพ เสือเลยมานั่งคิดอีกแล้วว่าโหถ้ารอบข้างมีแต่คนแบบกู

นะ สนุกสนานแน่นอน 

 

แต่แม่งโคตรของโคตรเป็นไปไม่ได้

บางคนคงภาวนาให้คนอย่างเสือไม่มีอยู่บนโลกก็ได้

 

ยิ่งอายุมากขึ้น จิตใจเสือยิ่งกระด้างลง เมื่อก่อนเสือโคตรของโคตร

แคร์คนอื่นเลย แต่ตอนนี้เสือแทบไม่สนใจใคร ไม่สนใจใครไม่ใช่ว่า

ทำเชี่ยอะไรไม่สนใจใครเลยนะ คือใครจะทำอะไรแล้วไม่ส่งผลต่อเสือ

เสือก็จะไม่อะไร และถ้าเสือทำอะไร เสือก็ไม่ต้องการให้ใครมาอะไร

ด้วยเพราะเสือจะพยายามไม่ทำให้ใครเดือดร้อน 

 

เสือค้นพบอีกด้วยว่าความอดทนเสือแม่งต่ำลงสัสๆ 

 

อีกเรื่องคือปกติเวลาพรีเซนต์งาน พูดหน้าชั้น เสือจะใจเต้นแรง

ตื่นตลอดเวลา แต่ตอนนี้เสือว่าตัวเองโคตรนิ่ง แทบไม่ตื่นเต้นอะไรเลย

ไม่ใช่ว่าตัวเองมั่นใจขึ้นหรอกนะ แต่แค่ไม่ค่อยใส่ใจอะไรแล้วมากกว่า 

 

เสือไม่ตั้งคำถามหรอกว่าทำไมตัวเองโตมาเป็นคนแบบนี้ได้

เพราะเสือว่ามันมีความสุขดีกับการเป็นแบบนี้ โคตรโอเค ถึงจะบ้า

ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางอยู่ อันนั้นคงต้องผ่อนๆบ้างแล้วล่ะ 

 

เสือจะได้ไปญี่ปุ่นล่ะ 

ตอนแรกคือต้องไปกับชมรมของคณะเพื่อไปเยี่ยมชมโรงบาลที่โน่น

แต่แผนเปลี่ยนแล้ว กลายเป็นไปเที่ยวเฉยๆแทน เสือโคตรของโคตร

ตื่นเต้นเลย เพราะเสืออยากไปตามรอยหนังจะแย่อยู่แล้ว เลยรีบจัดทริป

แบบเป็นบ้า 

 

แต่เพราะแพลนยังไม่ค่อยลงตัว เสือเลยมีเกณฑ์ต้องไปคนเดียวสูง ซึ่งแอบ

ทำให้เสือประสาทเหมือนกัน เพราะถึงเสือจะชอบเที่ยวคนเดียว แต่ภาษาเสือ

ห่วยแตกมากทั้งอังกฤษและญีปุน 

พอมานั่งวางแพลนเที่ยว (ด้วยงบจำกัด เพราะเป็นเงินเก็บเสือเอง เลยไปได้

แค่โตเกียว แต่เสือก็อยากไปแค่โตเกียวอยู่แล้ว) เสือว่าในญี่ปุ่นโคตรเดินทาง

ง่ายเลย (ไม่มีอะไรยาก ถ้าคุณนั่งรถเมล์ไทยที่จอดป้ายโคตรตามใจคนขับเป็น)

เสือเลยค่อนข้างมั่นใจกับการไปเที่ยวมากขึ้น และคิดว่าคงต้องสนุกแน่ๆ

 

ตอนนี้แพลนยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ไว้เสร็จแล้วเสือคงเอามาลง

 

เสือเพิ่งมาจากบ้าน เสือได้ไปเที่ยวมาวันนึง

ก่อนจะไปเที่ยวเสือจะมีความสุขมากกับการวางแผนเที่ยว และชอบวาดรูป

แบบกากๆให้ตัวเองดูเล่นดังนี้

 

ปกติวาดลงกระดาษนะ อันนี้ทำใส่เพ้นท์กากๆมาเป็นตัวอย่าง

 

เสือแวะตรงสาธรนิดหน่อย และได้เห็นมหานครใกล้ๆด้วย (แอบตืน

เต้นเพราะปกติมักจะเห็นตอนนั่งเรือด่วนเจ้าพระยาแบบไกลๆ)

เสือชอบตึกนี้มากๆ ได้ข่าวว่าเป็นตึกที่สูงที่สุดในไทยตอนนี้ และกำลัง

สร้างอยู่ เสือว่าออกแบบสวยดี และแอบเรียกในใจว่าตึกเกลียว 

 

 

สะพานกรุงเทพเป็นสะพานโครงเหล็กสะพานเดียวที่เสือไม่เคยไป

เนื่องจากระยะทางดูค่อนข้างไม่คุ้นเคย (พระราม 3 ถนนตก) 

แต่เนื่องจากเสือพอคุ้นเคยกับรถเมล์สาย 1 สายนรก เสือเลยว่ามัน

ไม่ยากหรอกถ้าจะไป 

ดูจากกูเกิลแมปอ่ะไม่ยากหรอก แต่สัสเอ้ย กว่าเสือจะผ่านด่านรถสาย 1 

สายนรกมาได้ แม่งโคตรใจหาย นั่งอยู่หลังคนขับ ห่าเอ้ยด่ารถทุกคันที่ผ่าน

หน้า ชูนิ้วกลางใส่รถเมล์ที่สวนมา (เข้าใจว่าเพื่อนกัน) ปากบอกว่าเซ็งที่ไม่มี

ใครมาขับแข่งด้วย (ห่าครับ นี่รถเมล์ไม่ใช่รถแข่ง) เสือกดกริ่งทีแม่งเปิดประตู

เลย (คือกูหมายถึงจะลงป้ายหน้า) แล้วก็ขับทั้งๆที่ประตูเปิดแบบนั้น  

 

พอลงจากรถ (ผ่านสี่แยกสะพานพระรามสามแล้วลงเลย) โห กว่าจะเดินถึงสะพาน

แม่งโคตรไกล โชคดีเย็นแล้วแดดไม่ร้อน เลยทนๆเดินไป 

 

แต่พอขึ้นมาตรงกลางสะพานแล้วมองวิว 

โห ที่่ผ่านมาเมื่อกี้มันไม่เหนือยเลยว่ะ โคตรของโคตรคุ้ม

โอเคเสือถ่ายรูปไม่สวย แต่คือมันเห็นตึกสูงเรียงรายกันแบบนี้โคตรสวยจริงๆนะ

เสือหยุดมองนานมาก จนคิดว่าถ้าสามารถตั้งบ้านอยู่ตรงนี้แล้วได้มองออกไปนอก

หน้าต่างเห็นวิวแบบนี้ทุกวันคงมีความสุขเลย สวยมากจริงๆ 

 

แต่กลับมาดูรูปก็คิดว่าทำไมกูไม่ข้ามไปถ่ายอีกฝั่งวะ จะได้เห็นแต่ตึก ไม่ติดถนน 

 

สะพานกรุงเทพมันเปิดได้ แล้วรอยต่อที่เปิดค่อนข้างใหญ่ เวลารถผ่านจะได้ยิน

เสียงชัดมาก ตอนก้าวขาข้ามแอบเสียวถึงจะรู้ว่าไม่หล่นไปหรอก 

 

อันนี้รูปอีกฝั่ง บนสะพานมีคนมาตกปลาเยอะมาก และเค้าคงมองเสือว่า

ถ่ายรูปสะพานอะไรนักหนาวะ 

 

 

 

ขากลับเสือนัดพ่อแม่ที่เยาวราช เพราะอยากไปกินมื้อดึกที่เยาวราช 

อยากเก็บรูปไว้มากแต่กล้องมือถือมันถ่ายพวกแสงสีไม่สวยเลย เยาวราช

ตอนกลางคืนสวยมาก ฟีลแบบพวกไต้หวัน จีน ตอนกลางคืนเลย ตอนเสือ

จะลงจากรถเมล์เสือส่งเสียงว้าวดังมาก กระเป๋าเลยทำหน้างงๆว่าว้าวอะไรวะ 

 

อร่อยไหมเหรออาหารเยาวราช เสืออยากไปอีกนะ เพราะว่ารอบที่ไปคนเยอะมาก

มีจัดงานที่วงเวียนโอเดียน มีขบวนเชิดสิงโตด้วย ถือว่าได้มาดูก็คุ้มดีเหมือนกัน 

 

ตอนขามาจากถนนเจริญกรุงเสือเลือกลงที่สถานีดับเพลิงบางรัก (ซอยเจริญกรุง 36) 

เพื่อนบอกว่ามีคนมาซื้อไปแล้ว จะเอามาทำเป็นโรงแรมสักอย่าง ตอนแรกเสือก็แอบ

เสียดาย แต่ปล่อยร้างไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เสือเลยอยากเข้ามาดูก่อนเค้าจะปิดซ่อม

อย่างเป็นทางการ 

 

ตอนเสือเดินไปดู ร้านส้มตำตรงทางเข้าสถานีหายไปแล้ว (ครั้งก่อนที่มาน่าจะสั่งกินดู

สักครั้ง TT) มีรั้วที่มีล้อขวางอยู่ บอกว่าห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต เสือเลยไปยืนมองนิ่งๆ

แบบไม่รู้จะทำไงดี แต่ก่อนจะทำอะไร มีคนนึงเดินเข้าไปถามรปภที่เฝ้าอยู่ ประมาณว่าเข้าได้ไหม

ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้เสือเป็นอันรู้กันว่าเข้าได้ เสือรีบขอบคุณเค้าเลย ใจดีมากๆ

 

ตัวอาคารเค้าไม่ให้ถ่ายรูปแล้ว เสือเลยถ่ายวิวจากแม่น้ำมาแทน

 

 

เป็นอันจบทริปเสือ 

 

สรุปเดือนสิงหาที่ผ่านมา เสือออกจะคาดหวังไว้นิดหน่อย เพราะเสือเคยเขียน

นิยายให้ตัวเอกวัย 19 เจอเรื่องดีๆตอนเดือนสิงหาคม (ตอนเขียนเสืออายุ 16 )

ซึ่งมันก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรอก แล้วเสือก็พอทำใจได้บ้างนิดหน่อย

 

เสือมีความเชื่อนึงที่หลายคนไม่เชื่อ และมีเหตุผลมากมายพร้อมจะเถียง 

ซึ่งเสือว่าเหตุผลเหล่านั้นฟังขึ้น แต่เสือเลือกจะเชื่อแบบนี้ เพราะว่าความเชื่อนี้

มันเหมาะกับเสือที่สุดแล้ว 

กับเรื่องความรัก เสือว่า ถ้ามันใช่ มันจะไม่ยาก ไม่ต้องพยายามเพื่อให้ได้มันมา

มันก็จะได้มา แน่นอนว่าจะให้ลอยมาแต่ไม่คว้าคงได้ยากอยู่ แต่เสือพยายามมาเยอะ

เพื่อมารู้ทีหลังว่าเค้าไม่ใช่ เสือว่าเสือรอคนเข้ามาดีกว่า ถึงไม่มีเสือก็โอเคแหล่ะ 

หรือถ้าท้ายที่สุดเสือต้องการจริงๆ เสือคงเปย์ ก๊ากๆ 

 

เสือคงต้องไปแล้ว นี่ก็ใกล้สว่าง 

 

ปล.เสือเพิ่งเจอคนๆนึงที่เสือเคยพยายามจีบตอนเดือนเมษา ตอนแรกเสือพยายาม

ทำเป็นไม่เห็น เผื่อเค้าอึดอัดใจ แต่คงยากอยู่เพราะตอนนั้นเสือไปดูแลน้อง แล้วคณะ

เราสองคนแม่งชอบอยู่ข้างกัน แต่เค้าก็เข้ามาทักเสือนะ และก็ได้คุยกันพอสมควร 

เค้าดีจริงๆ ดีเหมือนเดิมที่เคยรู้จักกัน เสือโคตรเข้าใจทำไมตอนนั้นเสือชอบเค้า แต่เสือ

ว่าเสือคงทำใจชอบคนแบบนี้ไม่ไหวแล้ว คนแบบที่ไม่มีทางใช่สำหรับเสือ

 

I'll know when my time has come

posted on 23 Jul 2016 11:05 by seaukun in Dairy, movie

The beautiful sea - Sing street 

นอกจากจะมีคำว่า Star wars ในเนื้อเพลงแล้ว สิ่งที่เสือ

ชอบคือ มันเป็นเพลงที่ได้แรงบันดาลใจจากวง The cure

และเนื้อเพลงยังชวนฝันสุดๆ 

 

เสือดูเรื่อง Sing street มาแล้ว 

 

ขอบคุณโปสเตอร์จากหนังค่ะ 

 

เสือขอไม่พูดถึงเรื่องย่อแล้วกัน 

สาเหตุที่เสืออยากดูเรื่องนี้มากก็คือ 

3.ผู้กำกับเดียวกับ Once , Begin again รับประกันได้ว่าหนังไม่แย่

และมีเพลงประกอบเพราะๆให้เสือสะสมแน่นอน 

2.เป็นหนังยุด 80s เพลงประกอบก็เป็นยุคนั้น และเสือชอบเพลงยุคนี้

1.เอาเพลง The Cure มาประกอบ !!!!!!

 

สรุปเลยว่าเหตุผลที่เสือเข้าไปดู 95% คือ The cure

ถึงแม้ว่า The cure จะเป็นวงที่เสือชอบที่มีเพลงประกอบหนังเยอะ

ที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหนังรักดังๆหลายเรื่อง (จะว่าไป ถึง the cure 

ลุคจะดูออกดาร์กๆ แต่เขียนเพลงได้หวานนะ) เช่น About time 

The vow จนไปถึงหนังอีกาพญายมอย่าง The crow แต่เสือก็เบิก

บานทุกทีที่ได้ยินเพลง The cure ในหนังเสมอ 

 

และที่ทำให้เสือชอบ Sing street คือการนำเพลงยุค 80s มาแต่ง

เป็นแนวเพลงของแต่ละวงดังๆ นำสไตล์ต่างๆมาเลียนแบบ ถ้าใครชอบ

ยุค 80s อยู่แล้วจะมีความสุขและอินมากๆ มันจะแบบเห้ยตอนนี้พระเอก

แต่งเป็นวงนั้น 

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ The cure นั่นเอง และออกมาในเพลง The beautiful sea 

(โอ้ยเสือน้ำตาแทบแตก คิดว่าจะเอาแค่เพลงประกอบ แต่นี่แต่งเพลง

ใหม่เป็นสไตล์นี้ด้วย เสือว่าเพลงนีติดท็อปเพลงประกอบหนังแห่งปีเสือแน่ๆ)

 

แต่เอาจริงๆนะ สำหรับเนื้อเรื่อง (สปอย) 

 

 

 

เสือว่าเฉยๆนะ หลายคนอาจจะมองว่าเป็นหนังที่ดีมากๆ แต่เสือดูแล้ว

รู้สึกผิดหวังหน่อยๆ ถ้าไม่มีเพลงประกอบที่ยอดเยี่ยมและ The cure

แล้ว คงเป็นหนังที่เสือดูแล้วคิดว่า อือก็ไม่ได้แย่อะไร แต่ก็ไม่ใช่หนัง

ในดวงใจเสือแน่นอน 

 

ประเด็นที่พูดถึงวัยรุ่น มีความฝันและเป้าหมาย เสือว่ามันก็ออกจะน่ารัก

เลยทีเดียว แต่มาพังตอนจบ เสือว่าถึงเสือจะอายุไม่ถึง 20 ก็เรียกว่า

วัยรุ่นได้อยู่แหละ เสือว่ามันทำไม่ได้หรอก ที่จะมุ่งไปสู่จุดหมายแบบ

สุดกู่ บินตามความฝันไป โดยคิดแต่เรื่องความฝันตัวเอง 

 

เสือชอบหนังเรียล และเรื่องนี้ออกจะเกินคำว่าเรียลไปหน่อย 

เสือเคยใช่ชีวิตอยู่ช่วงนึง ที่เรียกว่าพยายามเต็มที่เพื่อมุ่งสู่ความฝัน

ตัวเอง ก็คงเหมือนพระเอกในหนังแหล่ะ ที่ขับเรือไปอังกฤษโดยไม่มี

การวางแพลนเตรียมตัวใดๆ (เอาจริงๆนะ เสือว่าแม่งบ้าไปป่าววะ สมมติ

เรือไปถึงอังกฤษได้ แล้วต่อจากนั้นล่ะ เงินก็ไม่มี จะเอาตัวรอดยังไง

ถ้ายึดหลักไปตายเอาดาบหน้า เสือว่ามันยากกับในชีวิตจริงๆที่ไม่ใช่ใน

หนังอ่ะ) แต่สุดท้ายเสือรู้ว่ะ ว่าลำพังแค่ความพยายามตัวเองมันไม่พอ

เพราะอุปสรรคบางเรืองมันไม่ได้อยู่ที่ตัวเอง แต่อยู่ที่สิ่งรอบข้าง

เสือพูดแบบนี้เพราะเสืออาจเป็นคนที่ไม่ประสบความสำเร็จกับ

ความฝันตัวเองก็ได้ เสือเลยไม่อินเท่าไรกับพวกประเภท สู้สิ เพื่อความฝันน่ะ

บางทีความฝันกับเรื่องจริงมันก็คนละเรื่องกันเกินไป 

 

ยังไงก็เถอะ เสือก็อาจจะกลายเป็นแบรนดอน พี่ชายพระเอก

ที่คอยผลักดันในใครสักคนไปตามความฝันตัวเองที่เสือไม่มีทาง

ทำได้ แต่เสือคงไม่แนะนำให้เค้าขี่เรือไปแบบโนแพลนแบบนั้นแน่ๆ

 

ถ้าเทียบกับ Begin again ที่เสือชอบมาก เสือว่าเรื่องนั้นเรียลถูกใจ

เสือกว่ามาก โดยเฉพาะฉากอดัมร้อง Lost star ให้นางเอกฟังนะ 

เสือว่าเห้ย มันต้องแบบนี้สิ 

 

แต่ Sing street ก็นับว่าเป็นหนังแรงบันดาลใจที่ดี ที่หลายคน

ที่ไม่คิดแบบเสือควรจะดู 

 

มาพูดถึงเพลงทีทำให้หนังเรื่องนี้ติดตรึงในใจเสือบ้าง 

เสือชอบการแต่งเพลงที่ต้องได้แรงบันดาลใจจากชีวิตจริง เหมือนเรา

ต้องเข้าใจสิ่งหนึ่งก่อน ถึงจะเอาสิ่งนั้นมาเขียนเป็นเพลงได้ 

 

The riddle of the model 

เสือชอบเพลงที่พระเอกพูดไว้ตอนแต่งเพลง The Riddle of the 

model ว่า การที่เราไม่รู้จักใครสักคน มันทำให้เค้าน่าสนใจ เพราะ

เราสามารถจินตนาการให้เค้าเป็นอะไรก็ได้ แต่ถ้ารู้จักแล้ว การจินตนาการ

มันก็มีขีดจำกัด 

อย่างกับเอาความคิดเสือมาพูดแหน่ะ เสือเป็นพวกสนใจคนที่ลุค 

บางทีคุยกันสองสามประโยคเสือก็บอกได้แล้วว่าเสือสนใจคนนี้ไหม 

และพอเสือสนใจ เสือจะปิดตัวเองไว้แค่นั้น เพราะเสือพบว่าการที่รู้จัก

เค้าไปมากกว่านั้น เค้าจะมีสิ่งที่ทำให้เสือไม่สนใจเค้าแล้ว เสือชอบการ

ที่ได้จินตนาการถึงใครก็ได้ไปคนเดียว ไม่ว่าเค้าจะเป็นแบบที่เสือคิดไหม 

 

เพราะเสือคิดแบบนี้มั้ง ตอนนี้เสือเลยไม่สนใจใครเลย ยกเว้นคนที่เค้า

เลยจุดที่เสือแค่จินตนาการมาแล้ว และเสือว่าการมีความสัมพันธ์กับใคร

สักคนมากๆเข้า มักจะทำให้เสือเหนื่อย ออกมาสักหน่อยน่ะดีแล้ว 

 

The beautiful sea

 

น้ำตาจะไหล เสือว่าเพลงของ The cure มีดนตรีที่ดีมากๆ เพลง

วงนี้มีหลายแนว แต่ที่เสือฟังบ่อยๆจะเป็นแนว In between day 

(เพลงประกอบ Sing street) Just like heaven , Friday I'm

in love เน้นดนตรีเล่นน้อย แต่ออกมากลมกลืน และเสียงคีย์บอร์ด

สังเคราะห์ที่โดดเด่น 

การที่นำสไตล์นี้มาทำเพลง อย่าง the beautiful sea ที่ดึงจุดเด่น

ของ The cure มาได้อย่างสุดยอด โคตรดีเลย 

นอกจากนี้ ที่เสือกรี๊ดหนักคือ Sing street แปลงโฉมเป็น The 

cure ได้เจ๋งมาก โดยเฉพาะคอนเนอร์ เป็นโรเบิร์ต สมิท ที่หล่อโคตรๆ

 

ประเด็นนึงที่คนพูดถึงบ่อยคือ Happy sad ซึ่งเสือก็ไม่ค่อยอะไรกับ

คำนี้เท่าไร เพราะเสือเคยตีความคำแนวๆนี้ไว้ว่า การพยายามเอาตัวเอง

ไปเจอเรื่องเศร้า อาจจะทำให้เรามีความสุขได้ ประมาณว่า การที่เรายัง

เก็บเรืองเศร้านั้นไว้กับตัว เพราะอย่างน้อยก็อุ่นใจที่ยังมีมันอยู่ ถ้ามัน

หายไปเราอาจไม่เศร้า แต่ใจหายมากแน่ๆ 

แต่เสือชอบเนื้อเพลงเพลงนี้มาก 

Under the waves I feel her pull my body down

Under the waves she takes me where I wanna drown

ให้ความรู้สึกเหมือน ถึงใต้น้ำจะหายใจไม่ออก แต่ดึงฉันจมลงไปที

กับ She says, "What d'you say we give this a miss?"  

 

Girls 

ตอนเสือดูเพลงนี้ในหนัง เสือนั่งกุมขมับคิดไม่ออก ว่าพระเอกกำลัง

เลียนแบบลุคนักร้องนำวงไหนอยู่วะคือมันคุ้นมาก เสือไปตามหาอย่าง

บ้าคลั่งเลยค้นพบว่า เห้ย มันวง The clash วงแรงบันดาลใจของ 

Green day ว่ะ 

เพลงนี้ทำให้เสือนับถือความสามารถพระเอกมาก เคยอ่านมาว่านักแสดง

เป็นพระเอกคนนี้ไม่ได้ติดตามวงยุค 80s มาก่อน เค้าทำการบ้านมาดี

มาก การที่เค้าแปลงโฉมในสไตล์ต่างๆทำให้เสือตื่นเต้นเสมอ 

 

Brown shoes

การแปลงโฉมครั้งสุดท้ายของคอนเนอร์ ทำให้เสือคิดถึงวง Green day 

เลย นี่อาจจะเป็นการหาสไตล์ของตัวเองเจอของพระเอกก็ได้ หลังจากที่

โคฟเวอร์ตัวศิลปินมาหลายคน 

 

อีกเพลงที่เสือได้ยินว่าหลายคนชอบคือ Up 

ตั้งแต่ Begin again ออกมา เสือพบว่าเพลงประกอบดังถล่มทลายมากๆ

จนเสือได้เอาเพลงไปเล่นในงานต่างๆ ซึ่งเพลงที่ถูกเลือกคือเพลงที่ดังที่สุด

อย่าง Lost star แต่ความจริงเพลงที่เสือชอบสุดคือ Tell me if you 

wanna go home 

 

พอ Sing street มา เสือก็มานั่งเก็บสถิติโดยถามจากคนรอบตัวว่าชอบ

เพลงไรกันมากที่สุด เพราะถ้าหนังเรื่องนี้เป็นเหมือน Begin again 

เสือก็คงได้หยิบเพลงในหนังมาเล่นในวงแน่ๆ ซึ่งทุกคนที่เสือถามตอบว่า Up

ซึ่งเสือชอบ The beautiful sea กับ Girls มากสุด 

 

ถึง Sing street อาจจะดูไม่ได้ประสบความสำเร็จเรื่องเพลงขนาด Begin

again แต่เสือก็ชอบเพลง Sing street มากกว่านะ และถ้ามีโอกาสคง

กราบวอนเพื่อนในวงเอาเพลงมาเล่น เพราะคีย์บอร์ดแต่ละเพลงเพราะมากๆ 

 

เออมาพูดถึงนักแสดงบ้างดีกว่า เสือคงชอบเอมอน พ่อหนุ่มกระต่ายเหมือน

ที่ทุกคนชอบแหล่ะ ตัวจริงเค้าก็น่ารักดี 

อีกคนที่เสือชอบคือ Darren เด็กตัวเล็กๆ ที่เป็น Producer ประจำวงอ่ะ 

เสือว่าได้ฟีลเหมือน เพื่อนพระเอกตัวเล็กๆในเรื่อง Melody 1971 เลย

กวนแบบน่าหมั่นเขี้ยวดี 

 

เสือไม่ขอเรียกเป็นการรีวิวแล้วกัน เพราะเสือว่าแค่มาบ่นเฉยๆมากกว่า 

 

โอเค กลับสู่เรื่องของเสือ

เสือโฮมซิกมากๆ เพราะปิดบล็อกคราวก่อนพ่อแม่มาหา เลยไม่ได้กลับบ้าน

ซึ่งเสือสรุปแล้วว่า มันจะดีกว่าถ้าเสือกลับไปบ้าน เพราะเสือคิดถึงครอบครัว

และบ้านมากๆ 

เสือเริ่มมารู้สึกผิดว่า เพราะตัวเองเลือกมาเรียนไกลหรือเปล่า เลยต้องมานั่ง

โฮมซิกแบบนี้ ทำให้ทุกทีที่เสือได้กลับบ้าน เสือเลยต้องเที่ยวรอบกรุงทั้งๆที่

อยู่มาเกือบทั้งชีวิตไม่เคยเที่ยว เที่ยวแบบมันจะไม่ได้มาบ่อยๆแล้ว เที่ยวแบบ

พยายามเก็บทุกอย่างไว้ให้หมด 

 

แต่เพื่อนบอกเสือว่า เพราะการมาอยู่ที่นี่แหล่ะ เลยทำให้เรารู้ว่าเราคิดถึงบ้าน

แค่ไหน เสือว่ามันจริงมากๆเลย เพราะถ้าเสือยังอยู่กรุงเทพต่อ เสือคงไม่ได้

ไปเที่ยวเจริญกรุง ไม่ได้ไปสะพานโครงเหล็ก แม่น้ำเจ้าพระยา และคงไม่ได้

คิดถึงเพื่อนๆและครอบครัวมากมายขนาดนี้ มันออกจะเข้าเค้า เพิ่งจะมาเสียดาย

ก็ตอนเสียมันไปจริงๆหรือเปล่านะ 

 

และการมาเรียนที่นี่ มันก็ทำให้เสือได้รู้ว่า ที่แห่งไหนจะเหมาะกับเสือที่สุด

เสือควรจะอยู่ที่ไหน ที่ไหนคือที่ๆเสือรัก 

ว่าแต่น่าแปลกนะ ปีก่อนเสือยังบอกชอบเชียงใหม่อยู่เลย ไม่ใช่ว่าเสือชอบ

น้อยลงหรอกนะ แต่ตัวเสือเองที่ไม่เหมาะกับที่นี่

 

เสือมีอะไรจะเล่าให้ฟัง 

เสืออาจจะเคยพูดถึงเพื่อนคนนึง เป็นเพื่อนที่รู้จักกันตอนมอหก เพราะอยู่

ห้องเดียวกัน ไม่รู้เหมือนเสือเคยเปรียบเทียบเค้ากับเหตุการณ์ที่แฮร์รี่ รอน

และเฮอร์ไมโอนี่ร่วมมือกับปราบโทรลล์แล้วก็กลายเป็นเพื่อนกันหรือเปล่านะ

ที่บอกว่า บางเหตุการณ์ที่เราผ่านไปด้วยกัน มันก็ทำให้เราเป็นเพื่อนกัน 

 

เออนั่นแหล่ะ เสือจำไม่ได้แล้วว่าเสือไปสนิทกับเค้าตอนไหน ซึ่งเสือก็

ดีใจมาก เพราะตั้งแต่ขึ้นมอปลายเสือก็ไม่มีเพื่อนผู้ชายอีกเลย ดีใจที่ได้

เพื่อนสไตล์เดียวกัน 

 

เอ๊ะเสือคุ้นๆว่าเล่าแล้ว แต่เล่าอีกแล้วกัน คือเสือชอบเพื่อนคนนี้มาก 

(ชอบแบบเพื่่อนนะ) เลยชวนคุยบ่อย ทักไปคุย ส่งหนังไปให้ดูบ้าง

เพราะดูเหมือนชอบหนังโทนเดียวกัน แต่วันนึงเสืออาจจะก้าวล้ำไป 

เค้าเลยคิดไปว่าเสือชอบ ก็ตีตัวออกห่างเสือ เสือโคตรเสียดายเลย 

จะไปโทษเค้าก็ไม่ได้ เพราะบางทีเสืออาจจะทำให้เค้าเข้าใจผิดเอง 

 

เพราะเค้า เสือเลยไม่กล้าทักใครไปอีก ถึงจะอยากคุยแค่ไหน คุย

แบบเพื่อนแค่ไหน และมันส่งผลให้เสือไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนเก่าสัก

เท่าไรเลย จนเสือว่ามันก็โอเคแล้วมั้งนะ

 

สองปีผ่านไป เสือไม่ได้คุยกับเจ้าเพื่อนนั่นเลย แต่ประมาณ 2 อาทิตย์

ก่อน เค้าทักมาหาเสือ ถามว่าเป็นไงบ้าง และก็คุยกันนานพอควร แบบ

ถามมาตอบไป ถามสารทุกข์สุขดิบ ถึงหลังจากวันนั้นจะไม่ได้คุยกัน

อีก แต่เสือก็ดีใจมากนะ ถึงตอนจบมอหก เราจากกันแบบไม่ใช่แบบที่

คาดหวังเท่าไร แต่การติดต่อกลับมา เสือว่าอย่างน้อยก็ทำให้เรื่องที่เสือ

เสียดายในตอนนั้นมันดีขึ้นได้ 

 

รู้สึกคิดถึงตอนมอปลายจังเลย ตอนนั้นมันดีนะ แต่ตอนนี้ถึงรอบข้าง

จะไม่ได้ดีเหมือนตอนมอปลาย แต่เสือทำตัวได้โอเคเลยว่ะ 

 

ต่อไปเสือมารีวิวที่เที่ยวเสือดีกว่า

เสือเพิ่งสอบเสร็จ ไอ้หยุด 5 วันนั่นเค้าให้หยุดอ่านหนังสือ เสือเลย

กลับไปอ่านที่บ้าน ประกอบกับเพื่อนเสือเพิ่งกลับไทยมา เสือเลยเอา

หนึ่งวันยกให้เพื่อน เพือไปเที่ยวกันมาก 

 

มีคนเคยบอกให้เสือไปเขียนรีวิวท่องเที่ยว แต่ก่อนอื่นเสือต้องถ่ายรูป

ให้สวยกว่านี้ก่อน 

ครั้งก่อนที่ไปเที่ยว เสือมักจะเลือกเวลาเย็นๆเพราะไม่ร้อน แต่คราวนี้

เสือเน้นไปหลายที่ก็เลย ไปกลางแดด คิดว่ารูปจะสวยเพราะไม่มืดเหมือน

ตอนเย็น แต่เปล่า กลายเป็นสว่างแสบตาชิบหาย

ร้านนี้อยู่ตรงหัวมุมถนนดินสอ แถวๆอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่ไปเพราะว่าอยากตามรอย

หนังเรื่องรุ่นพี่ ตอนแรกกะว่าจะเข้าไปถ่ายในร้าน แต่ไม่มีเงินซื้อของกินเค้าอ่ะ  

 

 

กลับมาเสาชิงช้าอีกแล้ว แต่คราวนี้เดินผ่านมาทางถนนบำรุงเมืองแทน มีร้านกวยจั๊บญวณพระนคร

ร้านนึงแถวๆศาลเจ้าพ่อเสือ อร่อยมาก อร่อยแบบที่เสือที่เริ่มเรื่องมากเรื่องอาหาร (ร้าน

นี้เค็มไป หวานไป ฯลฯ) กินคำแรกแล้วอร่อยจริงๆ

 

ไปทางถนนตีทองเรื่อยๆจะเจอ ศาลาเฉลิมกรุง ดิโอสยาม และถนนพาหุรัด 

เสือล่ะชอบตึกแบบนี้จริงๆ แต่เริ่มคิดแล้วว่า ทำไมมีแต่สีเหลืองวะ  

 

ถ้าเลี้ยวซ้ายตรงมุมดิโอสยาม จะเจอถนนพาหุรัด เดินไปเรื่อยๆเสือก็เห็นตึกแถว

สวยดี เลยขึ้นสะพานลอยไปถ่ายมา เออเพิ่งเห็นว่างข้างหน้ากับข้างๆคนละสี 

 

จะสวยกว่านี้ถ้าไม่มีเสาไฟฟ้าและสายระโยงระยาง

 

ต่อไปเป็นสะพาน สำหรับคนบ้าสะพานโครงเหล็กอย่างเสือ

คราวนี้เพราะว่ามันร้อน เลยไม่ได้ขึ้นสะพาน มองเอาแต่ข้างนอกอย่างเดียว

สะพานพุทธของเสือ เดินผ่านดิโอสยาม ผ่านรร.สวนกุหลาบ ก็จะเจอสะพานพุทธ 

 

ไปยอดพิมาน ทำไมร้านไอติมที่เสือชอบหายไปแล้ววะ

 

 

สถานีต่อไปของเสือคือสะพานพระรามหก เลยต้องลงเรือ โหผ่านสะพานกรุงธนด้วย 

 

 

ความจริงถ้าจะใกล้กว่าคือต้องลงท่าสะพานพระรามเจ็ด แต่เสือรีบเลยลงวัดสร้อยทอง

กว่าจะเดินไปสะพานพระรามหกนี่ขาลาก 

 

นกเยอะมาก มองเห็นสะพานพระรามหกไกลๆ 

แต่โชคดีที่เสือได้เข้าวัดสร้อยทอง เพราะได้ดูว่าคนแถวนี้เค้าใช้ชีวิตกันยังไง

ถึงแต่ละที่คนจะไม่ได้ต่างกันขนาดนั้น แต่แต่ละที่ก็มีความน่าสนใจพิเศษของมัน

 

เออเสือเข้าวัดไปเสียงทายยกช้างด้วย เอาจริงๆนะ เสือเป็นพวกไม่เชื่อเรื่องแนวนี้เลย

ที่ลองทำเพราะอยากลอง คงเคยได้ยินกันที่ให้อธิษฐาน ครั้งแรกบอกว่าถ้าคำขอเป็น

จริงให้ยกขึ้น และลองบอกอีกครั้งว่าถ้ายังเป็นจริงอยู่ขอให้ยกครั้งที่ 2 ไม่ขึ้น

ซึ่งเสือทำแล้วเห้ยมันเป็นไปตามนั้น เสือโคตรเครียดเลย เพราะเสือทำใจกับอะไรที่

ไม่มีเหตุผลรองรับไม่ได้ 

อันนี้สำหรับความเชื่อส่วนบุคคลนะ เสือเลยไปหาข้อมูลมา ทำให้โล่งใจเพราะ

เค้าบอกว่า ที่ยกครั้งที 2 ไม่ไหวเพราะเราล้า ประกอบกับใจเราไม่อยากยกขึ้นเท่าไร

ด้วย เสือเลยเออโอเคหน่อย

 

มาพูดถึงจุดพีคของการเดินทาง 

สะพานพระรามหกเป็นสะพานที่เสืออยากมามากๆเพราะ เสือชอบสะพานโครงเหล็ก

แถมเป็นสะพานรถไฟผ่านอย่างเดียวด้วย อีกอย่างเป็นตำแหน่งที่ใช้ถ่ายหนังเรื่อง

Mary is happy อีกด้วย ใครเคยดูคงจำฉากนี้ได้ 

 

แต่ความจริงไม่สวยเหมือนในหนัง เพราะพอเสือเสิร์ซว่า เที่ยวสะพานพระราม 6 

ลงไป ก็เจอแต่ เรื่องผีสะพานพระราม 6 จนเสือมานั่งกุมขมับว่าควรไปดีไหมวะ

+ เพื่อนสปอยว่าเป็นสะพานที่ถูกทิ้งระเบิดสมัยสงครามโลก เออแต่ไหนๆก็มี

เพื่อนมาด้วยไปก็ได้ว่ะ 

ปรากฎว่าของจริงแม่งน่ากลัวมาก น่ากลัวแบบเชี่ย ขนาดตอนกลางวันแสกๆยัง

น่ากลัวได้ขนาดนี้ เสือเลาะๆ เพื่อขึ้นบันไดข้างสะพาน ที่เค้าทำถนนโรยปูนยังไม่

แห้งอยู่ ต้องฝ่าดงต้นไม้เข้าไป แล้วต้นไม้เสือกมีหนามอีกโอ้ยบาดมือโคตรเจ็บ

บันไดทางขึ้นก็โคลงเคลง ขึ้นไปข้างบนเจอศาลแบบใหญ่มาก ทำให้ยิ่งหลอน

เข้าไปใหญ่ ตอนถ่ายรูปเลยรีบถ่ายรีบกลับมากๆเพราะกลัว 

 

คงมาถ่ายตอนเมจิกอาวว์ แสงสวยๆไม่ได้แน่ๆ เพราะสว่างขนาดนี้เสือยังโคตรกลัว

เพื่อนเสือเรียกว่าสะพานผี 

รู้ไหมอะไรที่น่ากลัวกว่า คือเสือกลับมานั่งดูรูปแล้ว รู้สึกว่าเห้ยแม่งอยากไปอีกว่ะ

คราวหน้าจะลองไปขึ้นทางฝั่งธนดู ไม่แน่ใจว่ามีบันไดไหม แต่มีคนบอกว่าข้ามสะพานนี้

กลับบ้าน ก็แปลว่าน่าจะมีทางขึ้นแหล่ะมั้ง

 

แต่คงต้องไปตอนกลางวันเหมือนเดิม 

 

นั่งกลับมาลงท่าโอเรียลเต็น เจอโบสถ์อัสสัมชัญสวยมาก 

เข้าไปนั่งโนโบสถ์ด้วย สวยโคตร เหมือนในหนังเลย แต่พอยกมือถือมาถ่าย

ก็มีคนมาบอกว่าไม่ให้ถ่าย แล้วเค้าก็ยกมือถือตัวเองมาถ่าย บอกว่าเค้าถ่ายได้คนเดียว

เสือก็ช่างแม่ง ไม่ถ่ายก็ได้ 

 

แล้วเสือก็เดินไปเจริญกรุง 30 ที่มีคอนโดสร้างใหม่อยู่ คอนโดนี้ชื่อ The room

เสือรู้ว่าเสือไม่มีปัญญาซื้อตอนนี้ แต่เสือโคตรของโคตรอยากได้เลย เพราะนอกจาก

จะ 650 เมตรห่างจาก รร.อัสสัมชัญ (ทำไมจิตใจกูอกุศลแบบนี้) ยังติดแม่น้ำเจ้า

พระยาอีก ถือเป็นคอนโดในฝันเสือเลย 

 

แม่บอกว่าไม่ต้องหรอก ซื้อคอนโด ชอบที่ไหนก็ไปเช่าอยูู่ อยู่จนเบื่อแล้วก็ย้าย

ไปเรื่อยๆ เสือว่าก็เออน่าสนดี

 

ปิดท้ายด้วยการเดินกลับ ไปขึ้นรถไฟฟ้า ถนนเจริญกรุงคือย่านที่ตึกรามบ้านช่อง

สวยที่สุุดที่นึงเลย 

 

สายไฟนี่เกะกะจริงๆ 

 

แต่ทริปนี่แม่งโคตรเหนื่อย เสือคงจะกลับสู่วิถีเที่ยวตอนเย็นๆอย่างเก่า

เพราะทนร้อนไม่ไหวจริงๆ แต่ก็เต็มอิ่มดี หลังไม่ได้กลับบ้านมาสองเดือน

 

เสือคงกลับไปใหม่ เพราะเสือชอบทุกที่ ตอนนี้เสือรู้แล้วว่าเสือชอบบ้าน

เสือมากแค่ไหน เพราะมันถึงเวลาที่เสือจะได้รู้จริงๆเสียที 

 

ตอนนี้มีสิ่งนึงที่เสืออยากได้มากที่ไม่ใช่คอนโดเดอะรูม คือคนที่

เหมือนกับเสือทุกประการ ชอบทุกอย่างเหมือนกัน เสือว่ามันคงสนุกดี

ถ้าดู Sing street จบแล้วมากรี๊ด The cure ด้วยกัน เพราะพอดูจบ

เสือพูดถึงเรืองเพลง เพื่อนก็ไม่ค่อยอินเท่าไรเลยเพราะไม่ได้ชอบฟัง

เหมือนเสือ แต่คิดอีกแง่ เสืออยากรู้จังว่าคนที่เหมือนกับเสือทุกประการ

นี่จะยังไง จะต่อยกับเสือหรือเปล่า เพราะคงชอบความรุนแรงเหมือนกัน

 

เสือว่าเสือต้องไปแล้ว หยุดเสาร์อาทิตย์หลังสอบเสร็จเสือจะใช้

มันดูหนังให้คุ้ม เพราะเสือขนหนังจากที่บ้านมาดูอีกแล้ว

 

ปล.เสือว่าเสือทำข้อสอบได้โอเค หวังว่าคะแนนไม่น่าเลวร้ายมาก

เหมือนครั้งก่อน ที่ทำเสือหดหู่จิตใจมาก

ปล2.พอลงรูปนี้ในไอจี มันกลายเป็นรูปที่มีคนกดไลค์มากทีสุดในประวัติศาสตร์

เสือ (18 ไลค์ T_T แต่จริงๆนอกจากเพื่อนในกลุ่มก็มีคนฟอเสืออยู่ประมาณ 10 คน

นอกนั้นก็ร้านค้า) เสือไม่เข้าใจว่ามันสวยกว่ารูปอื่นยังไง เพราะเสือเริ่มเบื่อท้องฟ้าแล้ว

เสือชอบหลับตาแล้วมองไม่เห็นอะไรมากกว่า

 

 

ถ่ายบนเครื่องบิน โชคดีนั่งหน้าเลยไม่ติดปีกเครื่อง

 

ปล3 (ยาว) วันที่เสือกลับบ้าน เป็นวันที่น้องเต้ย โอม อ๊อฟ ไนซ์ จาก Make

it right มามีทติ้งที่เชียงใหม่พอดี อุตส่าห์จองไฟท์ดึก แต่น้องๆเค้ามาตอนเวลา 

Boarding time พอดี ตอนแรกว่าจะไม่ได้เจอแล้ว แต่โชคดีเค้าเรียกขึ้นเครื่องช้า

เลยวิ่งไปรอรับเลยได้เห็นแว็บๆ น้องเต้ยหล่อมาก T_T ทำไมอยู่โรงเรียนพี่ไม่เคย

เห็นเลย (เออเสือก็ไม่เคยเห็นใครเพราะเอาแต่นอนกับเล่นไพ่) คนอื่นๆก็น่ารัก

 

ตอนเห็นน้องๆเสือกรี๊ดแบบเป็นบ้า โบกมือโบกไม้แบบคนไร้สติ ว่าแต่เสือ

ก็ไม่ได้มากรี๊ดดารานานแล้ว ล่าสุดก็วันเกิดเสือ 5 ปีก่อนที่ซองฮามาไทย แล้ว

ได้ถ่ายรูปคู่ด้วย ถ้ามีคนที่ไม่ได้สนิทกับเสือมาเห็น ภาพลักษณ์ของเสือต้องพัง

แน่ๆ เพราะเสือดูเป็นคนแนวนอน ไม่สนใจอะไรนอกจากนอนอย่างเดียว 

 

กราบขอบพระคุณตัวเองที่ฉลาดซื้อส้นสูงมา และได้ทนใส่เดินจนพอเดินได้

ไม่อนาถมาก (ตอนซื้อคนขายถามว่า หนูก็สูงอยู่แล้วจะซื้อไปทำไม เสือ

บอกว่าไปดูคอนเสิร์ตขี้เกียจโดนผู้ชายตัวเท่าๆกันบัง) และพอใส่ส้นสูงไป

รับน้องๆ โหประสิทธิภาพดีมาก ความจริงอยู่เชียงใหม่เสือก็สูงอยู่แล้ว

เพราะคนเหนือตัวเล็ก พอใส่ส้นสูงทีโอโห ทุกคนสูงแค่คาง ไม่มีอะไรบด

บังสายตาเสือได้เลย พระรามแปดมาก

ตัวอย่างหนัง Tokyo Marigold 2001 กำกับโดย Jun Ichikawa

เสือรู้จักหนังเรื่องนี้จากร้านเช่าหนัง เพราะบังเอิญหยิบเจอ

พออ่านเรื่องย่อคร่าวๆถึงจะดูไม่น่าสนใจมาก

แต่เพราะหน้าปกหนังที่น่าดึงดูดดีเลยทำให้เสือตัดสินใจหยิบมาดู

 

 

 

ขอบคุณรูปจากหนังค่ะ 

 

เรื่องย่อประมาณว่า

เอริโกะ นางเอกของเรื่องไปนัดบอด แล้วเจอทามูระ

เขาให้เบอร์เธอมา และหลังจากนั้นพวกเขาก็ติดต่อกันเรื่อยๆ

วันหนึ่งเอริโกะได้รู้ว่าทามูระมีแฟนอยู่แล้ว ซึ่งเรียนอยู่อเมริกา

และจะกลับมาญี่ปุ่นในอีก 1 ปี แต่ก็รู้สึกตัดใจไม่ไหว

เลยขอทามูระคบเป็นแฟน 1 ปี ก่อนที่แฟนตัวจริงของเขาจะกลับมา

 

ทำไมเสือถึงเขียนรีวิวเรื่องนี้

เป็นเพราะเสือไม่เห็นรีวิวหนังเรื่องนี้เป็นภาษาไทยเลย

หรือเพราะเสืออาจจะไม่เจอเองก็ได้นะ อีกอย่างพอดูจบแล้ว

รู้สึกยิ่งคิดยิ่งชอบมากกว่าตอนที่กำลังดูแล้วเสียอีก

เลยอยากเขียนในมุมมองของตัวเองออกมา

 

เสือว่าพักหลังๆนี้ ในฐานะที่เสือดูหนังญี่ปุ่นมากพอสมควร

ทำให้เสือรู้สึกว่าหนังญี่ปุ่นช่วงปัจจุบันนี้ยังทำได้ไม่ลึกซึ้งเหมือน

ช่วงแรกๆ (ไม่ได้หมายความไม่มีหนังดีๆ แต่ว่ารู้สึกว่าน้อยลง)

 

(หรืออาจเป็นเพราะเสือไม่ได้ติดตามมากเท่าที่ควร เพราะผลงาน

ผู้กำกับคนโปรดของเสือในช่วงปีหลังๆมานี้ ไม่ค่อยมีให้ติดตาม)

 

หนังญี่ปุ่นเรื่องโปรดเสือเลยอยู่ในช่วง 199x - 200x มากกว่า

ช่วงปีหลังๆมานี้ และยิ่งเสือไปดู If the cat has disappeared from the world

มา เสือรู้สึกเฉยๆ หนัก ทั้งๆที่ประเด็นหนังเล่นค่อนข้างดี มาเสียดาย

(สปอย) ตอนท้ายๆที่ดูเหมือนจะขาดเสน่ห์ความนิ่งเรียบของหนังญี่ปุ่นไป โดยการประโคมความคิดสอนใจยัดเยียดให้คนดูเต็มกำลัง เค้นน้ำตากันสุดฤทธิ์ (แบบนี้มั้งเสือเลยไม่ชอบ Sky of love เท่าไร ทั้งที่หลายกระแสเสียงชื่นชม)

 

พอได้มาดู Tokyo marigold ปี 2001 เสือเลยรู้สึกว่า

เสน่ห์หนังญี่ปุ่นที่เสือตามหาอยู่นี่เอง เสน่ห์หนังญี่ปุ่นที่เสือว่า

คิดว่าคอหนังญี่ปุ่นคงพอนึกออก ประเภทที่ว่า แช่กล้องนานๆ

ใช้เพลงประกอบเรียบง่าย แต่อินกับตัวหนัง ไม่ใช้คำพูดอธิบายอะไรมาก

เว้นช่องว่างให้คนดูปะติดปะต่อเรื่องเอง

(หนัง Snap แค่ได้คิดถึงก็มีกลิ่นอายสไตล์นี้อยู่)

 

 

โอเคกลับมาที่เนื้อเรื่องต่อ ขอสปอยเลยแล้วกันเพราะประเด็นหลักอยู่ที่สปอย

ทามูระยื่นอมยิ้มให้เอริโกะเป็นของขวัญวันเกิด

ด้วยเหตุผลที่ว่า อมยิ้มพอเลียแล้วมันก็หายไป ...

เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ที่ต้องปกปิดไว้ เหลือทิ้งไว้เป็นหลักฐานไม่ได้

 

 

พอใกล้วันครบรอบ 1 ปี แฟนตัวจริงของทามูระใกล้กลับมาแล้ว

เอริโกะไม่โอเคกับการที่ต้องทำตามสัญญา เพราะเธอรักทามูระแล้วจริงๆ

ทามูระบอกว่า เราคบกันต่อได้นะ แต่เอริโกะบอกว่าคุณเลิกกับเค้าไม่ได้เหรอ

แน่นอนว่าทามูระไม่สามารถตอบได้ว่า เลิกได้

 

สุดท้ายเอริโกะก็เป็นฝ่ายเดินออกมา เพราะส่วนหนึ่งคงทำใจ

ไม่ได้ที่อีกฝ่ายไม่ได้มีใจให้เธอคนเดียว เอริโกะส่งอมยิ้มที่ไม่ได้

แกะห่อออกเลยเป็นเวลา 1 ปีคืนให้ทามูระ เหมือนเป็นสัญญาณว่า

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ได้อยากให้ความสัมพันธ์หายไปเลย

แต่ที่คืนให้ก็คงเพราะ ไม่ได้อยากเก็บมันไว้อีกแล้ว

 

 

วันหนึ่งเอริโกะเจอแฟนของทามูระ ที่กลับจากอเมริกาแล้ว

เธอกำลังอุ้มท้องอยู่ และฟังจากบทสนทนา เธอคบกับพ่อของลูก

ในท้องมา 2 ปีแล้ว ซึ่งเอริโกะก็พบว่า พ่อของลูกในท้องเธอไม่ใช่ทามูระ

แสดงว่าทามูระไม่ได้คบกับแฟนที่เขาว่าตอนที่คบกับเธออยู่งั้นเหรอ

 

 

และฟังจากบทสนทนาของแฟน(?)ทามูระ คนนั้น ดูเหมือน

ความสัมพันธ์ของเธอคนนั้นกับทามูระจะเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น

 

...

 

 

 

แล้วรูปถ่ายเธอคนนั้นในห้องทามูระ และอีเมลที่อุตส่าห์ปริ้น

มาแปะฝาห้องหมายความว่าอย่างไร เสือมองหน้าเอริโกะในตอนจบ

สรุปในใจว่า เหลือไว้เพียงคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

 

 

แต่พอคิดไปคิดมา เสือว่ามันมีว่ะ

 

 

สำหรับการตีความของเสือ เสือว่าแฟนที่ทามูระว่า

คงเป็นคนที่ทามูระแอบรักอยู่ข้างเดียว และการที่บอกกับเอริโกะ

ว่าคบกันอยู่นั้น คงจะสื่อถึงว่า ถึงเค้าจะคบกับเอริโกะ

แต่เธอคนนั้น (ลืมบอก เธอคนนั้นชื่อมายูมิ) ก็ยังอยู่ในใจเสมอ

 

 

อ่าวแล้วทำไมเอริโกะบอกให้เลิกกับมายูมิแล้วมาคบกับเธอจริงจังแล้ว

ทามูระยังบอกให้คบกันต่อแบบเชิงคบซ้อนล่ะ ก็คงเพราะ

เขาเลิกรักมายูมิไม่ได้จริงๆ ถึงจะรู้สึกดีกับเอริโกะ

แต่คนที่อยู่ในใจก็สำคัญเสมอ และคงจะสำคัญจนไม่สามารถทิ้งไปได้

ถึงจะมีตัวตนจริงๆแค่ในใจ เสือตีความไว้แบบนี้นะ

 

 

แต่พอเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนก็มีมุมมองอีกแบบ เพื่อนบอกว่า

การที่ทามูระบอกว่าตัวเองมีแฟนอยู่แล้ว คล้ายๆกับเป็นการป้องกันตัวเอง

เพราะการที่ตัวเองมีพันธะ เทียบกับคนที่ไม่มีพันธะอย่างเอริโกะ

ย่อมดูเหนือกว่าในด้านความสัมพันธ์

เหมือนกับว่าถ้าวันนึงความสัมพันธ์ต้องจบลง คนที่เสียใจมากกว่าคงไม่ใช่เขา

 

 

ตอนที่ดูแรกๆนี่เสือแอบหาวนะ แต่พอมานั่งคิดแล้ว

เสือว่ามันน่าจะเป็นหนังขึ้นหิ้งเสืออีกเรื่องเลย

 

 

จากชื่อเรื่อง Marigold แปลว่าดอกดาวเรือง ในเรื่องบอกว่า

ดอกดาวเรืองออกดอกปีละหนและก็ตายจากไป

ก็คงคล้ายกับความสัมพันธ์ของเอริโกะกับทามูระ ที่มีเพียงแค่ปีเดียว

ถึงตอนนั้นจะสวยงาม แต่มีแค่ปีเดียวก็พอแล้วจริงๆ

อย่างที่เอริโกะบอก ฉันไม่ไหวแล้ว...

 

 

แต่เสือก็ออกจะชอบที่เอริโกะบอกว่าทามูระเป็นคนที่เธอ

คบนานที่สุด เธอเคยคบใครยาวสุดแค่ครึ่งปี เพราะดังนั้น 1 ปี

ของเธอกับทามูระ จึงเป็นความสัมพันธ์ที่ยาวที่สุดในชีวิตแล้ว

 

บางทีการมีกำหนดระยะเวลา คงจะทำให้สามารถยืดเวลาจริงๆ

ที่ความจริงแล้วอาจจะมีสั้นนิดเดียวไปก็ได้ เพราะเราเห็น

จุดสิ้นสุดของมัน เลยมีแรงขับเคลื่อนกลายๆให้เดินไปถึงจุดนั้น

โดยไม่หยุดกลางทางเสียก่อน

 

การรู้จุดจบก่อนอาจจะไม่เป็นผลดีนัก แต่มันก็อาจจะมีประโยชน์

แปลกๆแบบนี้เอง เพราะเราคงจะไม่อยากจบเองก่อนที่จะถึงจุดจบนั้นจริงๆ

 

ว่าแต่ถ้าทามูระลองบอกเอริโกะว่า มายูมิจะกลับมาในอีก 5 ปี

คิดว่าอะไรๆจะเปลี่ยนไปไหมนะ

 

เสือชอบจัง ถึงจะสปอยไปหมดแล้ว แต่ก็อยากให้หลายคนดู

เพราะคงมีคนคิดตีความต่างจากเสือแน่นอน

 

ปล.เสือเห็นหนังเรื่อง Picnic กับ Fried dragon fish ที่ร้านเช่าหนังคิวเต็มตลอด เป็นหนังที่เสือชอบมากๆ ของอ. ชุนจิ อิวาอิ แต่ก็แอบแปลกใจเพราะเพิ่งรู้ว่ามันดังขนาดนี้

ปล.2 อีกเรื่องที่คิวเต็มคือ Tokyo sora แต่เรื่องนั้นเสือดูไม่รู้เรื่องอ่ะ ขอเว้นไว้ก่อนแล้วกัน

ห้องสี่เหลี่ยม

posted on 17 Jun 2016 07:24 by seaukun in Dairy

 

I don't know how - Best coast 

ตอนนี้เสือฟังแต่ ดรีมป๊อป กับพวก Shoegaze 

I've seen a million things

I've been around town

What I know now

Since you've been around Though ...

You see me everywhere You walk around without a care

 

เสือเพิ่งจบบล็อกนึงไป คือบล็อกระบบย่อยอาหาร ซึ่งเป็น

อีกบล็อกที่เสือขี้เกียจมากที่สุด และ เก็บตัวมากที่สุด

 

หลังจากเรียนแล้ว เสือก็กลับหอไปนอน ตื่นมาใช้ชีวิต 

3 ทุ่ม - ตี 5 แล้วนอนต่อ ตืน 8 โมงไปเรียน 

เพราะเวลานอนเสือผิดปกติ เสือเลยไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์

กับคนรอบข้างเท่าไรจนคิดว่าตัวเองอาจจเข้าขั้น ฮิคิโมริ อ่อนๆ

เข้าสักวัน 

มีบางช่วงที่เสือแทบไม่พูดกับใครเลย และยิ่งรูมเมตเสือไม่ค่อย

อยู่ห้อง เสือเลยอยู่คนเดียว ปิดม่านหน้าต่างไม่ให้แสงเข้า จน

คลับคล้ายคลับคลาว่าจะขังตัวเองไว้ในห้องแคบๆ แต่เสือก็มี

ความสุขดีนะ ตอนที่ต้องเจอกับคนอื่น เสือว่าเสือก็ทำได้ดี ซึ่ง

เสือเป็นคนที่มีปัญหากับการพูดคุยกับคนอื่นเป็นพื้นฐานชีวิตอยู่แล้ว 

 

เสือคุยกับเพือนสนิทเสือ ที่เรียนอยู่ต่างประเทศ และพักการเรียนหลัง

จบไฮสคูลเพือทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ซึ่งเสือว่ามันเป็นสิ่งที่ดีมาก 

แต่เสือก็คงไม่มีโอกาสทำแบบนั้น ยังไงก็ตาม สิ่งที่เสืออยากทำมันยัง

สามารถทำได้อยู่ ซึ่งตอนนี้เสืออยากไปเที่ยวต่างประเทศมากๆ เสือ

เลยต้องเก็บเงินอย่างจริงจัง เพราะเสือว่าเสือคงมีความสุขกับการไป

ด้วยเงินตัวเองมากกว่า 

 

ลำพังเงินเก็บเสือที่มีตอนนี้ก็พอที่จะไปเที่ยวได้ แต่ก็อาจจะไม่

พอนักถ้าเสืออยากจัดหนัก เสือเลยวางแผนหาเงินด้วยวิธีที่จะเสีย

เวลาน้อยสุด (เอาเรื่องทำงานพาร์ททามออกไป เพราะแบบนั้นเสือ

คงต้องเสียการเรียนแน่ๆ) ตอนแรกคิดถึงเล่นดนตรี แต่เสือไม่ค่อย

ชอบชีวิตแบบที่ต้องไปอยู่ในบาร์ ที่มีกลิ่นเหล้าอบอวลเท่าไร (เสือ

เมาง่าย) เลยกลับมาสู่วงจรที่เสือรักที่สุด คือโป๊กเกอร์ 

 

เสือรู้ว่าการเล่นโป๊กเกอร์หาเงินมันคงทำได้ยากมากๆ และเสือก็

ไม่เก่งพอสำหรับตอนนี้ แต่เสือก็มีความสุขที่ได้กลับมาฝึก มานั่ง

คิด มันทำให้เสือรู้สึกว่าตัวเองน่ะ ควรจะจมกับสิ่งที่ตัวเองชอบ 

จะทำได้ถึงไหนค่อยว่ากัน เพราะที่ทำมามันได้ประโยชน์อยู่แล้ว 

ไม่ว่าจะทางไหนก็ตาม อาจจะไม่ได้เป็นรูปของเงินแบบที่เสือต้อง

การ แต่มันก็คุ้มค่าที่จะทำต่อไป

 

เสือเคยอ่านที่นึง ขอโทษที่จำไม่ได้ว่าที่ไหน ที่บอกว่า สมมติ

เราเรียนหมอ จบมาทุกคนก็เป็นหมอเหมือนกันหมด ดังนั้นสิ่ง

ที่เราสามรถทำได้นอกเหนือจากนั้นนับว่าเป็นกำไร อย่าทิ้งมันไป

 

และการที่มีคนมาบอกว่าทำไม่ได้หรอก มันหมายถึงว่าเค้าน่ะทำไม่ได้

ไม่ใช่ว่าเราทำไม่ได้ งั้นก็ทำต่อไปเถอะ 

 

พูดเรื่องเที่ยว เสืออยากไปเที่ยวญี่ปุ่นมากๆ รองลงมาคือไต้หวัน

และฮ่องกง เพราะเสือค้นพบแล้วว่า ความสุขที่สุดอย่างหนึ่งของเสือ

คือการได้ไปตามรอยหนัง เพราะตอนที่เสือไปอนุสาวรีย์ปชต เสือมี

ความสุขที่ได้ไปยืนดูเฉยๆมาก แม้ว่าหนังรุ่นพี่ที่เสือไปตามรอยจะ

ห่างไกลจากคำว่าหนังที่เสือชอบมากพอสมควร 

 

เสือเลยคิดว่าถ้าตัวเองได้ไปตามรอยหนังที่ตัวเองชอบจริงๆ

เสือคงจะโคตรของโคตรมีความสุข

เสืออยากไป

ฟังเพลงลิลี่ ชูชู กลางทุ่งหญ้าอีเธอร์ All about lily chouchou 

ยืนทำเหมือนหยุดเวลา the girl who leapt through time กลางทางม้าลายชิบุยะ

แอบมองลอดบันไดเลื่อนที่ยาวที่สุดในฮ่องกง Chungking express

เดินไปในถนนหนานยาง เผือว่าจะเจอคนที่บอกว่าจะไปเรียนกวดวิชา when the wolf falls in love with the sheep

และอื่นๆอีกมากมาย

 

ปีหน้าเสือต้องขึ้นวอร์ดแล้ว และเวลาอาจจะน้อยลง ดังนั้นเสือจะทุ่ม

เทปีนี้ให้กับการฝึกฝนสิ่งที่เสือรัก ดูหนังที่เสืออยากดู อ่านหนังสือที่

เสืออยากอ่าน ทำทุกสิ่งที่เสือชอบ แม้เสือจะต้องปล่อยงานชมรมไป

แล้ว แต่เสือคิดว่าปีที่แล้วเสือทำเต็มที่แล้ว มันโอเคแล้วที่เสือจะไป 

 

ขอบ่นนิดนึงนะ สิ่งหนึ่งที่เสือไม่อยากทำชมรมต่อ (ปีก่อนที่เสือทำ 

เพราะเสือสัญญากับเพื่อนที่เป็นปธชมรม ว่าเสือจะช่วย และเสือก็ช่วย

เต็มที่แล้ว สิ่งดีๆที่เสือได้รับคือผลพลอยได้) คือไหนๆ เพื่อนเสือก็หมด

วาระแล้ว เสือไม่มีพันธะอะไรแล้ว และ ที่เสือทำไปมันเหมือนกำลัง

ทำอยู่คนเดียว พูดอะไรไปเหมือนพูดคนเดียว จนต้องถึงสุดท้ายจริงๆ

จะมีคนมาเรียกร้อง แล้วเสือก็ได้แต่ตอบว่า แล้วตอนนั้นเสนอไปทำไม

ไม่มีใครจะเอาเลย แล้วตอนนี้มาพูดก็คงไม่ทัน 

 

คนเราจะเบือระบบ ขี้เกียจประชุม ขี้เกียจเขียนโครงการ 

ทำอินดี้แค่ไหนไม่มีใครว่า แต่ไม่ใช่ตอนที่เราต้องเรียกร้อง

ขออะไรสักอย่างที่เขาต้องการให้ทำเป็นระบบ เสือเลยขอ

เขถิบออกมาห่างๆ เสือควรจะวิ่งออกไปหาความสุข ดีกว่า

นั่งทำในสิ่งที่แม้แต่คำขอบคุณก็ไม่เคยได้รับ 

 

เสือไม่ได้อารมณ์ไม่ดีนะ เสือว่าตัวเองแค่ปล่อยให้มัน

เป็นไปในสิ่งที่มันควรจะเป็น 

 

เสือมีรถมอไซค์สมใจแล้ว และคิดว่าตัวเองขี่ได้คล่องมากๆ

ถ้าเทียบกับการมีคนซ้อนท้าย เพราะเสือหวิดจะทำคนซ้อน

ประสบอุบัติเหตุได้ทุกเมื่อ เลยถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เสือจะไม่ให้

ใครซ้อน (ยกเว้นเพือนที่รู้ว่าเสือขี่ไม่แข็งเท่าไร) เพราะเสือ

ไม่อยากทำใครเป็นอะไรไป 

 

พอมีรถมอไซค์ เชียงใหม่ก็เล็กลงไปอีกสำหรับเสือ 

ความสุขของเสือคือหิวกี่โมงเสือก็มีอาหารกิน แต่ขี้เกียจ

แต่งตัวสลัดคราบเน่าหนอนที่หอออกไปก่อนนี่ก็อีกเรื่องนึง

 

ตอนนี้เสือคิดถึงกรุงเทพมากๆ เสือรู้สึกว่าที่ๆนี่มันยังไม่ใช่

ที่ของเสือ ไม่ใช่ว่าเสือไม่มีความสุขนะ แต่เสือว่ายังไงที่ๆมี

ความสุขมากที่สุดของเสือก็ยังเป็นบ้านเกิดเสืออยู่ดี และที่เคย

บอกว่าเสือไม่ได้ชอบภูเขาหรือทะเล แต่เสือชอบแม่น้ำ 

 

ไม่หรอก เสือชอบแม่น้ำเจ้าพระยาต่างหาก 

 

เสืออยากกลับไป ใช้ชีวิตเหมือนที่เสือผ่านมา 

เสือชอบเพลง ถึงคนไกล ของ Color blind มาก 

เพราะความหมายมันโดนใจมาก 

ตอนนี้ความฝันของเสือคือเก็บเงินซื้อคอนโดติดแม่น้ำเจ้าพระยา

และถ้าได้แถวเจริญกรุง แถบเมืองที่เสือว่ามีเสน่ห์มากที่สุดในเมืองไทย

เสือว่าเสือคงมีความสุขมากๆ 

 

ตอนนี้เสือติดซีรี่ส์อยู่เรื่องนึงคือ Make it right the series 

ซึ่งมาจากนิยายวายเรื่องนึงที่เขียนได้ดีมากๆ 

นักแสดงเรื่องนี้ตัวหลักๆถือว่าคัดมาได้ดีตรงตามนิยายพอสมควร

แถมยังเล่นได้ดีด้วย แม้บางคนจะหน้าใหม่เล่นเป็นเรืองแรก

 

ปกติเสือไม่ค่อยดูซีรี่ส์ไทยนะแต่เรื่องนี้เสือชอบเลยอยากเขียน

ถึงหน่อย 

ข้อดึ และ จุดแข็ง

1.เลือกนักแสดงได้ดีมาก และมีเสน่ห์มาก ข้อนี้โคตรสำคัญ

เพราะเสือตกหลุมรักหลายคนจากเรื่องนี้ แสดงดี สายตาดี เคมีได้ 

2.เพลงประกอบใส่มาได้พอดี ถึงจำนวนเพลงไม่ได้เยอะ แต่

ดูหลากหลาย ถูกจังหวะ ได้ฟีล 

3.บางฉากถือว่าทำได้ดี ฉากฟิน ฉากอารมณ์เศร้า ทำได้ดี แม้

ต้นทุนจะไม่สูงนัก 

 

แต่ข้อเสียที่เสืออยากให้ปรับปรุงคือ

1.ใส่ฉากที่เยิ่นเย้อและไม่สมควรมากไป จนเนื้อเรื่องหลัก

บางอันถูกตัดออกดูแล้วงงๆ สำหรับคนที่ไม่ได้อ่านนิยายมาก่อน 

(เสืออ่านนิยายได้ครึ่งเรื่องก่อนถูกปิดเรื่องเพือไม่ให้เสียอรรถรสใน

การรับชม) ตัดต่อไม่ลื่นไหลเท่าไร 

2.บางมุกใส่มาแล้วอึดอัด บางฉากนักแสดงมีเสน่ห์พอที่ทำให้อยากดู

ได้ แต่บางฉากก็อยากจะกดข้าม 

3.โฆษณาไม่มีความน่าสนใจ ออกแนวยัดเยียด แต่เข้าใจว่ามีสปอนเซอร์

ไม่กี่เจ้า แต่บางอันก็ทำโอเค อย่างฉากป้อนขนมในโรงหนัง (คือเสือว่า

โฆษณาแค่นำเสนอว่ามีการใช้ในซีรี่ส์ก็โอเคแล้ว ไม่ต้องให้นักแสดงมาพูด

สรรพคุณกรอกหูคนดู) 

4.นักแสดงบางคนที่ไม่ใช่ตัวหลักทำได้ไม่ดี แต่ถือเป็นส่วนน้อย 

5.บางฉากทิ้งค้างไว้นานเกินจนเกินอินอารมณ์ บางฉากก็ตัดโฉะ

จนอินไม่ทัน

 

เรื่องย่อ และ ตัวซีรี่ส์สามารถหาดูได้ใน line tv นะจ๊ะ 

 

เสือชอบคู่เฟรมกับบุ๊คมาก เคมีเข้ากันดีสุดๆ 

5
free image hosting

ตอนแรกๆที่ดูน้องโอมเล่น  รู้สึกว่าน้องยังเด็กไปสำหรับบทที่ค่อนข้างโตอย่างเฟรม แต่ที่สุดแล้วก็ทำได้ดี ยิ่งตอน 6 ที่นัดเจอกับเต้ย (บุ๊ค) โอย เสือว่าน้องเก่งมากๆ

 

อีกคู่ที่เคมีดีคือ ฟิวส์กับลูกโม่ 

สองคนนี้เป็นเพื่อนกันนะ และน้องไนซ์ (ลูกโม่) เล่นได้มีเสน่ห์มากๆ จนรู้สึกอยากมีเพือนแบบนี้เลย ส่วนน้องพีค (ฟิวส์) ที่แม้จะไม่ค่อยตรงตามบทเท่าไร แต่พอเล่นแล้วก็รู้สึกว่า เออคนนี้แหล่ะฟิวส์ล่ะ (นิดนึงนะ น้องพีคบางทีก็ดูเล่นเป็นตัวเองไปหน่อย แต่ก็น่ารักดี)

 

6
image hosting without registration

โอยไม่พูดถึงคู่นี้ไม่ได้ คงเพราะคู่นายรถถังยังไม่ออกโรงเท่าไร 

เสือเลยเชียร์รถถังฟิวส์ 

2
photo hosting sites

น้องบีม หรือในบทคือน้องรถถังฝั่งธนคือดีงามพระรามแปดมากๆ มีความน่ารักน่าหยิก น่ากอดน่าหอมทุกประการ เป็นคนที่เหมือนหลุดมาจากนิยายจริงๆ เสือชอบน้องรถถังมากสุดเป็นที่ 2 เลย 

3
image hosting site

 

ที่ 1 นะเหรอ คือคนที่เสือว่าเหมือนหลุดมาจากนิยายอีกคน 

ทั้งตัวจริงๆ และ บทที่แสดงในเรื่องทำให้เสือหายใจเข้าหายใจ

ออกเป็นน้องบูม 

4
windows 7 screen shot

7
free upload 

เสือชอบน้องบูมมากจริงๆ ในบทคือธีร์ พระเอกของเรือง น้องบูมเล่นไว้ดีมากๆ ทุกอย่าง ทุกช็อต ทุกสายตา ทุกคำพูด แค่ออกมาฉากแรกก็เอาใจเสือไปทั้งใจแล้ว ทั้งวันเหมือนชีวิตเสือตื่นมาก็ดูรูปน้องบูม ก่อนนอนก็ดูน้องบูม หลับก็ฝันถึงน้องบูม 

ว่าแต่ได้ข่าวว่าน้องบูมเพิ่ง 15 เอง และปีนี้เสือ 20 

อากกกกก เสือไม่เคยชอบคนเด็กกว่าขนาดนี้เลย 

 

คงเพราะตอนนี้เสือชอบน้องบูมมาก เสือเลยไม่สนใจใครเลย

เสียดายที่น้องบูมบินมากทม บ่อย ตอนที่เสืออยู่เชียงใหม่ 

แถมงานมีทติ้งต่างๆก็เกิดที่กทม ตอนเสืออยู่เชียงใหม่ทั้งนั้น 

ได้โปรดมาเชียงใหม่บ้างเถิด จะเป็นพระคุณมาก 

 

น้องบูมดีต่อใจพี่มากๆ 

คนอื่นอาจจะกรี๊ดฉากขอนไม้ แต่พี่กรี๊ดฉากนี้ 

1
imagehost

 

ตอนนี้เสือคงยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม เหมือนที่เคยนิยามตัวเอง

ไว้ ว่าสนใจอยู่ไม่กี่อย่าง ทำอะไรก็ได้ให้ตัวเองมีความสุข 

เพราะเสือว่าถึงห้องสี่เหลี่ยมเสือตอนนี้มันจะแคบไปหน่อย 

แต่เสือก็มีความสุขดี และนับถอยหลังอีกไม่กี่ปีที่เสือจะเรียน

จบ และกลับไปสู่ที่ๆเป็นของเสือ 

 

..และอีกไม่นานที่ฉันจะกลับไป เพราะไม่มีแห่งไหนจะสุขใจ

อย่างตรงนั้น เธอก็รู้ใช่ไหม .. 

 

เสือคงต้องไปแล้ว วันนี้เรียนวันแรกเสือก็หลับเป็นตาย 

ผ่ากรอสสุดท้ายแล้ว กลิ่นตัวก็อบอวลฟอร์มาลีนมาก

 

ปล.1 พ่อแม่และน้องเสือเพิ่งขึ้นมาเชียงใหม่ตอนเสือปิดบล็อก

พาไปเชียงราย และเสือได้กลับไปพิพิธภัณฑ์ฝิ่น ที่ทำให้เสือกลัว

ฝิ่นจนถึงทุกวันนี้ (ตั้งแต่ 10 กว่าปีก่อน) แต่พอกลับไปก็เหมือนไป

แก้ปมตัวเอง ให้เสือเลิกกลัวได้แล้ว (สำหรับเสือ ยาเสพติดอื่นๆเสือ

ก็เฉยๆ มีแต่ฝิ่นที่เสือได้ยินแล้วใจไม่ค่อยดี) 

ปล.2 เมื่อวานครบรอบ 2 ปีที่เสือไม่ได้เจอคนๆนึง และเสือก็หวังว่า

เค้าจะสบายดี 

 

 

บรรยากาศแปลกๆ

posted on 25 Apr 2016 16:34 by seaukun in Dairy

Boku no migite - We are paramaum 

Ost. Linda linda linda 

เสือเพิ่งดูหนังดีที่สุดเรื่องหนึ่งของญี่ปุ่น เรื่องนี้ไปไม่นานเอง

เสือรู้สึกว่าเสน่ห์หนังญี่ปุ่นมันต้องแบบนี้แหล่ะ ลินดา ลินดา ลินดา

 

ลินดา ลินดา ลินดา เป็นชื่อเพลงของวงร็อครุ่นเก๋าของญี่ปุ่น 

The blueheart ซึ่งสี่สาวตัวเอกของหนังเรื่องนี้นำเพลงมา

Cover เสือชอบการดำเนินเรื่องแบบเรื่อยๆไม่มีจุดพีค แต่รู้สึก

น่าติดตามได้ตลอดเวลา 

 

เสือชอบคาแรคเตอร์ของแต่ละคนที่น่าสนใจ และเป็นตัวของตัวเอง

แบบไม่เวอร์ ประมาณว่าคนแบบนี้เราคงเคยเจอได้ในสังคมทั่วไป 

เสือก็ลองคิดๆดูว่าตัวเองเหมือนใครในสาวสี่คนในวงพารามัมได้บ้าง

 

  • เคียวโกะ (มือกลอง) น่ารักที่สุด และห่างไกลจากความเป็นเสือที่สุด
  • เคย์ เสือว่าเสือแอบเหมือนเค้าในบางมุม ในความขวางโลกหน่อยๆ แต่เสือไม่มั่นเท่าเค้านะ ชอบความเด็ดเดี่ยวของเคย์ดี
  • โนโซมิ เหมือนตรงที่เสือไม่ค่อยพูดเท่าไร และหลับแบบตื่นยากที่สุด อารมณ์บางทีก็พูดตรงๆแบบมึนๆ
  • ซง ดูเอ๋อๆ ให้อารมณ์อามิลี (Amelie) ไม่น้อย และความลังเลกับอารมณ์ขันแปลกๆของเธอ ทำให้เสือรู้สึกว่าเสือเหมือนเธอที่สุดในบรรดาสี่คนนี้

ฉากที่เสือชอบที่สุดคือฉากที่ซงขึ้นไปลองพูดบนเวทีคนเดียว พูดถึงสมาชิกทุกคน แต่พอมาถึงคิวพูดถึงตัวเองก็ทำหน้าแบบไม่แน่ใจว่าจะพูดว่ายังไง เสือว่านั่นมันฉากในตำนานของเสือ 

 

ช่วงนี้เสือเรื้อนมากๆ เสือทำอยู่ไม่กี่อย่างโดยขอแบ่งเป็นข้อๆได้ดังนี้

1.นอน 

อย่าให้เสืออยู่บ้าน เพราะเสือสามารถนอนได้ตั้งแต่เที่ยงคืนยันเที่ยงวัน ตื่นมากินข้าว แ้ล้วนอนต่อจนถึงสี่โมงเย็น ตื่นมาหาอะไรกินแล้วนอนต่อถึงสามทุ่ม เป็นวงจรที่อุบาทว์ที่สุด จนมีคำถามว่า มึงนอนไปได้ไงวะ 

2.เที่ยว

เป็นเรื่องหนึ่งที่เสือภาคภูมิใจมาก เพราะเสือชอบเที่ยวคนเดียว เมื่อก่อนขอบเขตการเที่ยวของเสือจะจำกัด เพราะเสือจะหาที่เที่ยวตามรถไฟฟ้า กับเรือ จนบางที่มันก็ไม่ได้ติดกับพวกการขนส่งแบบนี้ เสือก็จะไปไม่ได้ ไม่ก็ไปได้แต่ใช้วิธีเดิน จนเสือรู้สึกเพลียพอคิดว่าจะต้องเดินเท้าท่ามกลางแดดร้อนๆเหล่านี้ 

ต่อมาเสือเริ่มศึกษาเส้นทางการเดินทางโดยรถเมล์แบบจริงจัง และเอากูเกิ้ลแมปมาเปิดแผนที่กรุงเทพจนสามารถวาดแผนที่ได้คร่าวๆในหัว เสือจึงสามารถเริ่มออกเดินทางได้โดยรถเมล์ 

เสือไปไหนมาบ้าง 

แถวเจริญกรุง 

IMG 20160418 191324
upload picture

 

IMG 20160418 191708
image hosting over 2mb

คงเพราะเสือเป็นเด็กชานเมืองแถบรามอินทรา เสือเลยชอบแถวเจริญกรุงที่มีสถาปัตยกรรมและ ตึกแบบอนุรักษ์ที่สวยงาม (ศิลปะแบบปัลลาเดียน เสือเคยทำรายงานเกี่ยวกับกระทรวงกลาโหมในวิชาศิลปะ เสือเลยพอรู้เรื่องนี้นิดหน่อย) 

เสือเห็นฉากในหนังหลายเรื่องที่ถ่ายทำที่สถานีดับเพลิงบางรัก ซอยเจริญกรุง 36 มานาน และเสือตั้งเป้าหมายว่าจะต้องไปให้ได้ และโชคดีที่เสือสามารถกลับบ้านได้เย็นขึ้น ทำให้เสือสามารถหลีกเลี่ยงความร้อนและมาเดินเที่ยวตอนเย็นๆได้บ้าง

พอตอนเห็นสถานีดับเพลิงที เสืออยากจะกรี๊ดเพราะมันได้บรรยากาศกว่าการได้ดูแค่ในรูปมากๆ และถือเป็นการตามรอยหนังเรื่อง In the mood of love หนังรักที่ให้อารมณ์หน่วงและสถานที่พาไปได้ดีที่สุดเรื่องนึง 

 

เอเชียทีค 

IMG 20160418 191051
imagehosting

จุดประสงค์ของการมาเอเชียทีคมีอย่างเดียวคือ มาตามรอยเอมวีเพลง Unfriend 

เสือลงทุนซื้อตั๋ว 250 บาท ขึ้นไปนั่งบนชิงช้าสวรรค์ และพบว่าเป็นครั้งแรกที่เสือนั่งชิงช้าสวรรค์คนเดียว และเสือก็กลัวความสูงด้วย เพราะตอนที่ขึ้นไปเสือก็เขถิบตัวไปมาเพื่อจะถ่ายรูป ปรากฏชิงช้ามันแกว่ง เสือนี่ว้ากลั่นกระเช้า

แต่มันสวยมากๆเลยนะตอนมองลงมา และรู้สึกเบื่อที่จะนั่งเรือกลับเพราะมันช้า เลยใช้สายตามองลงไปที่ถนนเห็นว่าเออรถไม่ติดนี่ งั้นเสือนั่งรถสาย1 กลับไปที่สถานีตากสินก็ได้

หลายคนอาจจะบอกว่ารถเมล์สาย 8 เป็นรถที่แล่นแรงเร็ว ทะลุ นรกมากที่สุด แต่เสือขอเถียงว่าเป็นสาย 1 ถนนตกมากกว่า (ทั้งรถโดยสารร่วมบริการสีส้มและรถเมล์แดง) อาจเป็นเพราะเสือเคยขึ้นสาย 8 ตอนรถมันติดเลยยังไม่รู้ซึ้งถึง Fast and Furious 

สาย1 ถนนตก ขับเหมือนมีรถมันอยู่คันเดียวบนถนน แรงเร็วทะลุ กดกริ่งปั๊บจอดทันทีไม่รอป้าย บีบแตรเรียกผู้โดยสารโดยไม่สนว่าเค้าจะทำหน้าบอกว่ากูไม่ขึ้นมากแค่ไหน แต่เสือก็ยังคงต้องใช้บริการต่อไป

สำหรับเสือ การท่องเที่ยวที่ดีที่สุดสำหรับเสือ ต้องนั่งรถเมล์ เพราะเสือชอบเที่ยวแบบการมองเห็นบรรยากาศเมือง และวิวต่างๆ ที่รถไฟฟ้าก็สูงเกินไปจะมองเห็นรายละเอียด เรือก็เห็นแต่ริมฝั่งแม่น้ำ แต่รถเมล์ควรจะมีที่นั่ง และคนไม่เยอะแค่นั้นพอ 

 

เสาชิงช้า และ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 

 

IMG 20160420 212928
image hosting without account

 

IMG 20160420 213007
adult image

มาเพื่อตามรอยเอมวี ทิ้งไว้กลางทาง และหนัง รุ่นพี่ 

ทั้งสองเรื่องเป็นการใช้ฉากในกรุงเทพได้สวยงามชวนคิดถึงมากๆ ตามตรงคือเสือก็ไม่ได้ชอบเพลงหรือหนังมากขนาดนั้น แต่เพราะเห็นฉากที่สวย และเสือคิดว่าถ้าตัวเองได้มาคงต้องมีความสุขแน่ๆ 

เสือเดินจากหอศิลป์สยาม มาที่ถนนเพชรบุรีคือที่สี่แยกตรงตึกวรรณสรณ์ และขึ้นรถเมล์สาย 2 ไปลงที่อนุสาวรีย์ปชต พอดี และเสือเพิ่งรู้จักถนนหลานหลวงครั้งแรกก็คราวนี้ 

ข้อเสียของการไปเที่ยวเย็นๆคือเราอาจจะถ่ายรูปย้อนแสงได้ เสือใช้กล้องมือถือถ่ายและใช้แอปแต่งรูปเท่าที่ทำได้ ซึ่งมันไม่ค่อยถูกใจมาก แต่ก็พอเก็บไว้ดูสนุกๆได้ 

เสือเดินไปทางถนนดินสอ และเจอร้านมนต์นมสด รู้สึกตื่นเต้นมากๆ เพราะเสือเพิ่งรู้จักร้านมนต์ตอนที่ไปเชียงใหม่นี่เอง มีคนบอกว่าร้านมนต์นี่ดังมากๆเลยนะ เป็นร้านจากกรุงเทพมาเปิดสาขาที่เชียงใหม่เลย พอไปเจอสาขาแรกที่เสาชิงช้าเสือเลย เห้ยตำนานมาแล้ว 

ว่าแต่ไอ้กดสัญญาณไฟคนข้ามตรงถนนดินสอนี่โคตรนาน เสือรอเกือบห้านาทีได้ พอจะข้ามเลยรถก็สวนมา

เสาชิงช้าลมดี ให้อารมณ์แบบจัตุรัสเทียนอันเหมินมากๆ

และเสือก็มายืนรอรถแถวเทเวศน์ (ที่เป็นบริษัทอะไรสักอย่าง) เห็นคุณอาคนนึงเหมือนมาหัดขี่จักรยาน เสือก็แอบยิ้ม รู้สึกน่ารักดี และรู้สึกผิดที่หัวเราะตอนเค้าขี่ชนเสา

พูดเรื่องหอศิลป์หน่อย เสือไม่รู้ว่าตัวเองโง่หรือว่าสถานที่มีปัญหา เพราะตอนเสือเดินไปเข้าห้องน้ำเสือมองไม่เห็นป้ายบอกเพศ เลยใช้เซ้นส์เดินเลี้ยวขวาไป พอเข้าไปเสือก็ไปล้างหน้าหวีผม ปรากฏเห็นผู้ชายเข้ามา และเดินไปที่โถฉี่ที่เสือไม่เห็นตั้งแต่ตอนแรก เสือนี่ตายห่า กูเข้าห้องน้ำผิด โชคดีที่คนที่เข้ามาเป็นฝรั่งพอมีอายุ เสือเลยบอกซอรี่แล้วรีบๆหอบข้าวหอบของออกไป พอเดินออก อ่าวป้ายมันแปะอยู่หน้าประตูห้องน้ำ รู้สึกอับอาย 

 

ความจริงมีอีกหลายที่ๆเสืออยากไปเที่ยวนะ พรุ่งนี้เสือว่าจะไปเที่ยววังหลัง ท่าพระจันทร์ สะพานกรุงธน และรัฐสภาเสียหน่อย เสือเป็นพวกบ้าสะพานเหล็กด้วย 

 

มีคำถามหนึ่งที่ทุกคนเคยได้ยินคือ ชอบภูเขาหรือทะเล 

เสือเคยตอบว่าภูเขา เพราะน้ำทะเลเหนียว จนได้ไปอยู่เชียงใหม่ และรับรู้ว่าดอยหนาวมาก เสือเลยเปลี่ยนคำตอบมาตอบว่า ทะเล เพราะเสือชอบพัทยา 

แต่ตอนนี้เสือรู้คำตอบแล้วว่าเสือไม่ชอบทั้งภูเขาและทะเล เสือชอบแม่น้ำ 

และแม่น้ำที่เสือชอบที่สุดคือ แม่น้ำเจ้าพระยา 

 

3.เล่นเกมส์ 

เสือติดเกมส์นึงที่ดังในตอนนี้ คือ Stardew valley มากๆ และเล่นมันหนักมากประมาณ 4 ชม.ต่อวัน หลายคนอาจมองว่าไม่เห็นเยอะเลย แต่สำหรับเสือที่ไม่ใช่คนชอบเล่นเกมส์ เสือว่ามันเยอะมากๆ 

เสือชอบเรื่องราว และนิสัยตัวละครในเกมส์ จนเคยเอาเท้าก่ายหน้าผากว่าจะแต่งงานกับใครดี 

ตอนแรกเสือว่าเสือต้องเซบบี้แน่ๆ แต่เอาจริงๆสเปกเสือจริงๆไม่ใช่ผู้ชายสายดาร์กขนาดนี้หรอก เสือมาสนคนแรกที่เสือจีบคืออเล็ก เพราะเสือชอบผู้ชายเล่นกีฬา และมีมุมอ่อนไหวที่ร้องไห้คิดถึงแม่ แต่สักพักเสือว่าความหลงตัวเองของเค้ามันไม่ใช่เสียเลย และเสือมาแพ้แซมกับความกวนตีน และเล่นสเก็ตบอร์ดบนกระถางต้นไม้หน้าบ้านคนอื่น สรุปและสุดท้ายเสือเลยเลือกแซม 

เสือเป็นเกลียดเป็นชังกับเชนมาก เพราะปากหมาเกินเหลือรับ ที่สุดที่เกินจะรับคือบอกว่า มายุ่งกับกูเพราะหวังอะไรใช่ไหม งั้นกูจะจ่ายเงินให้มึงแล้วก็ออกไปให้พ้นหน้ากูซะ 

เสือชอบคู่เอมิลี่กับคลินท์มากๆ เสือเจอเหตุการณ์ที่คลินท์พยายามจะจีบเอมิลี่ โอยน่ารักมากๆ

 

..... หมดเขตกิจกรรมยามว่างเสีอแต่เพียงเท่านี้ .....

 

เสือเคยบอกครั้งก่อนใช่ไหมว่า เสือดีใจที่ได้กลับบ้าน แต่เสือก็รู้สึกได้

ถึงบรรยากาศแปลกๆในบ้าน ทำให้เสือหงุดหงิด และเบื่อหน่ายไม่น้อย 

 

บางทีเสืออาจจะมั่นใจในตัวเองมากไปก็ได้ และเสือยิ่งเป็นพวกโลกต้อง

หมุนตามตัวเสือ ทำให้เวลาเสือทำเรื่องดีๆ และมีคนไม่คิดจะทำมัน 

เสือต้องเซ็งกับตรรกะวิบัติแบบนั้น

 

ปัญหาเดิมมันเกิด และมันจะเกิดทุกครั้งสำหรับเสือ เมื่อเราปล่อยให้ใคร

ก็ได้ก้าวล้ำเข้ามาในความเป็นตัวเรามากเกินไป และนี่คือหนึ่งในสาเหตุสำคัญ

ที่ทำให้เสือเลิกกับแฟน 

 

เสือมีเพื่อนสนิท และเสือรักพวกเค้ามากที่มีความเหมือนกันกับเสือที่ว่า 

ถึงสนิทแค่ไหน มันไม่ได้แปลว่าเราต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเค้าเกิน

ครึ่งนึง อาจจะฟังดูงงๆ เสือขออธิบายใหม่แล้วกัน 

 

ทุกคนว่าการเปิดใจเป็นสิ่งที่ดีใช่ไหม 

เสือไม่ปฏิเสธหรอก เพราะเสือคิดว่าการจริงใจต่อกันเป็นสิ่งที่ดี

แต่บางทีการที่พูดทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับอีกฝ่าย โดยไม่ได้ใช้

ความประนีประนอมในคำพูด มันทำให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่เปล่าๆ ถึงเจตนา

มันจะเห้ย ก็เราจริงใจ ไม่ชอบอะไรเราก็บอก แต่บางทีมันก็ทำร้ายจิตใจ

กันมากไป ถ้าเราเลือกที่จะบอกแต่สิ่งที่เราไม่ชอบเพื่อให้อีกฝ่ายปรับปรุง

แต่ไม่รับฟังข้อผิดพลาดของตัวเองเลย 

 

โอเค ง่ายๆคือว่า ถ้าเราหวังจะให้อีกฝ่ายทำดีกับเรามากขึ้น แต่เราแม่ง

ก็เน่าหนอนทำตัวส้นตีนเหมือนเดิม ทางที่ดีกว่าคือไม่ต้องใส่ใจกับสิ่งที่

อีกฝ่ายทำไม่ดีกับเรามาก เพราะเราแม่งก็แก้ไขตัวเองไม่ได้เหมือนกัน 

ความอดทนบ้าง ไม่ใส่ใจบ้าง และก็มองโลกในแง่บวกบ้าง มันจะช่วย

ปิดปากไม่ให้พูดอะไร และก็ทำให้มีความสบายใจเกิดขึ้น 

 

เสือรู้สึกแย่กับเรื่องนึงมากๆ เพราะเสือรู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่คนที่คิดจะเอา

ตัวเองมาข่มใคร หรือคิดว่าตัวเองดีกว่าใครเลย และถ้ามีคนมาคิดว่าเสือ

เป็นพวกอวดเก่งและพยายามอวดเก่งกับเสือเป็นการเกทับ เสือจะรู้สึก

เสียใจมากๆ เสียใจที่ทำไมเค้าคิดว่าเสือเป็นคนแบบนั้น เค้าอยู่กับเสือ

มาขนาดนี้ยังไม่รู้จักเสืออีกเหรอ

 

เสือเล่าให้แม่ฟัง แม่บอกว่าช่างมันเถอะ ทุกคนก็ต้องเรียนรู้ที่จะโต

และปรับความคิดตัวเอง

เหมือนที่เสือโตขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันนี้ 

 

เสือรู้สึกมีความสุขเรื่อยๆ เพราะเสือชอบตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ 

ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้เสือไม่ชอบตัวเองนะ แต่ถ้าเทียบความรู้สึก

ตอนนี้กับตอนก่อน เสือรู้เลยว่าชอบเสือตอนนี้มากกว่าตอนนั้นมากๆ

 

เสือเคยบอกแม่ว่า บางทีเหมือนรู้สึกว่าตัวเองเริ่มเย็นชา และก็มีน้ำใจ

ความเห็นอกเห็นใจต่อคนอื่นน้อยลง แต่ไม่คิดว่าตัวเองกำลังแย่ลง

แม่บอกว่าไม่ใช่ว่าเราแย่ลงหรอก แต่เรารู้สึกปล่อยวางมากขึ้น 

 

ชีวิตในมหาลัยปี 2 นี่ทำให้เสือรู้จักใช้คำพูด และก็คิดก่อนทำมากขึ้นมากๆ

เสือรู้จักใช้เวลาเป็นเครื่องมือเพื่อให้ทุกอย่างมันดีขึ้น และอีกสิ่งหนึ่งที่เสือ

ภูมิใจมากๆคือ เสือคุยโทรศัพท์เก่งขึ้นมากๆ 

เพราะเมื่อก่อนเสือไม่ค่อยกล้าใช้โทรศัพท์ไปติดต่องานต่างๆ เพราะเสือมัก

เรียบเรียงคำพูดไม่ค่อยถูก แต่เดี๋ยวนี้แค่มีแพลนคร่าวๆในหัว ก็สามารถพูด

อย่างละเอียด และเสือก็จะได้สิ่งที่ต้องการได้ 

 

มีคำนึงที่เสือชอบมากคือ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องได้ด้วยกล 

คือเสือว่ามันคงไม่ได้ใช้ได้ทุกสถานการณ์หรอก แต่ถ้าเราลองหาวิธีการ

ที่มันไม่ได้ตรงตามตำราเป๊ะๆ และนำมาใช้ได้ผลจริง เสือว่ามันน่าชื่นชมเลยทีเดียว 

 

เสือโอเคมากๆกับการที่เสือภูมิใจว่าตัวเองเป็นคนนึงที่ดี แม้จะไม่พร้อม

แต่มันก็ดีพอที่จะทำให้เสือมีความสุขโดยไม่ต้องพยายามมาก และเสือก็

คิดว่าเสือไม่มีอะไรที่ต้องไม่ภูมิใจ และถ้าไม่มีใครคิดเหมือนที่เสือคิด 

เสือก็โอเคมากๆ 

 

เสือหวังว่าเสือจะทำให้บรรยากาศแปลกๆหายไปได้นะ 

 

เสือต้องไปดูซีรี่ส์แล้ว ตอนนี้เสือดูเรื่อง Sugarless อยู่ 

เสือชอบมารุโมะ กับ ฮิราโอริมากๆ 

 

ปล.ตอนนี้เห็นคนเล่นแท็ก จะบอกความรู้สึกกับคนที่มาไลค์แบบไม่กัํก สักอย่าง เสือไม่กล้าเล่นเพราะกลัวไม่มีใครมากดไลค์ แล้วเสือจะลบหนีไม่ทัน ซึ่งเป็นกรณีเดียวกับ Ask Fm ที่เสือไม่เชื่อมกับเฟส เพราะเสือกลัวไม่มีใครมาถาม เออว่าแต่ถ้าแปะไว้ในนี้จะมีคนมาถามไหมนะ 

ปล2 Askfm : seaukun เพราะไม่มีใครถามเสือเลยเล่นตอบคำถามสุ่มแบบบ้า 

ปล3 คนที่เสือทักแชทไป เสือคุยได้ 3 วันก็จบเพราะถึงเค้าจะตอบดีมากๆ แต่เค้าไม่ได้ชวนเสือคุยกลับเลย เสือเลยรับรู้ได้ว่า ถ้าผู้ชายทำท่าว่าไม่สนใจ คือเค้าไม่สนใจจริงๆไม่มีเหตุผลอื่น (He's just not that into you) และเสือก็ไม่ใช่คนตื้อเก่งด้วย (ทักไปก็ใช้ความกล้าสุดๆแล้ว) เลยยอมให้เค้าเป็นแค่ความรู้สึกดีๆ 

ปล4 เสืออยากพูดถึงคนนึงจัง แต่เสือยังไม่มีอารมณ์พูดถึงมากพอ ไว้คราวหน้าแล้วกัน  

วงจรความเหงา

posted on 10 Apr 2016 23:55 by seaukun

ภาวิณี - Electric neon lamp

หลายคนรู้จักเพลงนี้ แต่อาจจะไม่ใช่เวอร์ชั่นนี้ 

เวอร์ชั่นนี้เป็นเวอร์ชั่นแรก ก่อนจะมาปรับใหม่ที่หลายคนได้ฟังกัน

ซึ่งเสือชอบทั้ง 2 เวอร์ แต่ชอบเวอร์นี้มากกว่า

เพราะครั้งแรกที่เสือฟังคนเอามาโคฟเวอร์เค้าโคฟเวอร์นี้ 

 

ตอนแรกเสือเฉยมากๆกับ ENL รู้สึกเพลงก็ดี แต่ไม่ได้ติด

แต่พอไปดูน้องชมรมตัวเองเล่นภาวิณี หลังจากนั้นก็ฟังมัน

ทุกครั้งที่อาบน้ำ และค่อยๆลามมาฟังเพลงอื่น 

 

อีก2เพลงที่เสือชอบคือนางรอง กับ เธอที่ร้าย 

เสือว่าถ้ามีใครสักคนจะชอบเสือได้ (สมมติว่ามี) เพลงเธอที่ร้าย

นี่ใช่ได้นะ เพราะเสือแม่งเหี้ยขั้นสุด แต่คนที่เสือชอบเสือใช้เพลง

นี้ไม่ได้เลย เพราะเสือมักจะไปชอบคนดีที่ใครๆก็ชอบกัน 

 

ผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนกับการที่เสือกลับมาอัพบล็อกอีกครั้ง

เสือปิดเทอมแล้ว และกลับบ้านแล้ว 

แต่การกลับบ้านครั้งนี้เสือไม่รู้สึกดีเหมือนครั้งก่อนๆ ซึ่งเสือ

ก็พอรู้สาเหตุดี และค่อนข้างรังเกียจเหตุผลตัวเองไม่น้อย 

 

1.เสือยังติดค้างงานบางอย่างอยู่ และเสือเป็นพวกนิสัยเสีย

ไม่เคยวางใจใครให้ทำอะไร แต่ตอนนี้ก็คงต้องลดอีโก้ตัวเอง

ไปบ้าง เพราะเสือจะบินไปบินมาทำงานที่ค้างอยู่ไม่ได้

 

2.ประเด็นหลักที่เสืออยากพูด และเป็นสาเหตุหลักที่เสืออยาก

อัพบล็อกมากเพื่อระบายบางอย่าง คือเสือรู้สึกว่าตัวเองยังปรับ

ตัวไม่ได้ และยังรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังออกมาจากความสุข

บางอย่าง 

 

หลังจากจบงานที่ชมรมเสือจัด เสือเข้าสู่การเรียนวิชาหนึ่งที่เสือ

ขอบอกว่าเป็นวิชาที่น่าเบื่อที่สุดสำหรับคณะเสือตอนนี้ นั่นคือ

เวชศาสตร์ชุมชน ที่น่าเบื่อเพราะหนึ่งคือเนื้อหาไม่ดึงดูด และอจ 

มีความสามารถพิเศษอันสูงส่งในการสอนเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก

ทำให้นักศึกษาไม่ถึง 10% ตั้งใจเรียน ที่เหลือก็หลับนอนชอนไช 

บางคนถึงขั้นออกไปนอนนอกห้อง (เสือออกไปเข้าห้องน้ำเห็นแบบ

นั้นแล้วขำไม่หยุด) 

 

ตอนแรกเสือนึกว่าการเรียนกายวิภาคศาสตร์ภาคทฤษฎีจะน่าเบื่อ

แล้วแต่นั่นก็ยังมีวันจบ ไม่เหมือนกับวิชาพวกนี้ ที่หลับแล้วคื่นขึ้น

มาพบว่าไม่มีวันจบสิ้นเสียที เสือรู้สึกเหนื่อยล้าใจเป็นอย่างมาก 

 

ตอนออกสำรวจชุมชนก็สนุกดีนะ เสือได้ทำงานกับเพื่อนที่ไม่

ค่อยสนิทกัน และเค้าคงรับรู้แสนยานุภาพทางฟอร์ซที่ห่วยแตก

ของเสือไปเรียบร้อยแล้ว แต่เสือก็ชอบเพื่อนๆนะ ถึงเสือจะทำ

ตัวเป็นตัวถ่วงกลุ่มเพราะเป็นคนภาคกลางคนเดียวในกลุ่มที่ฟัง

คำเมืองไม่ออกเลย ตอนไปสัมภาษณ์ชาวบ้านในชุมชน และไง

ล่ะ พอฟังไม่ออกเสือก็ไม่กล้าถามอะไรออกไป ตามด้วยการหลับ

เป็นที่อนาถาต่อหน้าผู้ใหญ่สักคนที่ตำแหน่งแนวๆ นายอำเภอด้วย

(เพื่อนมาบอกทีหลังว่าตัวเองก็ง่วง แต่เนียนลุกไปล้างหน้า เสือ

นี่เหี้ยหลับตรงนั้นเลย) 

 

ตอบแบบโลกไม่สวยไม่มีอุดมการณ์เลยนะ ว่าเสือชอบความเป็น

อยู่ของชุมชนตรงที่สามัคคีและมีน้ำใจนะ แต่จะให้เสืออยู่ตลอดไป

คงไม่ได้ เสือจะตั้งใจใช้ทุนเต็มที่ แต่หลังจากนั้นเสือก็คงออกไป

ทำงานที่ได้รายได้ดีๆ มาพอใช้ให้เสือแบบมีจรรยาบรรณ

 

เสือคิดว่าการที่เราทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด มันก็โอเคแล้ว

และเราก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกทำสิ่งที่ตัวเองต้องการด้วย โดย

ไม่เดือดร้อนใคร 

 

โอเคเกริ่นมานาน เข้าเรื่องหลักดีกว่า 

หลังจากจบงานชมรม และเข้าสู่การเรียนบล็อกใหม่ที่เนื้อหา

ไม่ยากมาก (แต่เสือก็เข้าไปมั่วได้ D+) เสืองานเข้าสองงาน

คือเล่นงานบายเนียร์ให้คณะวิดยา กับบายเนียร์ภาคไบโอของ

วิดยา 

 

งานแรกเป็นงานที่เสือตั้งใจจะเล่นมาก เพราะเล่นกับวงเสือ

เป็นการเปิดตัววงอีกทาง แถมในงานเครื่องเสียงดีด้วยเสือ

เลยเบิกบานมาก และซ้อมค่อนข้างหนักเลยทีเดียว 

 

การซ้อมหนักครั้งนี้ ทำให้เสือต้องกลับมาใช้ชีวิตใกล้ชิด

กับคนๆนึงที่ทำเสือหวั่นไหวเมื่อมีนาปีก่อน (ช่วงเวลาเดียวกัน)

เสือค้นพบว่า การที่เราได้เจอคนที่เราเคยชอบ เราก็ยังคงรู้ดี

ว่าทำไมเราถึงชอบเค้า และเค้าก็เป็นคนพิเศษสำหรับเราเสมอ

 

เค้าก็ยังเป็นคนดี คนน่ารักคนเดิมที่ชอบเล่าอะไรให้เสือฟัง

อย่างละเอียดเสมอ แต่ไม่เคยแม้แต่จะถามอะไรเสือกลับเลย

และไม่เคยจำรายละเอียดอะไรของเสือได้ (อันนี้ชินมาก ใครๆ

ก็ทำกัน พอดีเสือเป็นพวกรายละเอียดเยอะ) และเสือดันลามไป

ถามเรื่องแฟนเก่าเค้าพอดี เท่านั้นแหล่ะเรื่องต่างๆก็ผุดออกมา

จากปากเค้าเหมือนก๊อกน้ำแตก

 

ตอนนั้นเสือกลับหอมา บอกรูมเมตว่าเปิดเพลง

เพื่อนพระเอก ของ Polycat ให้ฟังหน่อย 

" มันกำลังดีที่สุดเลย ฉันกำลังมีความสุขบนโลกที่ไม่มีตัวฉัน

ไม่แม้สักนิดเลย "

" เพราะใจความมันไม่สำคัญเท่ากับเสียงเธอ That's so

beautiful " 

 

โฮวววว แต่น้ำตามันไม่ไหลเลย เสือว่ามันต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้ว

 

จบงานแรก 

วันนึงตอนที่กำลังนั่งเน่าๆอยู่ มือเบสวงมาขอเสือให้ไปเล่นให้

วงบายเนียร์ภาคไบโอ (คนละงาน มีบายเนียร์รวมแล้วก็มีแยกภาค)

เพราะว่ามีเพลงบางเพลงต้องการคีย์บอร์ด เสือก็เห้ยข้าวฟรีเปล่าวะ

ดูคอร์ดได้เปล่าวะขี้เกียจจำ เค้าก็บอกว่าได้ๆ 

 

แต่หลังจากนั้น ก็โดนบอกให้ไปจำคอร์ดมา "ทำไมวะ" "มันไม่เท่" 

แต่สุดท้ายเสือก็จำได้นะ เวลานั่งรอรถก็เปิดคอร์ดมาท่อง ตลกดี

 

เสือว่าเพื่อนเสืออาจจะเกรงใจเสือที่ให้เสือมาเล่นงานนี้ แต่บอก

เลยว่า เสือไม่คิดว่าตัวเองได้ให้อะไรกับงานนี้เท่ากับสิ่งที่เสือได้

รับมา และเสือคิดว่าถ้าพูดออกไปให้พวกมันฟัง ต้องโดนหัวเราะ

หาว่าเป็นละครแน่ๆ 

 

เสือซ้อมตั้งแต่สี่ทุ่มยังเที่ยงคืนทุกวัน และกลับหอสภาพเป็นศพ

ทุกคืน ทุกวันพอซ้อมเสร็จก็เกาะพวกเพื่อนไบโอไปกินนมหลังมอ

เสือก็แปลกนะ ที่ตัวเองเป็นคนเข้ากับชาวบ้านเค้ายากแท้ๆกลับไม่

อึดอัดเท่าไรที่อยู่ในวงสนทนาที่พวกเค้าสนิทกันอยู่แล้ว 

 

เสือรู้สึกดีกับเพื่อนตรงที่เค้าพูดภาษาที่เสือเข้าใจโดยไม่ต้อง

แปล เช่นภาษาแล็บ ชื่อบัคเตเรีย Carcinogen เสือก็เข้าใจ

เพราะเคยเจอมาเหมือนกัน รู้สึกเหมือนพูดเรื่องเดียวกัน 

 

อีกอย่างคือเพื่อนทำให้เสือรู้สึกเหมือนกลับไปตอนมอต้น ที่

เสือเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มเพื่อนผู้ชายที่ชอบหาเรื่องไปทำ

อะไรส้นตีน กับตอนมอหกที่เป็นเจ้ามือท่ามกลางกลุ่มผู้ชาย 

 

บางคนอาจจะมองเสือไม่ดีก็ได้นะ ที่เสือชอบอยู่กับเพื่อนผู้

ชาย แต่เพราะเสือคิดว่าตัวเองก็เหมือนผู้ชายอีกคนหนึ่ง เสือ

เลยไม่ได้คิดอะไรกับเพื่อนเกินเลย

 

บางทีก็เจอเพื่อนของเพื่อนบางคนที่ดูเหมือนหลุดมาจาก

ตัวละครในนิยายของเสือ เสือเลยแอบเรียกชื่อเค้าในใจ

ด้วยชื่อตัวละคร 

 

วันงานจริงเสือก็ไปช่วยเค้าแบกของ จนเค้าเรียนรู้ว่าไม่ต้อง

ช่วยเสือแบกอะไร เพราะเสือแบกได้ทุกอย่าง ทำไม่ได้อย่าง

เดียวคือขี่มอไซค์ให้มันแข็ง (เวลาเพื่อนผู้ชายบอกให้เสือขี่รถ

เดี๋ยวเค้าแบกลำโพงให้ เสือจะเห้ยขี่ไปเหอะ เดี๋ยวกูแบกเอง) 

 

รู้สึกดี และสนุกมากๆกับงาน เสือว่าเรื่องราวแบบนี้เสืออยาก

เก็บไว้ในใจนานๆ ซึ่งรู้ดีว่าคนหลายคนอาจปล่อยผ่าน จนเสือ

กลายเป็นคนเดียวที่จดจำมันไว้ น่าเศร้าหน่อยๆนะ แต่เสือชินแล้ว

 

ถึงตอนนั้นมันจะเหนื่อยมาก แต่เสือก็อยากกลับไปซ้อมดึกดื่น 

ซ้อมเสร็จไปหาอะไรกินกัน แล้วก็กลับหอไปหลับเป็นตายเหมือน

ตอนเช้าไม่มีวันมาถึง 

 

วงจรความเหงาชัดๆ เสือยอมรับได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าเสือ

เหงามากๆ ที่ไม่ได้เจอเพื่อนพวกนี้แล้ว แต่เค้าจะอยากเจอเสือ

ไหมขออีกเรื่องนะ เพราะบางทีผู้ชายก็เข้าใจยากมากไป 

 

ตอนนี้เลยอยู่ในช่วงปรับตัวกลับสู่สภาพคนปกติ ที่ชอบอยู่คนเดียว

เหมือนเก่าก่อน 

 

เล่าเรื่องสนุกๆกันบ้าง 

ตอนนี้เสือกลายเป็นสายม่ออย่างเต็มตัว ซึ่งน่าใช้ตีนลงปากมาก

ปกติคำว่าม่อไม่ใช้กับผู้หญิงใช่ไหม แต่เสือคิดว่าเสือใช้ได้ว่ะ 

เพราะเดี๋ยวนี้เจอคนไหนเสือถูกใจ เสือจะชวนคุยแบบไม่บันยะ

บันยั้ง แต่เพื่อนจะบอกว่าเวลาเสือชวนคุย มันเหมือนไปชวนเค้า

ทะเลาะมากกว่าว่ะ 

 

งานที่สนุกงานหนึ่งที่จัดไปโดยคณะวิดวะ เสือก็ไม่พลาด

ปีก่อนพลาดรู้สึกเจ็บใจมาก ปีนี้เป็นปีของน้องรุ่น 58 จัด เสือ

เลยเข้าไปเป็นป้าในงาน เดินไปก็ชี้คนโน้นคนนี้ให้เพื่อนดูแบบ

โอยพ่อหนุ่มน่ารักจังครับ ป้าเลี้ยงหนมไหม 

 

ขอฝากความประทับใจ และความรู้สึกเป็นข้อๆแล้วกัน

1.บ้านผีสิง ผีน่ารักมาก เสือก็เออไหนๆบ้านมันก็มืดเนาะ 

กูพูดอะไรทุเรศออกไปคนก็ไม่รู้จักกูอยู่ดี หันไปเจอผียิ้มหวาน

โอยน่ารักสเปกพี่มากก็ น่ารักจังอ่าา สรุปคือผีเขินหลอกไม่ลง 

เคล็ดลับใหม่ชัดๆ 

2.การปั๊มข้อมือหน้างาน เปิดมิติใหม่ให้เสือ พ่อหนุ่มวิดวะที่คอย

ปั๊มข้อมือคนเข้างาน จับข้อมือทุกคนเพื่อปั๊ม เสือมองว่านี่แม่งเป็น

โอกาสดีที่จะได้แต๊ะอั๋ง ขอยืมมาใช่งานหน้าบ้างนะ 

3.จงเอาคนหล่อมาขายของไม่อร่อย เสือซื้อวุ้นหลอด 10 แท่ง

อร่อย 3 และอีก 7 ทำเสือท้องเสีย แต่คนขายหล่อมาก เสือผ่าน

4.เกมส์แต่ละซุ้มทำให้เสือรู้ว่าตัวเองเก่งแค่ไหน ปาเป้าได้ตุ๊กตา

(ก็ทึ่งว่าทำไมกูปาแตกเอาแตกเอาวะ) ปากระป๋องก็ตกเกือบหมด 

(ปกติจะปาโดนหัวคนเฝ้าซุ้ม) 

5.เจอน้องคนนึงที่พี่แอบปิ๊งมานานแต่ไม่ได้มีโอกาสเจอกันอีกเลย

เสือขอใช้คำเรียกน้องว่าน้องชะมดแล้วกันนะ 

 

สรุปคืองานดีงาม แต่รู้สึกเล็กๆว่าวิดวะเยอะกว่าคนที่มางาน 

คงเพราะใส่เสื้อวิดวะกันด้วยมั้ง ถือว่าได้ไปส่องอะไรดีๆงามๆ

กลับไปนอนฝันดี 

 

แต่จริงๆนะ เสือไม่ได้ชอบผู้ชายวิดวะหรอก เสือยังคงคอนเซปต์

ชอบผู้ชายวิดยาเหมือนเดิม 

 

ขอพูดถึงน้องชะมดหน่อย 

ถ้าน้องอ่านและดันรับรู้ว่าเป็นตัวเอง ขอความกรุณาอย่าคิดฆาตกรรม

พี่คนนี้เลยนะ คิดเสียว่าสงสารเถิด 

เสือรู้จักน้องเพราะเป็นเพื่อนของน้องชมรม มากินข้าวแล้วเจอพอดี

พี่เห็นน่ารักดีพี่เลยชวนคุย แต่อุบัติเหตุบางอย่างทำให้เราไม่ได้เจอ

กันหลังวันนั้นอีกเลย 

ข้ามเทอมไป เสือได้มาเจอน้องอีกทีงานวิดวะ ไม่รู้น้องจำพี่ได้ไหม

แต่พี่เบิกบานมาก และก็ไม่กล้าไปทักน้อง ได้แต่ทำท่าโง่ๆอยู่แถวนั้น

 

วันนึงไปกินนมกับเพื่อนวงหลังมอ เพื่อนยกมือโบกให้กับรุ่นน้องคนนึง

ที่เป็นไบโอเหมือนกัน และเมาท์กันว่า เห้ยแม่งมากับผู้ชายอีกคน เป็น

แฟนกันป่าววะ (รุ่นน้องไบโอก็ผู้ชายนะ) เสือหันไปพรึบ เชี่ยน้องชะมด

ของพี่ เสือเลยบอกเพื่อนไปว่า ป่าว นั่นแฟนเราเอง 

สักพักโต๊ะข้างๆเสือมันว่าง น้องเค้าเลยย้ายมานั่ง เท่านั้นแหล่ะพี่ก็ใส่

เต็มที่ ทำเป็นละเมอเพ้อพกว่า เอ้อออ คืนนี้ฝันดีแน่ๆ ทำไมคนเรางาน

ดีงานละเอียดได้แบบนี้นะ และสงสัยน้องคงจะไม่ตรงสเปกเพื่อนเสือเท่า

ไร เลยเจอคำถามว่า เสือชอบแบบนี้นะเหรอ,หน้าหยั่งกะชะมด (ขอยืม

สมญานามมา ณ ที่นี้) 

น้องเค้าคงจะอดรนทนพี่ที่ปากหมาเห่าหอนอยู่ได้ไม่ไหวแล้ว เลยลุกขึ้น

จะกลับ เท่านั้นแหล่ะ เพื่อนเรียกน้องๆ ไปส่งเสือหน่อย มันไม่มีรถกลับ

 

....

 

เสือรู้แล้วว่าสายปากหมาเสือมาตายตรงไหน ตรงที่ต้องเผชิญหน้า

กับเค้าจริงๆนี่ล่ะ น้องเค้าก็ทำหน้าเหมือนอะไรของมึงและเดินจากไป

ทิ้งให้เสือหน้าคว่ำชามนม น้ำตาตกใน 

 

ชีวิตมันเศร้า 

 

หลังจากนั้นไม่นาน เสือก็ไปกินข้าวที่โรงอาหารรวม เจอน้องเค้าอีกครั้ง

เสือก็ไม่ทราบว่าตัวเองกล้าสบตาเค้าได้อย่างไร ในเมื่อไปแซวน้องเค้า

ได้อย่างเหี้ยและจัญไรได้ขนาดนั้น แต่พี่ก็หวังเสมอว่าจะได้เจอน้องอีก

ครั้งในวันหน้า แม้น้องจะไม่อยากเจอพี่เลยก็ตาม 

 

แล้วแต่บุญวาสนาพาไป 

 

พอเล่าถึงน้องชะมดแล้วเสือรู้สึกเบิกบานจัง ถึงเสือจะไม่ได้ชอบ

เค้าจริงจังก็เถอะ แต่ถ้าอยากจริงจังกับพี่ก็เข้ามานะ พี่โอเค

 

แต่ตอนนี้เสือคงต้องขอพลังเพื่อต่อสู้กับความเหงาต่อไปหน่อย

เพราะเสือยังโหวงเหวงไม่หาย กับการกลับมาบ้าน ที่อบอุ่นแต่

มีบางอย่างให้เสือขุ่นเคืองใจไม่เบา 

 

เสือจะโอเค ช่วงนี้มันอาจจะแค่เป็นช่วงเวลาอารมณ์เสือมันดิ่งลง

เสือคิดว่าทุกอย่างมันจะผ่านไปด้วยดี สักวันเสือคงจะตัดให้วงจร

ความเหงาเสือมันขาดลงได้ มันจะได้มีปลายทางหยุด ไม่เชื่อมต่อ

และวกวนไปวนมาแบบนี้ 

 

พรุ่งนี้เสือจะไปโรงเรียน เสือว่าเสือควรจะกลับไปเสพความทรงจำ

ดีๆบางอย่าง เพราะเสือได้ยินตัวเองเรียกร้องอยู่ 

 

และมีแพลนอีกมากมายที่จะไปเที่ยว แม้จะต้องสู้กับสภาพอากาศ

ร้อนหัวไหม้ของกรุงเทพ ณ ขณะนี้ 

 

ไปก่อนแล้วกันนะ 

 

ปล.เสือตัดสินใจครั้งใหญ้ทักคนที่เสือสนใจไปคนหนึง (ไม่ใช่น้องชะมด

นะ) แต่เสือยังไม่อยากลงรายละเอียดเพราะดูท่าจะแห้วแน่แท้ 

ปล2 คนเราต้องกล้าทำอะไรบางอย่างบ้างเนาะ ถึงจะรู้อนาคตอยู่แล้ว 

ปล3 สุขสันต์วันสงกรานต์ล่วงหน้า

ตอนจบของพระเอก

posted on 17 Mar 2016 21:22 by seaukun in Dairy

Goth babe - Surf curse

เสือชอบเพลงนี้ ตอนนี้เสือติดวงนี้ค่อนข้างหนักหน่วงเพราะว่า

ตอนนี้ชอบเพลงแนวนี้พอดี เสือเลือกเพลงนี้มาเพราะว่าเสือชอบ

เนื้อเพลง วงนี้ต้องได้อิทธิพลมาจาก the cure วงโปรดเสือแน่นอน

 

I want a goth babe in my life

I want someone I can bite

I want to listen to the cure

I want to tell you that I'm yours

 

 

เสือเพิ่งสอบเสร็จเมื่อวาน บล็อกนี้เสือเรียนระบบหายใจ 

ก็เรียนเกี่ยวกับปอด จมูก อะไรว่ากันไป และบล็อกนี้เสือว่าเป็น

บล็อกที่สาหัสสุดสำหรับเสือ แม่งหนักกว่าบล็อกฮีมาโต (เลือด) 

ที่เสือเรียนไปเดือนตุลา (ที่หนักเพราะสองวันก่อนสอบเสือต้องไป

ช่วยเค้าสร้างซุ้มจัดคอนเสิร์ตทั้งวัน และกลับมาสลบเป็นตาย) 

 

ที่หนักไม่ใช่เพราะเรียนหนัก ส่วนใหญ่เนื้อหามันพอๆกันหมด แต่ที่หนัก

คืองาน เสือเคยบ่นเปรยๆไปในครั้งก่อนว่าเสือทำเอกสาร และเป็นงาน

ที่ส้นตีนมาก เนื่องจากนิสัยเสือไม่ชอบทำงานกับใคร และเอกสารเป็น

งานที่ต้องติดต่อกับคนมากที่สุดงานนึง 

 

นั่นล่ะ ติดต่อกับระบบราชการ

 

ถ้าที่เค้าทำงานกับนักศึกษาเป็นหลักอยู่แล้ว เช่นดูแลชมรม หอพัก

เค้าจะใจดีกับเรามาก และเสือจะสบายใจในการติดต่อ แต่กับที่ไม่ได้

ทำงานกับนศบ่อยๆ เสือเจอดีบ้าง บ้างก็ทำท่ารำคาญจนเสืออยาก

ถามคำเดิมว่านี่มันงานมึงไม่ใช่เหรอวะ 

 

เสือทำหลักฐานการใช้เงินเพื่อขอเบิกเงินงบไป 2

แบบทดรองจ่าย (ของบมาใช้ก่อน) 1 

ขอสถานที่ไป 2 

ขอหอเลื่อนปิดหลังเวลาปกติ 1

ขออนุมัติทำโครงการ 1 

 

เหนื่อยไหม มันเหนื่อยตรงเสือไม่มีรถเนี่ยล่ะ เลยต้องไป

ยืนยันกับแม่คำเดิมว่าขอมอไซค์ 

สองคือ แต่ละที่จะมีหลักการจัดการในรูปแบบของตัวเอง และ

ไม่เคยประสานงานกันแม้ว่าโทรศัพท์และเบอร์ติดต่อภายในของ

ตัวเองจะอยู่กันเพียงปลายเอื้อม 

 

โอเค ที่เสือทำไมมันงานอะไร ชมรมเสือเป็นชมรมดนตรีสากลเนาะ

ก็เป็นงานคอนเสิร์ต ที่เสือจัดไปเมื่อวานนี้เอง และกระแสตอบรับ

ดีใช้ได้ แต่ว่าปัญหามันก็มีจนเสือไข้ขึ้นหน่อยๆ แต่สิ่งดีๆเสือก็ได้มา

เหมือนกัน และเสือว่ามันเป็นสิ่งที่คุ้มค่ามากกับที่เสือลงแรงไป

 

เสือมีนิสัยที่แย่มากๆ ซึ่งพ้องกับนิสัยชอบทำงานคนเดียวของเสือ

(นิสัยเป็นกันทั้งบ้านเสือ ตั้งแต่ แม่ เสือ น้อง) คือเสือไม่ไว้ใจใครใน

การทำงานใดๆ หากว่าเสือไม่เคยเห็นว่าเค้าทำได้จริงๆ เสือเลยต้อง

ทำงานทุกอย่างเองและจะสบายใจกว่า การที่ฝากให้ใครทำ 

 

เสือเลยมีคำพูดนึงที่กระตุ้นตัวเองเวลาทำงานว่า

กู ทำ ไ ด้ ทุ ก อ ย่ า ง

เมื่อวานหลังสอบเสร็จตอนเที่ยง (งานเริ่ม 17.30 แต่ต้องมาเซ็ต

ของกัน) เสือก็บึ่งมาทันที (เออเสือถามหน่อยการที่มีคนถามว่ามาไง

แล้วเสือบอกว่าเหาะมา มันเป็นการกวนตีนคนขนาดไหนกันวะ) 

 

และทำแม่งทุกอย่างที่เสือคิดว่าตัวเองทำได้ 

1.สั่งน้ำแข็ง - เรื่องสั่งของเสือถนัด (แปลกดี เมื่อก่อนเสือไม่ถนัดกับ

การคุยกับคนแปลกหน้า ยิ่งโทรศัพท์ด้วยแล้ว) 

2.ทำแบ็คดรอป ฉากให้คนมาถ่ายรูป - ศิลปะในหัวใจยิ่งต่ำๆ ละเลงสี

ไปได้อย่างเหี้ยมาก แต่ออกมาสวย มีคนมาถ่ายรูปด้วย

3.ตอกเสาลงบนพื้นที่แห้งแล้งและดินแข็งสัส - เหมือนไปทำดินปลิว

ใส่ตาชาวบ้านมากกว่า เลยเปลี่ยนไปตัดลวดมามัดเสาแทน

4.ขนน้ำ - งานที่หนักที่สุด น้ำอัดลมขวดแก้วใส่ลัง 1 โหลแม่งหนัก

กว่าแอมป์ และลำโพงใดๆที่เสือเคยแบก 

5.ขายน้ำ - สนุกดี ได้ส่องคนด้วย ดีงาม อันนี้ต้องด่าปธ ชมรมที่เสือ

ให้ไปซื้อแก้วเล็กๆมา จะได้ขาย 10 บาทเอากำไร ดันซื้อแก้วใหญ่มา

และขาย 10 บาท(งานคือเงินของเสือ T_T) แต่คนก็ชมว่าร้านนี้แก้ว

ใหญ่ดี

6.ขายไอติมหลอด - นอกจากเทน้ำอัดลมใส่หลอดไม่ตรงแล้วราดมือ

ตัวเองจนเหนียวแล้ว เสือก็ไม่เห็นว่าเสือจะสามารถขายสิ่งนี้ได้ตรงไหน

7.เอาแบ็คดรอปสังกะสีตั้ง - เสือรอดจากการถูกมันบาดได้ไงวะ 

8.ดูคอนเสิร์ต มีศิลปินดีๆ ข้างนอกมามากมาย เสือว่ามันดีมากๆเลย

ถึงเสือจะไม่ค่อยได้ฟังแบบจริงจังเท่าไร เอาแต่วิ่งไปวิ่งมา 

9.เฟสเก็บของ - เก็บขยะ เก็บโต๊ะ ปีนไปเก็บฉากสูงๆ แล้วก็โอด

ครวญว่ากลัวความสูง 

 

ช่วงนี้เป็นช่วงเลือกตั้งพรรคนักศึกษาของมหาลัย และกับการที่

ต้องให้สโมเซ็นงานเกือบทุกอย่าง ทำให้เสือจงเกลียดจงชังสโม

มากจนจะไม่ยอมโหวตให้พรรคนี้ได้เป็นสโมปีต่อไปเด็ดขาด 

 

ในมอเสือ มี 2 พรรคที่แข่งกันทุกปี เสือเรียกว่า A กับ B แล้ว

กันนะ A คือพรรคทีชนะปีก่อนและได้เป็นสโมสรนศอยู่ตอนนี้

 

ครั้งนึงพรรค B มาขอยืมเครื่องเสียงชมรมเสือ ปธบอกว่าไม่ต้อง

เก็บค่ายืมเพราะว่า "คนเราต้องมีเส้นสายกันบ้าง" 

เสือได้แต่ชื่นชมว่า อ่า มีวิสัยทัศน์จริงๆ 

 

คอนเสิร์ตเสือ ก่อนหน้าที่จะเริ่มวันจริงได้ 2 - 3 วัน เสือได้

รับแจ้งว่าต้องหาโต๊ะมาให้พ่อค้าแม่ค้าขายของ เสือเลยทัก

พี่ที่อยู่พรรค B ไปว่างานครั้งก่อนเอาโต๊ะมาจากไหน จะติดต่อไป

พี่เค้าก็บอกว่า เอากี่ตัว เอาเต็นท์ไหม เดี๋ยวพี่ติดต่อให้ เสือนี่โฮ

ไอ้ปธ วิสัยทัศน์กว้างทะลวงถึงอนาคตจริงๆ เค้าตอบแทนเราแล้ว

 

ปรากฎว่าวันจริงเราก็ใช้โต๊ะของเขาแหล่ะ แต่เค้าก็ใช้งานของเรา

เป็นที่โปรโมตพรรคอีกทาง แต่เสือโอเคนะ รู้สึกว่าทุกอย่าง

มันมีเหตุของผล และครั้งนี้ดูมันจะเป็นความจริงอีกแบบ

 

และเสือเลือกพรรคเค้า เพื่ออนาคตของชมรมเสือ 

(เห้ยเมื่อกี้มีรายงานข่าวสด ว่าพรรค B ได้ล่ะ กรี๊ดดด)

 

สิ่งที่เสือได้มาที่บอกว่ามันคุ้มกับการพยายามเป็นคนที่ ทำได้ทุกอย่าง

ของเสือคือ มิตรภาพ

ปกติงานที่เสือรูัว่าแม่งจะหนักทั้งใช้แรงใจและแรงกายสุดๆ เสือจะต้อง

มีฟอร์ซมากที่สุด เพราะถ้าเราเป็นคนนำงาน แล้วมาเหนื่อยให้น้องๆเห็น

ใครจะอยากทำต่อวะ เสือเลยจะมีฟอร์ซที่สะสมมาจากการนอนสะเปะ

สะปะของเสือ และพ่นมันออกมาเต็มที่

 

อีกอย่างที่เสือต้องพยายามทำทุกอย่างเพราะเสือไม่ชอบมากๆกับ

การที่ใช้ตำแหน่งสั่งให้คนอื่นลงแรง แต่ตัวเองไม่ทำอะไร เสือเลย

มีปณิธานว่าจะไม่เป็นในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ

 

 

ถือว่าเสือไม่เสียอะไรจากการลงแรงในงานนี้อย่างเต็มที่ไปเลย

แต่คิดว่าอาจจะมีปัญหากับอาจารย์ เพราะเสือคาดว่าคนที่ไม่

ฝนรหัสในกระดาษข้อสอบจนอาจจะได้ 0 คือเสือ เพราะใจเสือ

ลอยไปอยู่กับชมรมหมดตอนทำข้อสอบ

 

ต้องไปเคลียร์กับอาจารย์อีก แต่เสือเป็นพวกโดนด่าจนชิน

 

ล่าสุดมีคนถามเสือให้เป็นปธชมรมคนต่อไป ซึ่งเป็นตำแหน่งที่

เสืออยากเป็นมากเมื่อปีก่อน แต่จากการทำงานหลายๆอย่าง

เสือคิดว่าตัวเองเป็นปธที่ใช้ไม่ได้แน่ๆ เพราะเสือแบ่งงานไม่เป็น

และยังคงมีนิสัยไม่ไว้ใจใครในการทำงาน เสือเล็งน้องที่เหมาะสม

ไว้ได้ แต่ถ้าสุดท้ายแล้วเสือต้องรับตำแหน่งมา เสือจะเปลี่ยนตัวเอง

ให้ดีขึ้น และเต็มที่แน่นอน

 

เสือไม่ค่อยอยู่กับความจริง เสือชอบนั่งคิดกับตัวเองว่า วันหนึ่งอาจ

จะมีสถานการณ์แปลกๆมาให้เสือเผชิญ (ซึ่งล้วนแล้วไม่น่าเกิดขึ้น) 

แล้วเสือจะโต้ตอบกับสิ่งเหล่านั้นยังไง เสือมักจะวาดตัวเองในอุดมคติ

ขึ้นมา และพยายามจะทำให้ตัวเองเป็นคนแบบที่ตัวเองวาดให้ได้

ประเภทที่ว่าเป็นพระเอกที่เสียสติ 

 

และเสือก็ได้เรียนรู้ว่า การทำตัวเป็นพระเอก ตอนจบมันก็ดูจะสวย

เหมือนในหนังนะ อาจจะเป็นฟีลแบบการต่อสู้ มิตรภาพ และชัยชนะ

หน่อยๆก็ได้

 

เออเดือนก่อนเสือไปดู Bakuman มา ซึ่งรู้ทีหลังว่าเนื้อเรื่องในหนัง

ไม่เหมือนในการ์ตูน (เสือไม่เคยอ่านการ์ตูน) แต่เสือชอบตอนจบแบบ

ในหนังมากกว่านะ เพราะมันดูจริงดี และโคตรชอบคาแรคเตอร์ของนัก

เขียนตัวนากเลย ที่วันๆเอาแต่จมหน้าตัวเองหลับนอนกับกระดานวาดรูป

ต้องให้ผจก มาพร่ำงานคือเงินให้กระตุ้นใจ (นี่มันกูชัดๆ) 

 

อีกอันที่ฮามากคือ นักเขียนที่ดูคล้ายๆแยงกี้ ให้คนอื่นเตะตัวเองแล้ว

ถ่ายรูปไว้ จะได้เอาฉากเตะนั้นมาวาดให้สมจริง ลงทุนสัสๆ 

 

และเสือก็ได้ไปเทศกาลหนังญี่ปุ่นที่จัดโดย Japan foundation มาด้วย

ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เสือได้ดูงานที่จัดที่เชียงใหม่ หลังจากเคยเข้าร่วมงานที่

จัดที่กทม มาแล้ว 

ที่เชียงใหม่ กับกทม ต่างกันตรงที่ กทมเก้าอี้เต็ม ต้องรีบซื้อตั๋วล่วงหน้า

แต่เชียงใหม่ เสือเป็นคนส่วนหลืบที่ซื้อตั๋วล่วงหน้า 

มีคนมาพูดภาษาญี่ปุ่นกับเสือด้วย แปลว่างานนี้คนญี่ปุ่นคงมาดูเยอะพอควร

 

เสือดูเรื่อง Poison berry in my brain (ยูกิหล่อมากๆ) 

Love & Peace (หนังเรื่องที่ 3 ของผู้กำกับ Shion Sono ที่เสือดู)

My pretend girlfriend (เคยดูแล้วและดูอีกรอบเพราะชอบมาก)

Beyond the memories (ไม่ค่อยถูกใจเสือเท่าไร แต่ใจความสำคัญดี)

 

เสืออยากพูดถึง Beyond the memories ถึงว่าหนังจะไม่ค่อยถูกแนว

เสือเท่าไร เพราะดูเป็นหนังรักทั่วไป และขยี้บางจุดยังไม่ดีพอ 

ขอบคุณรูปจากหนังค่ะ

 

เรื่องย่อประมาณว่า นางเอกเคยมีเพื่อนชายที่สนิทกันตั้งแต่เด็กๆ

และชอบกัน แต่ก่อนที่จะได้สารภาพรัก ก็ต้องจากกันเสียก่อน 

หลายปีผ่านไป นางเอกได้เจอกับคนใหม่ แต่เรื่องราวในอดีตยัง

ทำให้รู้สึกว่า เราจะออกไปจากความรู้สึกเก่าๆได้ไหม

 

สปอย 

เสือชอบมากๆ ที่ตอนที่ ฮารุตะ (เพื่อนชายนางเอก) ตายไป

แล้วมันก็เป็นบาดแผลในใจจนนางเอกไม่อยากเริ่มต้นใหม่กับใคร

แต่พอหลายปีผ่านไป ทุกคนที่เคยอยู่ในเหตุการณ์ฮารุตะ ทั้งเพื่อน

ที่เคยชอบฮารุตะ ครอบครัวฮารุตะ เค้าก็เริ่มใหม่กันหมดแล้ว มีชีวิต

ใหม่ มีแฟนใหม่ สร้างครอบครัวใหม่

ไม่ได้จมปลักกับฮารุตะจนตัวเองไปไหนไม่ได้เหมือนนางเอก

 

นางเอกก็เกิดคำถามว่า ทำไมมีฉันคนเดียวที่ไม่ไปไหนเสียที

คำตอบบอกว่า ก็เพราะกลัวว่าถ้าไม่รู้สึกแล้ว มันจะเป็นความผิด  

 

ตอนนี้เสือเริ่มจะถอนรากถอนโคนนิสัยชอบคนง่ายของเสือไปได้

หน่อยนึงแล้ว เพราะเสือเริ่มดูออกแล้วว่าคนที่แม้จะดีแค่ไหน แต่

ถ้าเข้ากับเราไม่ได้ ก็ไปกันไม่ได้ ตอนนี้เสือก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่า

เสือจะเข้ากับคนแบบไหนได้ เพราะตอนนี้ที่แอบรู้สึกดีกับคนๆนึง 

แต่เค้าแม่งดีจนเสือเลว และไม่สามารถพูดภาษาเดียวกับเค้าได้ 

เสือเลยเพลาๆความรู้สึกลงไปอย่างรวดเร็ว 

 

แต่เสือก็ไม่ได้อะไรกับการหาใครสักคนที่เข้ากับตัวเองได้หรอก

เพราะเสือก็โอเคกับการนอนอย่างหนักหน่วงของเสือ

 

ความจริงมีเรื่องในหัวก่อนหน้าที่จะมาอัพเยอะมาก แต่ตอนนี้เวลา

จำกัด เสือต้องเร่งแกะเพลงไปเล่นงานนึง และมีอีกหลายอย่างต้องทำ

เสือคงต้องไปล่ะ จะบากหน้าไปเช่ามอไซค์ หลังทำรถเค้าพังไปคราวก่อน 

 

ป่วยเป็นโรคบ้าน

posted on 12 Feb 2016 22:16 by seaukun in Dairy

Shadow - Wild nothing เสือเพิ่งค้นพบวงนี้ตอนเห็นรุ่นน้องแชร์มา

รุ่นน้องคนนี้เป็นคนที่ชอบอะไรคล้ายๆเสือเช่น แนวหนัง แนวเพลง แค่

เห็นเค้าแชร์มาไม่ทันกดฟังเสือก็รู้แล้วว่าเสือต้องชอบ 

 

เสือชอบคำร้องที่ใช้คำง่ายๆ แต่คนไม่ค่อยใช้กันอย่างเพลงนี้

I'd go with you if you asked me to

But we wouldn't get too far

Two strangers in the dark

 

มกราที่ผ่านมาเสือเพิ่งเรียนเรื่อง ระบบหัวใจและหลอดเลือดไป 

คือเรียนเกี่ยวกับหัวใจ การทำงาน โรค ระบบไหลเวียนโลหิต 

เสือคิดว่าเสือชอบทีเดียวเลยนะ แม้ว่าจะทำสอบไม่ค่อยได้เท่าไร

 

แต่จะว่าไป บล็อกนี้เป็นบล็อกที่เสือเกิดอาการโฮมซิกมากที่สุด

แม้จะเพิ่งกลับบ้านไปตอนปีใหม่มาเอง คงเป็นเพราะเสือรู้สึกหนัก

หนาสาหัสกับงานที่เสือต้องทำมากมาย และคนมากมายที่เสือต้องไปเจอ

 

ถือว่าเป็นการบ่นยาวๆเลยแล้วกัน คือเสือเคยได้ยินอยู่ว่าระบบราชการมัน

ค่อนข้างแย่ การจัดการไม่ดีอะไรงี้ แต่เสือก็ไม่เคยได้ไปประสบพบเจอจริงจัง

จนกระทั่งเสือต้องจัดทำโครงการนำเสนอเพื่อชมรมของเสือ และค้นพบว่า

ความยุ่งยากมันมีมากมาย

 

ยกตัวอย่างเช่น โทรศัพท์ไปหน่วยงานของมหาลัย สอบถามเกี่ยวกับ

เรื่องต่างๆ พนักงานก็ตอบแบบอารมณ์ไม่ดีคล้ายกับว่าเสือไปกวนเขา

คือถามกลับว่านี่งานของคุณมึงไม่ใช่เหรอวะ 

 

และสมัยนี้การรับโทรศัพท์ของหน่วยงานมันสามารถรับสายแล้วเริ่มสั้นๆ

ด้วยคำว่า "ครับ" "ฮัลโหล" แบบนี้ได้ด้วยเหรอ ปกติมันไม่ใช่ต้องสวัสดี

แล้วแจ้งชื่อปลายทางเหรอ เสือต้องถามไปว่า ที่นั่นใช่ .... ใช่ไหมคะ 

หรือเสือประสาทไปเอง ปกติเวลาเสือโทรไปตามหน่วยงาน เสือก็จะบอกว่า

ตัวเองเป็นใครมาจากที่ไหนก่อน แล้วค่อยเริ่มคำถามนะ 

 

อีกเรื่องคือการล่าลายเซ็นของฝ่ายต่างๆ ที่ไม่มีความเป็นระบบ เสือต้องการ

3 ลายเซ็น แต่แม่งต้องวิ่งคุยกับคนเป็นสิบๆคน ตอนแรกไปถามหน่วยงานนึง

เค้าบอกต้องไปหาหน่วยงานนี้ก่อน พอไปหาไอ้หน่วยงานนี้ เค้าก็บอกว่าต้อง

ไปหาหน่วยงานโน้นก่อน อย่างกับเกมส์ตามล่าหาสมบัติ 

 

เสืออาจจะค่อนข้างปวดหัวและหงุดหงิดเพราะงานมันเข้ามาตอนเสือจะสอบ

พอดี เสือเลยได้นอนน้อยลง และการนอนสำคัญกับเสือมากๆ

 

แต่มันก็ดีที่ได้ทำงาน เพราะเสือคิดว่าการทำงานทำให้เสือกล้าที่จะถาม จะพูด

กับคนอื่นมากขึ้น เพราะปกติเสือเป็นคนไม่ค่อยชอบถามอะไรใคร เช่นเข้าห้างไป

แล้วหาของไม่เจอ เสือก็จะไม่ถามพนักงาน จะเดินหาจนหมดแรงก่อน

แต่ตอนนี้คือ ถ้าโผล่เข้าไปในห้องที่คนอยู่เต็ม แล้วเสือรอให้เค้ามาถามว่าต้องการ

อะไรก่อนจะพูด เสือคงไม่ได้คำตอบแน่ๆ 

 

แต่มันก็ทำให้เสือค่อนข้างเย็นชาขึ้นเหมือนกัน เสือรู้สึกถึงการปรับโหมดของ

ตัวเอง เวลาพูดเรื่องงานเสือจะดูเหมือนไม่ค่อยใช้ความประนีประนอมเท่าไร

เสือจะเล็งไปที่เป้าหมาย พูดตรงๆ จนดูเป็นหุ่นยนต์ จากปกติที่เสือจะค่อน

ข้างแคร์ความรู้สึก จนทำตัวนุ่มนวลมากกว่านี้ 

 

แต่เสือคิดว่าตัวเองก็มีความรับผิดชอบพอสมควรนะ เสืออยากหัดความเป็น

ผู้นำมากๆ เพราะเสือยังคงต้องใช้ความเป็นผู้นำนี้ในอนาคต แม้จะไม่อยาก

ก็ตาม

 

มาถึงเรื่องความรู้สึก เสือชอบเอาเรื่องต่างๆไปปรึกษาแม่ เพราะแม้ว่าคำแนะนำ

ของแม่เสืออาจจะทำไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ปรับมุมมองเสือ เพราะคนที่เสือจะ

ตั้งใจฟังมันน้อยจริงๆ 

(เสือคิดถึงตอนเรียนขับรถแล้วอาจารย์สอน พอเห็นเสือทำหน้ามึนๆ เค้าก็ถามว่า

เข้าใจไหม เสือก็ไม่อยากจะบอกว่า ขอโทษนะคือไม่ได้ฟังเลย) (คนละประเด็น

แล้วมั้ง) 

 

เสือว่าหลายคนคงเคยประสบเหตุแบบคนสนิทชอบใครสักคนแล้วพูดถึงคนนั้นแบบ

เป็นบ้าเป็นหลัง จนบทสนทนาไม่มีเรื่องอื่นเลย ไม่รู้ว่าคนอื่นคิดว่าไง แต่ช่วง

นี้เป็นช่วงที่เสือคิดว่าเรื่องความรักเป็นเรืองที่มีสาระต่ำกว่าการหาอะไรกิน

และการนอน ของเสือมากๆ เสือเลยออกจะหงุดหงิดกับการฟังเรื่องที่เสือ

มองว่าสาระน้อย 

 

เสือคิดว่าคนเราควรจะพูดตรงๆถ้าไม่พอใจอะไร เสือคิดว่าคนเราควรจะคิดได้

ว่าทำแบบนี้มันทำให้คนอื่นเหนื่อยใจ คงเพราะเสือยึดตัวเองเป็นศุนย์กลาง

ว่าคนอื่นคงคิดเหมือนตัวเอง เสือคิดว่าการทำให้คนอื่นสบายใจแล้วตัวเองมา

อึดอัดมันเป็นพระเอกเกินไป เสือว่าเสือไม่อยากทำเท่าไร 

เสือเลยเล่าให้แม่ฟัง แม่เสือบอกว่าการรับฟังมันไม่ได้ทำให้เสือเสียหาย 

อนาคตเสือต้องใช้ทักษะการรับฟังกับคนที่ไม่รู้จะเล่าเรื่องของตัวเองกับใคร

มากมาย เสือควรจะอดทน 

 

ฟังตอนแรกเสือก็เถียงแม่นะ ว่าทำไมต้องทน แต่ไปๆมาๆ เสือก็ลองทำตาม

แม่บอก และเสือคิดว่ามันโล่งใจกว่าเยอะ เสือเลยกลับไปเป็นคนเก่า คนที่เคย

คิดว่า การที่คนเราเค้าอุตส่าห์มาเล่าให้เสือฟัง เสือควรจะรับความไว้วางใจนั้น

ด้วยความเต็มใจ เสือควรจะกลับไปเป็นพระเอกอย่างที่เสืออยากเป็น

 

เสือว่ามันดีที่เสือจะเป็นพระเอก ถึงจะแค่ในเรื่องของเสือก็ตาม ที่คอย

ปกป้องคนอื่น เป็นที่พึงพาให้คนอื่น น่าวางใจพอที่จะรับฟังคำแนะนำ

ของเสือบ้าง เสือว่ามันสบายใจที่ทำอะไรได้บ้าง 

 

เสือเคยผ่านช่วงที่เสืออยากจะโดดเด่น แต่เพราะความสามารถเสือไม่เอื้อ

อำนวยมากพอ และเสือก็ไม่เคยอยู่ในพื้นที่ๆเสือจะเป็นใครสักคนที่สำคัญมากๆ

วันนึงเสือก็คิดว่าการเป็นพวกไร้ฐานันดรมันเป็นเสือที่สุดแล้ว เพราะความไร้ฐานันดร

ของเสือ ก็มีเสือที่รู้ดีว่าเสือควรจะภูมิใจกับตัวเองมากแค่ไหน 

 

คงเพราะกลับบ้าน เสือเลยเข้าสู่โหมดความสุขของตัวเองอีกครั้ง 

 

เสือมีอะไรจะเล่าให้ฟัง  

เสือมีเพื่อนคนนึงที่เสือคิดถึงมาก มันเป็นความคิดถึงแบบคิดถึงเรื่อยๆ

คงเป็นเพราะเสือไม่เคยคุยกับใครยาวๆ สำหรับเพื่อนที่รู้จักในอินเตอร์เน็ต

เอาจริงๆปกติเสือก็สนิทกับคนยากอยู่แล้ว ยิ่งเป็นอะไรที่ไม่เห็นหน้า

เสือยิ่งค่อนข้างปิดตัวเอง แต่สำหรับเพื่อนคนนี้ คงจะมีบางอย่างที่เข้า

กันได้ ทำให้เสือคุยกับเค้าบ่อย ถึงจะไม่นานมากแต่เสือก็ยังคิดถึงเค้า

 

เค้าเป็นคนเวียดนาม เสือรู้จักในเหมียวแชทที่ดังระเบิดตอนเสืออยู่มอหก

ตอนแรกๆที่เล่นไปเจอบ้าเจอบออะไรไม่รู้จนเสือเลิกเล่นแม่ง วันนึงก็

เบื่อๆเลยกลับไปเล่นแบบสุ่มคนแชท เสือออกจะประหลาดใจและ

ประทับใจกับตั้งแต่แรกพบ

เพราะข้อแรก เสือตั้งรูปโปรไฟล์เป็นรูป ผู้หญิงที่โดนพลังแห่งก้นหอย

มรณะสูบฉีดชีวิตออกไป จนตายเป็นซากข้างทาง เนื่องจากพยายามทำผม

เป็นก้นหอยแข่งกับนางเอกจากเรื่องก้นหอยมรณะ ของ อ.จุนจิ อิโต

จากคำอธิบายสรุปได้ว่าเป็นรูปที่น่าถอยห่างอย่างยิ่ง

ข้อสอง เค้าทักเสือด้วยคำถามเกี่ยวกับสเตตัสเสือที่บอกว่า

It’s the end of the world. We can’t fly but we can blow.

(ตอนนั้นเสือเพิ่งอินกับหนัง Picnic ของ อ. ชุนจิ อิวาอิ ใหม่ๆ) ตามปกติคน

มักจะถาม Age? Male or female? อะไรประมาณนี้ เสือเลยประทับใจเค้า

มากๆ เราคุยกันหลายเรื่องมาก แต่เรื่องที่เสือยังประทับใจอยู่ทุกวันนี้ คือมุมมอง

ของเขาที่มีต่อประเทศไทย มันไม่ใช่คำชมหรืออะไร แต่มันเป็นการเปิดโลก

ให้เสือได้เข้าใจว่ามีหลายอย่างที่เสือไม่เคยรู้มาก่อน เสือบอกเค้าว่า เวียดนาม

เป็นชาติที่ขยันมากๆ ไม่ค่อยเหมือนไทยที่ดูจะภูมิใจกับการไม่เคยเป็นเมืองขึ้น

ของใครมากเกินไป เค้าบอกเสือว่าเค้า (หรืออาจจะเพื่อนในเวียดนามด้วย)

บอกว่ามันเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมจะตายที่ไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใคร คุณน่ะก้าวหน้า

ไปหลายอย่างมาก แต่คุณไม่รู้ตัว

 

วันนึงเค้าส่งรูปมาให้เสือดู บอกว่าตัวเองไปปาร์ตี้มา และก็บอกว่าตัวเค้าเองคือ

ใครในรูป เสือเลยส่งรูปเสือไปบ้าง แต่เป็นรูปกลุ่มเพื่อน ถามเค้าว่ารู้ไหมว่าเสือคือ

คนไหน เค้าบอกว่าเค้ารู้และก็รู้จริงๆ เสือเลยถามว่าเห้ยได้ไงวะ

ต่อจากนี้เสือขอยกบทสนทนาแบบแปลไทยมาไว้เลยแล้วกัน

 

เค้า – อยากฟังแบบสั้นหรือแบบยาวอ่ะ

เสือ - ยาวๆ อยากฟังๆ

เค้า - เราเพิ่งดูหนังเรื่อง You are the apple of my eye (เสือชอบหนังเรื่องนี้มาก พอคุยกันเรื่องหนัง เลยแนะนำให้เค้าไปดู) เพื่อนสนิทเราเลยถามว่ารู้จักเรื่องนี้ได้ไง เราก็บอกไปว่าเพื่อนจากไทยแนะนำมา พอดีว่ารู้จักกันในเหมียวแชท

เสือ – อ่า

เค้า - เพื่อนเราเลยเอามือถือเราไปส่อง เพราะว่าการคุยกับคนแปลกหน้ามันอันตราย และเค้าก็เจออย่างนึง ให้ทายสิว่าอะไร

เสือ – เฟซบุ๊คเราใช่ป่ะ เพราะชื่อเหมียวแชทกับเฟซบุ๊คเราเหมือนกัน

เค้า - ใช่แล้ว แต่ที่เจอก็เจอแต่รูปกลุ่มเพื่อนของเธออ่ะ (เป็นรูปเดียวกับที่เสือเพิ่งส่งไปให้) แต่เค้าก็โอเค เพราะเค้ารู้ว่าเธอเป็นผู้หญิง (เสือบอกว่าเป็นผู้หญิงตั้งแต่แชทกันแรกๆแล้ว)

เสือ - อ่า เข้าใจล่ะ

เค้า – เราก็บอกเพื่อนนะว่าไม่สุภาพที่จะทำแบบนั้น แต่เราก็อยากรู้อ่ะ เราเลยไม่ห้ามเพื่อน และเธอรู้ไหมว่าอะไรที่ฮา

เสือ - อะไรอ้ะ

เค้า – ตอนแรกเราคิดว่าเธอเป็นผู้ชายอ่ะ

เสือ - เห้ยเราเข้าใจ หลายคนก็คิดแบบนั้น เมื่อกี้รุ่นพี่เราก็เพิ่งถามว่าเราชอบผู้หญิงหรือผู้ชาย

เค้า - เราคิดว่าเธอเป็นผู้ชาย เพราะเธอเปิดใจกับเรามาก เธอฟังทุกอย่างที่เราเล่า และเธอก็ยินดีที่จะแชร์เหมือนกันด้วย เราไม่คิดว่าจะมีผู้หญิงหลายคนเหมือนเธอ เธอ Unique นะ (ไม่อยากแปล เพราะเสือแปลว่ามันประหลาด แต่ในประโยคนี้คงไม่ใช่)

เสือ - ดีใจที่ได้ยินแบบนี้จัง

เค้า – นั่นไงที่ทำให้เธอพิเศษ อย่าพยายามจะเป็นใครที่ไม่ใช่เธอเลย

 

เสือกลับมาไล่อ่านดูแชทเก่าๆแล้วมีความสุขจัง ตอนนี้เสือไม่ได้ติดต่อกับ

เค้านานล่ะ เพราะเค้าย้ายไปเรียนต่ออเมริกา และดูท่าจะยุ่งพอสมควร

เสือเลยหวังว่าสักวันเค้าจะแอดเฟซเสือมา แต่ก็นานล่ะ เสือว่าคิดถึงแค่นี้ก็ดี

เหมือนกัน 

 

ตอนอยู่ที่เชียงใหม่ เสือนั่งเปิดที่เที่ยวในกรุงเทพดู ค้นพบเจอสุขุมวิท 33/1 

ซึ่งเป็นย่านคนญี่ปุ่น เสือชักดิ้นชักงออยากจะไปมากๆ พรุ่งนี้เสือเลยแพลนว่าจะ

ไปกับน้องของเสือ สิ่งแรกที่ต้องทำคือไปกวาดขนมมาให้หมด เสืออยากกินไดฟูกุ

มากจนแทบไข้ขึ้น แต่จากประสบการณ์ครั้งก่อนที่เสืออยากกินมาการองวังหลังมาก

จนไข้ขึ้น เลยรีบถ่อไปซื้อโดยเร็ว และปัจจุบันเสือไม่อยากกินมาการองเลยเพราะ

ครั้งนั้นจัดไปเยอะเกิน เสือไม่อยากให้มันเกิดกับไดฟูกุของเสืออีก

 

เสือมีเรื่องนึงอยากพูด ครั้งนี้เหมือนจะมีแต่เรื่องเครียดๆนะ ความจริง

เสือแค่อยากจะเปิดใจมากขึ้น และบล็อกเสือก็เป็นที่เสือจะเปิดใจมาเสมอ

 

 

การที่เสือไปเรียนที่เชียงใหม่ทำให้เสือได้รู้อะไรหลายอย่างมากๆ โชคดี

ที่ว่าเสือที่เกลียดความเปลี่ยนแปลงสามารถปรับตัวได้ดีพอใช้กับสถานที่แปลก

ใหม่ที่ไม่เคยอยู่มาก่อนได้ เสือไม่เคยรู้มาก่อนว่าคำว่า คนกรุงเทพ ที่แปะไว้

กลางหน้าเสือ จะทำให้การแนะนำตัวของเสือกับเพื่อนที่เชียงใหม่ เสือต้องเลี่ยง

ที่จะพูดถึงบ้านเกิดแบบช่วยไม่ได้ เพราะเสือเพิ่งมารู้ซึ้งจริงจังว่า คนที่เป็นคน

จังหวัดอื่นที่ไม่ใช่กรุงเทพหลายคนมากๆ มีอคติกับคนกรุงเทพ 

 

เสือไม่แปลกใจเลย แม้จะไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่ามีเรื่องแบบนี้ เพราะกรุงเทพ

เป็นเมืองที่วุ่นวาย การแข่งขันสูง คนเย็นชา รถติด โน่นนี่มีแต่ลบๆ ขนาดเสือ

อยู่กรุงเทพมาตั้งแต่เกิด เสือยังไม่ค่อยชอบกับข้อเสียที่เสือกล่าวมาเลย แต่

เสือก็รู้สึกไม่ดีเสมอ ที่เวลาพอเสือบอกว่าจากกรุงเทพ ปฏิกริยาที่ตามมาก็จะแบบ

กรุงเทพเหรอ รู้ไหมเราไม่เคยคิดอยากไปอยู่เลยนะ วุ่นวาย รถติด ลบๆ 

 

แน่นอนว่าสิ่งที่เค้าพูดเป็นความจริง แต่เสือรู้สึกว่ามันคล้ายๆกับการที่เราพูดถึง

บ้านตัวเอง แล้วมีคนมาว่าบ้านเรา เพราะไม่ว่ายังไง เสือก็เป็นคนกรุงเทพ

แบบเปลี่ยนแปลงไม่ได้ และถึงมันจะวุ่นวายจนเสือชิน แต่เสือก็รู้ว่าเสือรัก

ที่นี่มาก มากจนเสือคิดถึงทุกอย่าง

 

เสือภูมิใจกับที่ๆเสือเกิดมา ไม่ว่าเสือจะเกิดที่ไหน อยู่ที่ไหน เสือคิดว่าเสือ

สามารถเรียนรู้ได้จากที่แห่งนั้นได้มากพอ และทำให้เสือเป็นเสือทุกวันนี้ 

 

ความจริงมีหลายอย่างที่เป็นความแตกต่างระหว่างกรุงเทพกับเชียงใหม่มากๆ

ทุกอย่างมีข้อดีและข้อเสีย แต่เสือก็จะพยายามเข้าใจ และเปิดใจ ถ้าเป็นไป

ได้เสืออยากจะแชร์ความพยายามทำความเข้าใจนี้ให้กับเพื่อนๆเสือด้วย 

 

ตอนนี้เสือติดซีรี่ส์ Gossip Girl Thailand มาก เพราะเสือชอบซาบรีน่า

เลยตามมาจาก The Face Thailand มาดูซีรี่ส์เรื่องนี้ 

images by free.in.th

 ขอบคุณรูปจากหนังค่ะ

เสือไม่เคยดูเวอร์ชั่นต้นฉบับนะ สำหรับเสือ เสือว่าเรื่องนี้สนุกมากๆ จนเสือ

ต้องเอามือถือไปดูตอนอาบน้ำ ตอนแรกเสือชอบเซรีน่ากับแดน ไปๆมาๆ

เสือโคตรชอบคู่เซรีน่ากับเนตเลย และเสือหวังจะดูพัฒนาการความสัมพันธ์

ของคู่นี้ใน Season ต่อๆไป 

 

ผู้ชายที่เสือชอบที่สุดคือเนต ตอนแรกเสือไม่อะไรกับแพทริทที่มาเล่น

บทนี้เท่าไร ไปๆมาๆ เสือว่าเค้าเหมาะกับบทนี้มากๆ จนเสือละลายพอ

เห็นฉากเค้าออกมา 

 

อีกคนที่อยากพูดถึงคือเจนนี่ สาววอนนาบี 

หลายๆคนอาจจะไม่ชอบสาวน้อยคนนี้เนื่องจากความพยายามตะกายดาว

แบบไม่สนใครของเธอ เสือก็มองว่าการกระทำเธอไม่ได้ถูกต้องหรอก 

แต่เสือไม่เคยไม่ชอบเจนนี่นะ เสือว่ามันเป็นธรรมชาติของผู้หญิงที่จะมี

ความใฝ่ฝันอยากเด่นอยากดัง อยากเป็นที่ยอมรับ แล้วยิ่งวัยรุ่นแบบนี้ด้วย

(พูดเหมือนเสือแก่มาก) 

 

ซีรี่ส์เรื่องนี้ดีตรงที่ตัวละครมีมิติ ทุกคนมีเหตุผล เสือไม่ได้ชอบใครแบบ

โหเพอร์เฟ็กชิบหาย หรือชังใครแบบไอ้นี่เลวบัดซบ ทุกคนเป็นสีเทา 

มีมืดมีสว่าง เหมือนคนทั่วไปในชีวิตจริง

 

ดูใกล้จบล่ะ รอซีซั่นต่อไปมากๆ

 

เสือว่าเสือคงต้องไปแล้ว เสือมีนิยายที่เสืออยากแต่งต่อ หนังที่เสืออยากดู

(ตอนนี้เสือกลับมาฟีลหนังนิ่งๆ นึมๆล่ะ) และเพลงที่เสืออยากแกะอยู่ 

 

ปล.เสือค้นพบว่ามีร้านเช่าหนังสือกับร้านเช่าหนังอยู่แถวคณะเสือแล้ว และ

ลุยไปสมัครสมาชิกเรียบร้อย ร้านเช่าหนังคือมีหนังญี่ปุ่นหายากเป็นร้อยเรื่อง

รวมถึงหนังคลาสสิกมากมาย เสือว่ามันคือสวรรค์

 

ปล 2 ไม่รู้จะแทรกไว้ไหนดี ขอไว้ตรงนี้แล้วกัน 

รูมเมตเสือส่งที่มันโฆษณาเปิดรับงานเขียนทุกรูปแบบมา เสือเลยอยากจะ

เขียนส่งไปบ้าง เลยได้พล็อตมาจากชีวิตจริงนิดหน่อย คือตอนนั้นเสือไป

ยืมการ์ตูนที่แฟนเพจในเฟสบุ๊คพูดถึงที่ร้านหนังสือ แต่พบว่ามีคนมายืมตัด

หน้าเสือไป เสือเลยได้ไอเดียว่า เออกูเขียนเกี่ยวกับการสืบหาว่าใครมายืม

การ์ตูนตัดหน้าเราไปดีกว่า (เสือแอบชัวร์อยู่ลึกๆว่า เค้าคงมายืมตามเพจที่

เสือตามแน่ๆ) เลยนั่งคิดพล็อตการสืบหาคนๆนั้นเป็นเวลานาน วันต่อมาไป

ที่ร้านหนังสือ ตอนจะจ่ายเงินยืมหนังสือเล่มอื่น เห็นคนที่ยืมตัดหน้าเสือ

เดินถือการ์ตูนเรื่องนั้นมา โอยพังทั้งหมดแผนการสืบของเสือ นิยายเสือ

เลยล่มไม่เป็นท่า 

 

ปล3 เสือมีความสุขกับการกลับบ้านครั้งนี้มากๆ มันพอจะรักษาอาการ

คิดถึงบ้านอย่างรุนแรงของเสือไปได้บ้าง 

 

ost.The case of Hana & Alice - Fish in the pool

เพราะปีนี้เสือคิดว่ามีหนังแห่งความคิดถึงมากมาย เสือเลยเลือกเพลง

ที่เป็นเพลงประกอบหนังที่เป็นตัวแทนของความคิดถึงที่สุดของเสือ

 

ทุกปีเสือจะพูดถึงหนังเกือบทุกเรื่องที่เสือประทับใจ 

แต่ปีนี้เสือจะคัดมาแค่ 10 เรื่องพอ จะได้มีอันดับให้ดูขลังหน่อย 

 

เริ่มเลยดีกว่า 

 

ขอบคุณรูปจากภาพยนตร์ค่ะ 

 

10. Freelance ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ 

images by free.in.th

 

เป็นความน่าประทับใจที่ผู้กำกับหนังนอกกระแส จะหันมาทำหนังกระแสหลักร่วมกับ

GTH แล้วสไตล์หนังยังคงความเป็น เต๋อ นวพล อยู่ทุกประการ เอาจริงๆตอนแรกๆ

เสือเห็นคุณเต๋อโพสเรื่องโปรเจกส์หนังฟรีแลนซ์นี้ เสือก็แอบเซ็งว่า อ่าวนี่ย้ายไปหา

GTH แล้วเหรอ แต่พอได้ดูก็รู้สึกว่า เต๋อก็ยังเป็นเต๋อคนเดิม สไตล์หนังถูกวาดลายเซ็น

ไว้อย่างชัดเจน

 

เสือชอบในความเรียลของหนัง แสดงให้เห็นถึงมุมมองของอาชีพแพทย์และฟรีแลนซ์

ได้อย่างน่าสนใจ สร้างแรงบันดาลใจ ตลกร้าย และเกิดเป็นปรากฎการณ์ที่คนดูหนังในกระแส

หลายคนจะหันมาสนใจผู้กำกับคนนี้มากขึ้น 

 

9.TAG

images by free.in.th

 

เสือดูเรื่องนี้เพราะเสือเป็นแฟนหนังญี่ปุ่นทุกเรื่องที่เข้าไทยอยู่แล้ว (ยกเว้นหนัง

ที่สร้างจากการ์ตูน หรือ หนังแนวย้อนยุค) และเสือก็ไม่เคยรู้จักผู้กำกับ Shion sono

มาก่อน 

TAG เป็นหนังเสียดสีสังคม ที่กัดสังคมและกัดคนดูไปพร้อมๆกัน แน่ใจว่าคะแนน

อันดับ 9 ของเสือก็มีส่วนที่ ชิโนดะ มาริโกะ หรือเจ๊ผู้น่ารักของเสือแสดงอยู่ด้วย

และ เสือชอบอากิมากๆ ในเรื่อง 

 

เสือชอบประเด็นที่หนังพยายามจะต่อต้านคำพูดที่ว่า

 

การที่เราปล่อยขนนกลงไป มันถูกกำหนดไว้แล้วว่าขนนกจะตกลงบนพื้นตำแหน่งไหน

โดยการเปลี่ยนตำแหน่งที่เราปล่อยขนนกเสีย

 

8.X + Y 

images by free.in.th

 

เสือชอบมุมมองของเด็กพิเศษ และความพยายามของพ่อแม่ ที่จะอดทนที่จะเป็น

พ่อแม่ที่ดีที่สุด เสือชอบความสัมพันธ์แบบค่อยเป็นค่อยไปของพระเอกกับนางเอก

และชอบมากกว่าที่หนังเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกมากกว่าความสัมพันธ์

ของหนุ่มสาว และ หนังได้พาเสือไปสัมผัสชีวิตของการแข่งขันโอลิมปิกคณิตศาสตร์

ซึ่งเสือค่อนข้างห่างไกลแม้จะอยู่ในสังคมที่มีเด็กโอลิมปิกวิชาการค่อนข้างมาก  

 

ประเด็นสมการที่เสือพอเข้าใจได้ คือชีวิตเราไม่สามารถถูกกำหนดเป็นสมการ เพราะ

ชีวิตใช้เครื่องหมายเท่ากับไม่ได้ ไม่มีอะไรเท่ากันทั้งสิ้น

 

7.Inside out

images by free.in.th 

เข้าไปดูแบบมึนมากๆ เพราะรูปหนังไม่ค่อยดึงดูดเสือ แม้จะได้ฟังเรื่องย่อแล้วก็ตาม

แต่พอเข้าไปดูรู้สึกชอบมาก มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการอารมณ์ของมนุษย์

พัฒนาการของอารมณ์ หลายๆอย่างที่เป็นจิตวิทยาที่ทำให้ออกมาเข้าใจง่าย 

(แม้จะยากสำหรับเด็กก็ตาม) เสือชอบมากกับฉากที่ Sadness ใช้ความเศร้า

เพื่อปลอบใจบิ๊งบ่อง ความเห็นใจมักแฝงไปด้วยความเศร้าเสมอ

 

6.The lobster

images by free.in.th

 

หนังที่ถูกพูดถึงโดยคนรอบข้างเสือจนอยากดูตาม และที่เชียงใหม่หนังเรื่องนี้

เข้าช้า (หรืออาจจะไม่เข้า) เลยมีเพจ คนเชียงใหม่ต้องการดู Lobster และ

จะเพราะสาเหตุใดก็ตาม  Lobster ก็ได้เข้าฉายที่เชียงใหม่สมใจ

เสือเคยดูหนังของผู้กำกับ Yorgos Lanthimos มาก่อนคือ Dogtooth ที่ให้

ฟีลและโทนหนังไม่ค่อยต่างจากล็อปสเตอร์เท่าไร ชัดเจนที่ความตลกร้าย การแสดง

ที่แข็งดูไม่เป็นธรรมชาติแต่สมจริง และ ทำให้คนดูได้คิดตลอดเวลา ว่าสังคมที่ไม่มี

คำว่าทางสายกลางนี่มันเลวร้ายพอควร แต่ทุกวันนี้ก็ยังมีพวกสุดโต่งอยู่ไม่น้อยทีเดียว

 

5.Star wars VII the force awakens 

images by free.in.th

 

สารภาพว่าเสือเพิ่งมาดู สตาร์วอรส์ทุกภาคปี 2015 นี่เองแม้ว่าจะได้ยินนานมากแล้ว แต่เสือ

กลับรู้สึกว่ายาวไป หลายภาคไป ขี้เกียจดู (ผิดมหันต์มากๆ) จนมาดู Pitch Perfect อีกรอบ

แล้วเจอฉากที่พระเอกเข้าหอครั้งแรก เจอเบนจี้รูมเมตในชุด ดาร์ธลอร์ด พร้อมกับคอลเล็กชั่น

สตาร์วอรส์เต็มชั้นข้างเตียง เสือเลย เห้ย แม่งไม่ดูไม่ได้แล้วว่ะ

เสือชอบสตาร์วอรส์มาก เสือชอบบทที่ดูเป็นนิยาย แต่ก็แฝงอะไรไว้เยอะ

ชอบความเป็นคนจริงๆของตัวละครแม้จะค่อนข้างตรงตามสูตรนิยาย

สำหรับ อุบัติการณ์แห่งพลัง เสือว่าทำได้ดีมากๆ ถึงเสือจะไม่ใช่แฟนหนังสตาร์วอรส์

มาตั้งแต่เด็กๆหรือตั้งแต่ภาคแรก เสือยังน้ำตาไหลพอเห็นตัวละครเก่าๆทุกคนและทุกดรอยด์

เป็นหนังที่ทำได้มาแตะใจแฟนคลับรุ่นเก่า และ สนุกมากพอจะสร้างแฟนคลับรุ่นใหม่ได้

 

เสียอย่างเดียว เพราะความที่คารวะภาคเก่าๆไปหน่อย เนื้อเรื่องเลยไม่มีความแปลกใหม่มาก

แต่ในเรื่องการปูทางให้นักแสดงใหม่นี่น่าสนใจมากๆ เสือชอบ โพ กับ เรย์

 

4.Big eyes  

 

images by free.in.th

 ยังคงความเป็นทิม เบอร์ตันชัดเจนทุกประการ สำหรับทิม เบอร์ตัน เสือชอบทุกอย่างของหนัง

แม้ว่าเรื่องนี้อาจจะไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ เพราะเป็นหนังที่สร้างจากเรื่องจริง แต่เสือว่ามันก็

น่าประทับใจ ที่เห็นสามีนางเอกที่ขโมยผลงานไปทำตัวพิลึกพิลั่น และ นางเอกเป็นคนที่แบ่งแยก

ตามสไตล์หนังของเบอร์ตัน ที่จะมีคนแบบนี้ทุกเรื่อง 

 

ชอบที่สุดคือฉากจุดไม้ขีดไฟแล้วโยนใส่ทีละก้าน เป็นการทำร้ายที่ไม่รุนแรงสาหัส แต่แม่ง

น่ากลัวจริงๆ มันสื่อถึงว่าผู้หญิงสมัยนั้นสู้ผู้ชายไม่ได้เลย

 

3.Snap แค่ได้คิดถึง

 

เสือได้เขียนรีวิวไว้แล้ว 

http://seaukun.mobile.exteen.com/20160108/snap

เลยขอไม่พูดถึงมาก สรุปคือหนังรักไทยที่เสือชอบมากที่สุดคงเป็น Snap แค่ได้คิดถึงนี่ล่ะ 

 

2.The case of Hana & Alice 

images by free.in.th

 

 

เสือตัดสินใจยากมากกับ อันดับ 2 และ 3 แต่เสือยกอันดับ 2 ให้เรื่องนี้ไป เป็นเพราะ

เสือคิดถึงฮานะกับอลิสเหลือเกิน แน่นอนว่าเสือไม่ได้ดูภาคแรกตอนปี 2004 เพิ่งมาดู

ตอนสามสี่ปีที่แล้วนี่เอง และเป็นหนังของอ.ชุนจิ อิวาอิ ที่เสือดูบ่อยที่สุด และบางทีเสือ

อาจจะชอบเรื่องนี้ที่สุดก็ได้ เสือชอบมิตรภาพของเด็กสาวแบบที่เราจะไม่ค่อยได้เห็นกัน

ในรูปแบบของความมึนๆ ปั่นป่วน แต่รักกันมาก มันจึงน่าสนใจมากๆที่จะเห็นว่าสองคนนี้

มาคบกันได้อย่างไร 

 

ว่าแต่อลิสในตอนนี้ดูโลดโผนกว่าภาคปี 2004 เยอะ ส่วนฮานะก็ยังเหมือนเดิม 

 

และฉากเกือบสุดท้ายที่สะพาน เสือน้ำตาไหลเหมือนเปิดก๊อก ทั้งที่ไม่ได้มีอะไรเศร้า

คงเพราะเสือคิดถึง รุ่นพี่ มิยาโมโตะ ขึ้นมาด้วยล่ะ 

 

1.The theory of everything

images by free.in.th

 

เสือรู้จักทฤษฎีหนึ่งที่เสือรู้สึกว่ามันแปลกดี ที่บอกว่าการที่เราเลือกทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง 

จะมีโลกคู่ขนานในกรณีที่เราเลือกจะไม่ทำสิ่งใดสิ่งนั้นในเวลาเดียวกัน 

เสือชอบความคิดเรื่องโลกคู่ขนานมากๆ แต่เสือคิดว่าถ้ามีโลกคู่ขนานจริงๆล่ะก็ ตัวเสือ

ที่อยู่โลกคู่ขนานหากข้ามโลกมาได้คงต้องมานัดต่อยกับเสือแน่นอน เพราะเค้าเลือกที่จะ

ทำในสิ่งที่เสือไม่ทำเลยใช่ไหม 

 

โอเคกับมาที่หนัง เสือชอบความรักในเรื่องนี้มากๆ เนื่องจากมันมาจากหนังสือที่นางเอก

ตัวจริงเป็นคนเขียน หนังเลยถูกมองผ่านมุมของนางเอก เราเลยเหมือนร่วมทุกข์ร่วมสุข

และเข้าใจนางเอกไปพร้อมๆกับที่เข้าใจพระเอก เพราะว่านางเอกรักและเข้าใจพระเอกมาก

จริงๆ บทสรุปที่ดีบอกว่า การที่คนเรามีทางเดินเป็นของตัวเอง เพราะทางเหล่านั้นคือความสุข

ก็ไม่ได้หมายความเราไม่ได้รักกันหรอก เพราะเราย่อมเข้าใจความสุขของคนที่เรารัก

 

โอเค เสือคงต้องไปนอนแล้ว วันนี้นอนมาเกือบทั้งวัน แต่ทำไมยังง่วงอีกไม่รู้

 

ปล.1 เสือต้องไปเขียนใบขอความอนุเคราะห์ใช้สถานที่อีก เอกสารทางราชการเป็นอะไร

ที่น่าเบื่อสำหรับเสือ

ปล.2 เพจหลวงปู่เณรคำปลิว เนื่องจากไปมีเรื่องกับคนมากเกินไป เสือหวังว่าจะกลับมา

เพราะเสืออยากหัวเราะแบบเป็นบ้าอีกเร็วๆ