ตามรอยหนังในโตเกียว

posted on 07 Jan 2017 02:12 by seaukun in Dairy

Mustang - Asian Kungfu generation 

เพลงจบของ Solanin กระแสเรื่องนี้ยังไม่หายไปจากใจเสือเท่าไร

 

จบไปแล้วกับทริปตามรอยหนังรอบโตเกียวของเสือ

เสือเริ่มเดินทางวันที่ 1 มค และ กลับถึงไทย 6 มค

ด้วยสายการบิน China airline

 

รีวิวสั้นๆเกี่ยวกับ China airline 

1.เป็นสายการบินของไต้หวัน

2.อาหารอร่อยดี 

3.ตอนไปต่อเครื่องที่ไต้หวันเครื่องเลท เลยแจกขนมกับน้ำ

ให้ผู้โดยสารไม่อั้น เสือเลยเลิกบ่นไปหน่อย 

 

สำหรับญี่ปุ่นครั้งแรกของเสือ เสือประทับใจมากๆกับทุกอย่าง

ถึงมันจะไม่เหนือความคาดหมาย เพราะเสือค่อนข้างคุ้นเคยกับวัฒนธรรม

ญี่ปุ่นอยู่แล้วจากการดูหนังและติดตามดาราไอดอล แต่ก็ไม่ทำให้เสือผิดหวัง

เลย สำหรับเสือเลยว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่น่าไปเที่ยว และเหมาะกับการไป

เที่ยวด้วยตนเองมาก

 

เสืออยากอธิบายทริปเสือละเอียดนะ แต่เสือไม่ค่อยได้ถ่ายรูป

เท่าไรเลย ถ่ายแต่พวกรูปที่ไปตามรอยหนังมา เพราะงั้นเสือจะพูด

แต่พวกนั้นแทนแล้วกัน 

 

คำแนะนำสำหรับคนที่อยากวางแผนเที่ยวด้วยตนเอง

ใช้ Google maps ให้คล่องๆ แล้วชีวิตจะดีมาก เสือไม่หลง

เพราะใช้ google maps นี่ล่ะ มันจะบอกหมดเลยว่าต้องต่อ

รถไฟสายอะไร ที่สถานีอะไร

 

ส่วนเรื่องสายรถไฟยุบยับก็ไม่ยากอะไร แค่ตาไวๆ มองป้าย

ที่มีนำทางตลอดก็ไม่หลงแล้ว 

 

โอเค กลับมาที่เรื่องตามรอยหนังของเสือ

 

ที่แรกคือ Train Man ที่ อาคิฮาบาระ

บอกเลยว่าล้มเหลวมาก เพราะอาคิฮาบาระแดนเครื่องใช้ไฟฟ้าและ

อะนิเมะมังงะนี่โคตรใหญ่ แถมตึกก็คล้ายๆกันด้วย แต่บรรยากาศก็ชวน

ตื่นเต้นได้อยู่ดี

 

แถวนี้ร้านเมดคาเฟ่เยอะมาก มีสาวๆมาแจกใบปลิว เสืออยากเข้านะ แต่กลัวกระเป๋าฉีก 

 

มาแวะที่ร้านกาชาปอง โคตรชอบไอ้เซ็ตคางยื่นเลย แต่ไม่ได้ไขมา

เพราะตอนแรกกลัวหน้ามัน 

 

ส่วนอันนี้คือที่เสือไขได้มาทั้งหมด 

ไอ้แท่งๆนั้นคือไลท์เซเบอร์นะ ซึ่งดูกิ๊กก๊อกมากแต่เสือแม่งชอบว่ะ

 

 

ประทับใจมากตอนที่ไปไขมาแล้วเครื่องมันติด ไข่มันไม่ออกมา

พอไปบอกพนักงานเค้าก็แกะเครื่องออกมาให้เลย น่ารักมาก 

 

ผ่านตึกที่มีเธียเตอร์ของ AKB48 ด้วย 

เลยไต่ๆขึ้นชั้น 8 ไปดู แต่วันนี้มันปิดว่ะ (2 มกรา) 

 

โอเค มาตามรอยหนังที่เป็นเรื่องเป็นราวกันบ้าง เรื่อง Kimi no na wa

ความจริงเสือก็ไม่ได้ชอบเรื่องนี้มากเท่าคนอื่นๆหรอก เพราะเสือไม่ค่อยอิน

กับเรื่องฟ้าลิขิตเท่าไร แถมเพลงเสือก็ออกจะเฉยๆ แต่ว่าฉากมันสวยจริงว่ะ

 

เสือไปลงสถานี Shinanomachi โผล่ออกมาจะเจอนี่เลย  

คนเป็นล้าน 

 

ฮือ สวยเหมือนเป็นรูปวาดเลย 

 

ข้างๆจะมีสะพานที่ทาคิเดินผ่านบ่อยๆ เสียดายที่มาเร็วไปแสงเลยไม่ได้เท่าไร

แถมเสือมาฤดูหนาวด้วย ต้นไม้ก้โกร๋นไปกันหมด

 

ต่อไปก็ไปต่อกันที่บันไดสีแดงอยู่ที่ ศาลเจ้า Suga

เปิดกูเกิลแม็ปเดินจากสะพานลอยประมาณ 800 เมตร บอกเลยว่าขาลาก

 

แต่ของจริงไม่สวยเหมือนในหนังนะ และคนเยอะมากอันป็นการตอกย้ำว่าหนังดัง

มากจริงๆ เสือเลือกมุมสวยๆแบบไม่ติดคนไม่ได้เลย อันนี้คือที่พยายามถ่ายมาได้  

 

 

ตอนเย็นว่าง เลยวาร์ปนอกแผนไปที่ Korakuen station 

ซึ่งเสือเพิ่งรู้ว่ามันคือโตเกียวโดมที่เค้าชอบมาจัดคอนเสิร์ตกัน

มีสวนสนุกด้วย 

 

นอกจากเสือจะบ้าสะพานแล้ว เสือยังบ้าชิงช้าสวรรค์ เลยขึ้นไปในราคา 820 เยน

ต่อคน ราคาพอๆกับของเอเชียทีค แต่นั่งได้รอบเดียว ช้ากว่า และมีเพลงเลือกเปิด

ฟังตามใจชอบในกระเช้าด้วย

 

 

วันต่อมาเสือก็ไปตามรอยหนังที่เสือรักมากที่สุด คือ Solanin 

เสือมาลงที่สถานี Izumi-tamagawa station เดินผ่าน Mos burger 

ใช้เซนส์นำไปเรื่อยๆจะเจอซอย มองเข้าไปจะเจอบันไดที่ทาเนดะเข็นมอไซค์ลงมา

 แต่แสงผิดเวลา เลยสว่างไปหน่อย

ข้างๆก็จะมีที่พักของเมโกะกับทาเนดะ แต่เหมือนเค้าน่าจะปรับปรุงไปบ้าง

เลยรายละเอียดต่างจากในหนังหน่อยๆ

 

เดินขึ้นบันไดมาก็จะเจอสะพานเขียวโค้งข้ามแม่น้ำทามะ ข้างๆมีร้านเช่าเรือพาย

ที่ทาเนดะกับเมโกะเคยมาพายด้วยกัน เสือว่าตอนแรกจะพายตามนะ แต่อากาศหนาว

เกินแถมลมแรงด้วย เลยช่างมันแล้วกัน

สวยมาก เสือยืนดูอยู่ตั้งนานแหน่ะ ความสุขของการมาตามรอยหนังคือ

ไปยืนเฉยๆ แล้วก็ซึมซับความสุขตรงนั้น

 

ทางซ้ายจะมีสะพานรถไฟข้ามสะพาน 

 

เสือว่าวิวอีกฝั่งของแม่น้ำอ่ะโคตรสวยเลย เสือเคยเอามาทำเป็นวอลเปเปอร์คอมอยู่พักนึงด้วย

 

ผ่านสะพานมาจะเจอทุ่งโล่งๆ ตอนเสือไปมีคนมาเล่นรักบี้กันด้วย

มีตึก กับ ลานหินกว้างๆ

 

 

มองไปมองมา เห็นบันไดที่ทาเนดะกับเมโกะขึ้นมาด้วยกันด้วย

 

ทางเดินตรงนี้ภูมิใจนำเสนอมาก เพราะเสือลง Street view เพื่อหาแลนด์มาร์กด้วยตนเอง

อันนี้ฤดูร้อนในเรื่องที่ทั้งคู่มาเดตกัน

 

ฤดูใบไม้ผลิตอนท้ายๆเรื่อง

 

อันนี้เสือถ่าย ฤดูหนาว

 

อันนี้ก็ภูมิใจนำเสนอมาก เพราะไปย่อๆถ่ายตรงลานเนินหินแบบจะอีกนิดเดียว

จะตีลังกาลงมาแล้ว 

 

องศาไม่เป๊ะอีก ตอนให้แม่ดูรูปเสือก็ครวญครางว่าถ่ายไม่เป๊ะเสียดายจัง แม่บอกว่าแค่ได้ไปอยู่

ตรงนั้นก็ดีมากแล้วไม่ใช่เหรอ เสือว่าก็เออจริงว่ะ 

 

ย้อนกลับไปขึ้นบนสะพานเขียวบ้าง

  

ส่วนนี้เสือไม่แน่ใจเหมือนกันว่าใช่ซอยที่ทาเนดะกับเมโกะไปเดินด้วยกันหรือเปล่า

อยู่ข้างๆสถานีเดียวกัน

 

 

ภาพรวมแล้วเสือชอบการตามรอย Solanin ที่เซตะกายะมากที่สุดเลย

เมื่อกี้เสือย้อนกลับไปดูฉากต่างๆในหนังเพื่อเก็บรายละเอียดยังน้ำตาซึมอีกรอบ

ก่อนหน้านี้เสือได้ยินว่า เซตะกายะเป็นเขตที่คนอาศัยมากที่สุดที่นึงของโตเกียว

เสือเลยคิดว่ามันน่าจะวุ่นวาย แต่เปล่าเลย มีบ้านอยู่ติดๆกันเยอะจริง แต่ดูสงบ

มีคนออกมาวิ่งบ้าง พาหมามาเดินเล่นบ้าง น่าอยู่มาก

เสือเลยสรุปเอาเองว่า เสือชอบเซตะกายะมากที่สุดในบรรดาที่เสือไปมาทั้งหมด

 

พักตามรอยหนังไว้แป๊บ มาช็อปปิ้งกันบ้าง

เสือแลกเงินไปทั้งหมด 80000 เยน แบบพร้อมใช้หมดเพราะเป็นเงินเก็บ

ที่เสือเก็บเองมาตลอด จนระยะช่วงหลังๆเสืออนาถามาก พยายามใช้เงินวันละร้อย

เพื่อนชวนไปกินข้าวไหนก็ไม่ไป เลิกซื้อของทางเน็ตไปช่วงใหญ่ๆ (ยกเว้นแต่บ็อกเซ็ต

เมคอิทไรท์ จะซื้อมาดูคอนเสิร์ตที่มีน้องบูมกับน้องฟิล์ม) 

 

เสือเลยอยากจะเปย์ตัวเองให้เต็มที่ และ แหล่งช็อปปิ้งเสือก็หนีไม่พ้น

ย่านชิบูย่า ฮาราจูกุนี่เอง

ฮาราจูกุ ถนนทาเคะชิตะ 

เสือฟอลไอจีของไดจังอยู่ (ฮานาวะ ไดกิ คนสวยของเสือซึ่งออกจากค่ายจอนนี่ไปแล้ว)

เสือแทบจะร้องไห้เมื่อพบว่าไดจังก็มาฮาราจูกุเหมือนกัน แต่คลาดกันไปไม่กี่ชั่วโมง

แต่เอาจริงๆ เสือก็ไม่คิดว่าเราจะได้เจอกันหรอก คนเยอะขนาดนี้

 

เสือหลงใหลเสื้อผ้าสไตล์ฮาราจูกุมาก และได้ถูกสูบเข้าไปในร้านสไตล์พังค์

หลายร้าน หมดเงินไปร่วมๆ 10000 กว่าบาท เกิดมาเสือไม่เคยช็อปเยอะขนาดนี้เลย

ถ้าไม่นับคีย์บอร์ดราคาเกือบสองหมืนที่เสือซื้อเองตอนมอปลาย 

 

เสือไปฮาราจูกุ 2 รอบ รอบแรกหมดไปประมาณ 7 พัน แล้วเงินเหลืออีกเยอะ

เลยกลับไปอีกรอบวันถัดมา รอบสองเสือไปตอนมืดแล้ว ร้านเริ่มปิด คนก็เริ่มน้อย

เสือว่าถ้าอยากช็อปมาช่วงหกโมงเย็นก้โอเค คนจะไม่เยอะเท่าตอนกลางวัน

 

เสืออาจคิดไปเองก็ได้นะ เหมือนว่าเสื้อผ้าสไตล์พังค์มันจะไม่ได้เป็นที่นิยมเท่าไร

ในญี่ปุ่นมากเท่ากับสไตล์อื่นๆ ร้านส่วนใหญ่จะเป็นสไตล์หวานๆ อย่างเช่นแบรนด์

Liz liza คนจะเต็มร้าน ส่วนร้านพังค์ที่เสือเข้าไปก็มี 

(ขอรูปจากกูเกิลสตรีทวิวนะ เสือไม่ได้ถ่ายไว้)

 

ขายเสื้อผ้าแนวโกธิคพังค์ ราคาแรงอยู่ แต่เสือไปแล้วมันลดพอดี 

เจ้าของร้านพูดอังกฤษได้นิดหน่อย และน่ารักมาก เวลาคุยกันเลยพูดญี่ปุ่นผสมอังกฤษ

เสือพอรู้ญี่ปุ่นอยู่บ้าง ส่วนภาษาอังกฤษก็ถูไถเลยคุยกันรู้เรื่อง 

สรุปได้รองเท้ามาคู่นึงประมาณ 8000 เยน

พอใส่แล้วเสือก็สูงทะลุ 180 ไปเลย เหมาะกับการไปดูคอนเสิร์ต 

 

ส่วนร้านนี้เป็นของแบรนด์ ACDC rag ซึ่งเสือเพิ่งรู้จักตอนมาที่นี่นี่เอง

 

และถูกยกระดับเป็นแบรนด์ในดวงใจเสือไปเลย เพราะราคาโอเคไม่แรงมาก

และสวยถูกใจมากๆ เจ้าของร้านน่ารักดีแต่คงพูดอังกฤษไม่ได้เลยไม่ได้พูดกันมาก

แต่เค้าก็ช่วยแนะนำดีแบบช่วยเลือกหลายๆแบบมาเทียบกันให้ดู เสือได้กางเกงมาสองตัว

ตกตัวละประมาณ 5000 เยน คิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 1500 บาท

ถือว่าแพงถ้าเทียบกับกางเกงทั่วไป แต่เสือว่ามันคุ้มเพราะหายาก และดีไซน์สวยมาก 

 

 

 

อีกร้านที่ประทับใจ และคาดว่าคงมีชื่อเสียงมากเพราะเป็นร้านที่มีเสื้อผ้า

ต้นตำรับเจร็อคเยอะมากๆ ชื่อร้าน Yellow house 

ร้านอยู่ใต้ดินนะ ตอนร้านเปิดจะมีเสื้อผ้าพังค์ยุค 80 มาแขวนหน้าร้าน

เสือเห็นก็เลยโดนสูบลงใต้ดินไป 

ส่วนร้านแดงๆข้างๆขายเสื้อผ้าออกแนวคอสเพลย์ของผู้หญิงแต่เสือไม่ได้เข้าไป

 

เจ้าของร้านนับเป็นบุคคลในตำนานของเสือเลย

เจ้าของร้านเยลโล่วเฮาส์เป็นผู้หญิงอายุคราวป้า แต่ดูมีสไตล์ พูดอังกฤษได้ (ลูกค้าต่างชาติ

ท่าจะเยอะอยู่) ตอนแรกถามเสือว่าใช่คนญี่ปุ่นไหม พอบอกว่ามาจากไทยก็ หนีห่าว เซี่ยเซี่ย

เสือพอรู้ว่าคนญี่ปุ่นชอบคิดว่าไทยคือไต้หวัน เสือเลยบอกว่า ไทยอ่ะ ไม่ใช่ไต้หวัน

เจ๊แกเลยบอกว่า โอ โซวฮอทเลยนี่ หลัง

 

เปิดฉากแรกก็ถามเสือว่ารู้จัก Xjapan ไหม พอเสือพยักหน้าเท่านั้น

ก็ยัดกางเกงและเสื้อแบบที่ฮิเดะใส่มาเต็มมือเสือ คือเสือรู้จักแต่ไม่ได้ตามโว้ย 

เจ๊แกน่ารักมาก เปิดนิตยสารเจร็อคให้ดูพร้อมกับเทียบเสื้อผ้าในร้าน เสื้อผ้าในร้านจะ

สไตล์เจร็อคจ๋า กางเกงหนัง เสื้อหนัง สไตล์ Sex pistols ก็มา สรุปเสือก็เสียทรัพย์

ไป 15000 เยน รูปลองเสิร์ทเอาในเน็ตได้ ไม่ก็ดูสไตล์ Xjapan the gazette

 

แต่รวมๆเสือชอบแบรนด์ ACDC rag ที่สุด เพราะเสือว่ามันยังพอแต่งได้ใน

สถานการณ์ทั่วไป แบบเดินห้างได้ ส่วนหม่อมแม่เสือบอกว่า กางเกงแบบนี้จ้างให้

ฉันยังไม่ใส่เลย

 

จากที่เสือบอกตอนแรกว่าร้านพังค์ดูไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไร เสือเข้าร้านที

ก็เลยมีเสือคนเดียวในร้านทุกร้านที่เข้าเลย และเจ้าของร้านเลยจะดูแลเราดี

เสือชอบนะ เสือคงจะทำแบบที่เจ๊เยลโล่เฮาส์บอกว่า  See you next year 

 

อันนี้ของแถมจากฮาราจูกุ โดนร้านรูปปาปาสูบลงใต้ดินไปอีกแล้ว 

เลยได้รูปช็อปมา 2 รูป ริวยะที่รักของเสือ กับ คาซึยะคนน่ารัก

สาบานได้ว่านี่จากกล้องถ่ายรูปเสือ ชัดจริงอะไรจริง

 

เดินต่อมาที่ Tower record ณ ชิบุย่า

ป้ายเหลืองๆ 

 

 

No music No life

 

ในขณะที่คนไปรุมเจ้าฮาจิโกะตรงห้าแยกชิบูย่าเป็นล้าน เสือกลับชอบฮาจิโกะเอนๆ

หน้า Tower record มากกว่า

เคยอ่านเจอมาว่า มันเอนตามฟ้อนต์ชื่อร้าน 

 

แต่น่าเสียดายที่ Solanin : Songbook กับ Solanin by Rotti แผ่นหมดแล้ว

ดูเหมือนว่าจะไม่มีผลิตอีกแล้วด้วย (อันนี้จากที่เพื่อนเสือที่รู้ญี่ปุ่นช่วยคุยกับพนักงานใน

ร้านให้) เสือเลยได้แผ่นนี้มาแผ่นเดียว

  

 

Asian Kungfu Generation - Solanin (เสือบอกชื่อวงไปแล้วพนักงานเค้าพูดกลับเป็น

อีกชื่อ ซึ่งเสือจำไม่ได้แล้วว่ามันต้องออกเสียงว่าอะไร)

สาบานได้ว่านี่จากกล้องถ่ายรูปเหมือนกัน หน้าปกสวยดี  

 

เสือชอบ Tower record มาก เสือว่าคราวหลังถ้ามีเวลาว่างมากกว่านี้

เสือจะไปไล่ฟังเพลงให้ครบทุกชั้นเพลงเลย

 

วันต่อมาเสือไปดิสนีย์ซี เสือชอบนะสนุกดี

แต่ขอบรรยายทั้งหมดไว้ด้วยภาพๆเดียวแล้วกัน

คนเป็นล้าน 

 

ถ้าบริหารเวลาดีๆ วางแผนกดฟาสพาสดีๆ จะได้เล่นเยอะชิ้น

เสือได้เล่นเครื่องเล่นที่มีฟาสพาสไป 5 อย่างและอื่นๆอีก 3

 

เสือชอบอีกอย่างที่แต่ละคนไม่ว่าจะเพศไหน อายุเท่าไร ต้องสวม

หัวตุ๊กตาดิสนีย์ไว้เกือบทุกคน เสือเห็นนักเรียนชายมอปลายสามคน

สวมหมวกเอเลี่ยนเขียวจากทอยสตอรี่ นั่งติดกันเป็นแผง เสือเกือบจะไปซื้อ

ตามมาใส่แล้ว

 

วันสุดท้ายก่อนกลับเสือไปตามรอยหนังเรื่องสุดท้ายของทริป

Koto no ha no niwa 

 

ลงที่สถานี Shinjuku sanchome 

สวนสาธารณะ Shinjuku gyoen national garden มี 3 ประตู

คือ Shinjuku , Sendagaya , Okido 

 

เสือเข้าทางประตูชินจูกุ ค่าเข้า 200 yen 

 

 

มาที่ฉากแรก ศาลาที่ทาคาโอะเจอกับยูคิโนะในวันฝนตก

เสืออยากให้ฝนตกนะจะได้ฟีลหน่อย ได้ฤดูหนาวแบบนี้ฝนก็อย่าเลย

คนมาถ่ายรูปพอสมควร ต้องแบ่งกันต่อคิวกันนิดหน่อย 

 

ส่วนอันนี้ก็อยู่ใกล้ๆกัน มีคนมาถ่ายรูปแล้วเปิดเอมวีเทียบด้วย 

ส่วนเสือแคปรูปเซพในมือถือเพื่อเปิดเทียบ

 

 

 

อันนี้ของแถม ความจริงมีกิ่งไม้ระน้ำแบบนี้ค่อนข้างเยอะ เสือเลยสุ่มถ่ายมาสักอัน

 

 

เสือพยายามหาว่าประตูที่ทาคาโอะเดินเข้ามาคือประตูไหน

สรุปแล้วคือประตู Sendagaya 

เสือถ่ายมาไม่ค่อยเหมือนนะ แต่ค่อนข้างชัวร์ว่าใช่

 

ใช่แน่ๆ เพราะถ้าไปทางขวาจะเห็นตรงนี้

 

 

 

ปัญหาเดิมคือเสือมือชอบสั่น ถ่ายไม่ชัดสักที ยิ่งรีบๆถ่ายตอนรถไฟผ่านด้วย 

 

อันนี้แผนที่แสนไม่ชัดของเสือ ที่วงตำแหน่งศาลาในหนัง กับประตู Sendagaya ไว้

เผือเอาไปเทียบกับแผนที่จริงที่เค้าแจกข้างหน้าตรงทางเข้า

 

จบแล้วสำหรับการตามรอยหนัง

 

สำหรับความประทับใจและสิ่งต่างๆที่เสือได้เรียนรู้จากการมาญี่ปุ่น

ครั้งนี้เสือขอลำดับไว้แล้วกัน 

1.ผู้ชายญี่ปุ่นหล่อจริง เสือไม่รู้ว่าที่หล่อ เพราะหล่อจริงๆ แบบที่ใครๆเห็น

ก็บอกว่าหล่อ หรือสเปกเสือเป็นแบบนี้กัน เสือไปที่ไหนก็เจอแต่คนหล่อ

ยิ่งไปดิสนีย์ซีเสือต่อแถวยาวๆก็ส่องคนในแถวไปเรื่อยๆ เจริญหูเจริญตา 

ยิ่งเด็กมอต้นตัวเล็กๆนะ อ่ะโห เออเสือก็แก่แล้ว 

2.เสือเคยคิดว่าคนญี่ปุ่นตัวเล็ก แต่ความจริงก็ตัวพอๆกับคนไทยทั่วไป

3.พนักงานบริการดีมากๆ และทุกคนดูเต็มที่กับการทำงานมาก เป็นสิ่งที่

น่าเอาแบบอย่าง

4.เสือชอบฟีลดิสนีย์ซีที่พนักงานแต่งตัวน่ารัก และโบกมือให้ตลอด

อย่างเช่นเวลาเครื่องเล่นออกตัว 

5.ไม่ชอบเวลาเข้าร้านต่างๆแล้วเปิดเพลงดังมาก ดังจนเสือจะมีอาการทางจิต

ยิ่ง Kiddy land สาขาชิบูย่า เปิดสองเพลงตีกันในชั้นเดียว

6.ชอบการต่อแถวขึ้นบันไดเลื่อนแบ่งฟากกันชัดเจน ตอนแรกเสือแอบงง

เพราะ BTS รณรงค์ช้าชิดขวา แต่ที่โตเกียวยืนชิดซ้าย 

7.ห้องน้ำเยอะมาก และสะอาดน่าใช้ 

8.เดินทางง่าย มีรถไฟเข้าถึงทุกที่ ถึงจะมีสายเยอะแต่การตาไวอ่านป้ายดีๆ

และใช้กูเกิลแมปช่วยชีวิตคุณได้

9.นกในโตเกียวดูจะมีน้อยกว่าในกรุงเทพ และคนญี่ปุ่นดูกลัวนก เพราะตอน

ไปฮาราจูกุมีนกตัวนึงเดินบนถนน คนก็แหวกทางให้นกเดิน ส่วนถ้าที่ไทย 

เสือคงนึกถึงการให้อาหารนกพิราบที่สนามหลวง (ที่กลัวอาจจะเพราะโรค

เชื่อราจากมูลนกหรือเปล่า)  

10.เสือพักอยู่แถว Bakurocho station และค้นพบว่าที่นั่นเป็นแหล่ง

ขายเสื้อผ้าราคาน่าซื้อ (เสื้อกันหนาวแบบบางตัวละประมาณ 400-500 บาท)

ให้อารมณ์ประตูน้ำแพลทตินัมบ้านเรา

11.มีสะพานรูปทรงเหมือนสะพานแม่น้ำทามะเยอะมาก แม้ว่าจะข้ามสั้นๆ

มันช่างดีต่อใจของคนบ้าสะพานอย่างเสือจริงๆ 

 

 

ความจริงมีเยอะกว่านี้แต่เสือยังคิดไม่ออก ไว้คิดออกแล้วจะมาเพิ่มแล้วกัน

 

โดยรวมเสือโอเคกับทริปนี้มาก และ สนุกกับเพื่อนที่ไปด้วยมากๆ

เสือว่าถึงเสือจะได้เที่ยวเต็มๆแค่ 3 วัน แต่รู้สึกคุ้มและก้ไม่หลงด้วย

เสือว่าคราวหน้าที่จะไป หม่อมแม่คงให้เสือไปคนเดียวแล้วแหล่ะ 

 

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่โอเคมาก เหมาะกับการไปเที่ยวคนเดียว 

เสืออยากไปเที่ยวญี่ปุ่นอีกครั้ง และถ้าไปคนเดียวดู เสือคงจะว่าน่าจะดี

 

ปล.เผื่อใครที่หลงเข้ามาแล้วอยากตามรอยหนังที่เสือไปตามบ้าง ถามได้นะคะ

เพราะเสือเขียนไม่ค่อยละเอียดเท่าไร 

2 0 1 6

posted on 29 Dec 2016 23:05 by seaukun in Dairy

Dolphin - Kaela Kimura 

เป็น 1 ในเพลงจากอัลบั้ม Solanin Songbook 

คือน่าจะเป็นรวมเพลงที่ทำขึ้นเพื่อมังงะ หรือ หนัง

เรื่อง Solanin ซึ่งเสือได้ฟังแล้วชอบมาก และตั้งใจว่า

จะไปเก็บอัลบั้มนี้ตอนไปญี่ปุ่นที่ Tower record

 

ไดอารี่ครั้งนี้จะเป็นไดอารี่สุดท้ายที่เสือจะอัพในปี 2016

ซึ่งควรจะเขียนหลังจากวันนี้ ตามตรง แต่เสือจะไปญี่ปุ่น

วันที 1 - 6 มกรา เลยว่ารีบๆเขียนไว้ก่อนดีกว่า เพราะหลัง

จากกลับจากญี่ปุ่นแล้ว เสือคงอยากเขียนรีวิวท่องเที่ยวมากกว่า

 

เสืออยากจะลองทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาเสียหน่อย

 

1.คนเราไม่เคยไม่เปลี่ยนไป

เสือกลับไปอ่านที่เสือเคยเขียนบล็อคส่งท้ายปี 2015 ตอนนั้น

เสือยังอยากทำงานเชียงใหม่อยู่เลย แต่ตอนนี้กลับอยากจะกลับ

บ้านจนใจจะขาด แต่เสือเข้าใจเหตุผลตัวเองตอนนั้นนะ และก็โคตร

เข้าใจตัวเองตอนนี้ด้วย

 

เสือพูดเสมอว่ายิ่งโต เสือยิ่งชอบตัวเอง มันมีข้อเสียอยู่นิดนึง

ก็คือ เวลาเรามองย้อนกลับไป เราจะไม่ค่อยชอบตัวเองในอดีต

เท่าไร เพราะคิดว่าตัวเองตอนนี้น่ะดีกว่าเยอะ แต่มันก็ดีแล้วนะ 

ดีกว่าไปคิดว่าตอนนี้ฉันไม่ชอบตัวเองเท่าแต่ก่อนเลย

 

ปีนี้เสือได้ทำอะไรหลายอย่างมาก ทั้งการทำงานที่ทำให้รู้จักตัวเอง

มากขึ้น และส่งผลให้รหัส MBTI จาก INFP ของเสือเปลี่ยนเป็น INFJ

เสือรู้ว่าตัวเองสามารถทำอะไรได้ดีจากที่ไม่เคยรู้มาก่อน นับเป็นสิ่งที่ดีมาก

 

เสือเรียนรู้วิธีการอยู่ร่วมกับคนอื่นอย่างมีความสุขมากขึ้น

ทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำ และคิดแทนคนอื่นน้อยลง พยายาม

มองโลกให้กว้างมากขึ้น จากที่เมื่อก่อนคนที่อยู่นอกสโคปของเสือ

จะถูกเสือมีอคติทันที

 

อีกเรื่องที่เสือเปลี่ยนไปมากๆ คือการพิสูจน์ตัวเอง

เมื่อก่อนเสือออกจะอ่อนไหวมากๆ ถ้ามีคนมาสเตอริโอไทป์เสือ

จากภายนอกของเสือ เสือจะคิดว่า ถ้าเขามองเราไม่ดีเพราะว่าคิดว่า

เราเป็นคนประเภทนี้ล่ะก็ แล้วเราพิสูจน์ตัวเองได้ว่าคนประเภทที่เค้าคิดว่า

ไม่ดีน่ะ มันไม่ใช่ทุกคนนะ (ง่ายๆ ยกตัวอย่างเช่น เสือเป็นคนกรุงเทพ) 

 

ประมาณปีก่อนเสือเริ่มมีความคิดประมาณว่า Bad as we can be 

คล้ายๆว่า ช่างแม่งแล้ว ถ้ามึงคิดว่ากูเลวเพราะกูเป็นคนประเภทนั้นล่ะก็

มึงไม่รู้หรอกว่ากูน่ะเลวได้มากกว่านั้นอีก 

 

จนความคิดแบบนั้นเข้าที่มากขึ้นเมื่อเสือเข้าใจว่า เออความจริงเสือเอง

ก็ไม่ได้มีหน้าที่มาพิสูจน์ตัวเอง ถ้าเค้าจะไม่ชอบเสือเพราะไม่รู้จักเสือ

ดีพอเสือก็คงทำอะไรไม่ได้ หรือถ้ารู้จักดีแล้วจะไม่ชอบเสือ เสือก็คง

ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน ตราบใดที่เค้าไม่ได้มาสร้างความเดือดร้อนให้

เสือ เสือคงจะต่างคนต่างใช้ชีวิตของตัวเองดีกว่า

 

 

2.ความชอบ

เสือยังคงชอบอะไรคล้ายๆเดิม คิดว่าตัวเองดูหนังน้อยลงจากปีก่อน

แต่ปีนี้เสือก็กลับมาฟังเพลงที่เสือเคยชอบเมื่อตอนมอปลายหลายวงนะ

เช่น Tommy Heavenly6 (เสือชอบจากเพลง Hey my friend ประกอบ

หนัง Kamikaze girl) หรือเพลงประกอบหนัง Nana หลายๆเพลง

 

เสือเที่ยวมากขึ้นกว่าเดิม เพราะคิดถึงบ้านมากกว่าเดิม

เลยมีแผนที่กรุงเทพขนาดย่อมไว้ในหัว เสืออ่ะนั่งรถเมล์โคตรจะเก่งเลย

เสือมีแลนด์มาร์คที่ชอบไว้ในใจหลายเขต ก็คือ บางรัก สาธร พระนคร 

แถบเจ้าพระยาตรงกลางๆ การท่องเที่ยวเหล่านี้ทำให้เสือได้งานอดิเรกใหม่

และตอกย้ำความชอบอยู่คนเดียวของเสือมากไปอีก

 

3.บทพิสูจน์ความสัมพันธ์

เอาจริงๆนะ เสือเริ่มมีความคิดระหองระแหงกับเพื่อนมาสักพักแล้ว

ไม่ใช่ว่าทะเลาะกันนะ แต่เสือรู้สึกว่าเพราะความต่างทำให้เรายากที่จะ

เปิดใจยอมรับกันและกัน และดูเหมือนว่าเสือจะเป็นฝ่ายพยายามฝ่ายเดียว

ไม่สิ เสือว่าเราก็พยายามกันทั้งคู่แหล่ะ แต่เสือว่าความพยายามเราไม่เท่ากัน

 

แต่เสือว่าความพยายามอย่างนี้ไม่เหนื่อยเปล่านะ เพราะจริงๆเสือ

ถึงจะโลกกว้างขึ้นมาก แต่ก็ยังโลกแคบอยู่ดี ยิ่งคนที่คิดว่าสิ่งที่เสือ

เป็นมันไม่โอเคแล้ว เสือจะมีความคิดแบบ ก็ดีกว่า .... ของมึง ขึ้นมา

ซึ่งเสือรู้ดีว่าเป็นความคิดที่เลว แต่เสือก็พยายามปรับขึ้นนะ เสือพยายาม

มองว่าการที่เราจะเป็นคนยังไงมันเกิดจากสังคมเราต่างกัน และมันยาก

มากๆที่จะเปลี่ยนแปลง งั้นเราก็ใช้ชีวิตของเรา หลีกเลี่ยงที่ไปก้าวก่าย

กัน เสือก็ว่าคงจะดีขึ้นเยอะ

 

ที่บอกว่าระหองระแหงนี่ไม่ใช่ว่าทะเลาะกันนะ แต่มันเป็นความอึดอัดใจ

บางอย่างเวลาต้องสนทนาด้วยในบางที เหมือนเราต้องมานั่งระวังคำพูด

มากไปอะไรทำนองนี้มากกว่า เสือเลยอยู่คนเดียวบ่อยมากพักนี้ 

(เสือชอบชีวิตมหาลัยตรงที่เราสามารถนั่งกินข้าวในโรงอาหารคนเดียว

ได้โดยไม่ถูกมองว่าเป็นตัวประหลาดนี่ล่ะ) 

 

โอเค เสือมีคำพูดนึงซึ่งเสือชอบมาก ว่า

ถ้ามันต้องพยายามขนาดนั้น บางความสัมพันธ์เราไม่จำเป็นต้องรักษา

มันไว้ก็ได้ 

เสือคิดว่าการที่เราจะคบกับใครได้นานๆ ไม่ใช่ว่าเราต้องคุยกันเรื่อยๆ

ติดต่อกันตลอด แต่เป็นว่าเราเชื่อใจเขา และ เป็นที่พึ่งของกันและกัน

ได้เมื่อมีปัญหามากกว่า 

เสือว่าสิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาสำหรับเสือคือการสุ่มจับสายรหัส โดยเอา

ใครสักคนมาเป็นสายรหัสตัวเอง คงจะนึกออกอารมณ์แบบพอเป็นสายรหัส

กันก็ต้องมีกิจกรรมร่วมกัน เช่น เลี้ยงข้าว แล้วเสือเป็นพวกสนิทกับคนยาก

มันก็เลยเป็นแบบ เอาคนไม่สนิทกันไปกินข้าวด้วยกัน ถึงพยายามคุยยังไง

บางทีมันก็จูนกันยากจะตาย เสือเลยว่าเราไม่ต้องพยายามสนิทหรอก 

แต่ไม่ทำให้มันแย่ก็พอแล้ว 

 

เสือมีเพื่อนแท้อยู่ไม่กี่คนหรอก แต่เป็นเพื่อนที่เสือรักมากจริงๆ

เราไม่คุยกันเป็นเดือนสองเดือนก็ยังสนิทกันอยู่ มีอะไรก็บอกกันแบบนั้น

 

มีเพื่อนเสือคนนึง สมมติว่าชื่อ A 

เราคบกันตั้งแต่ ป.6 (มาตอนนีก็จะ 10 ปีได้แล้ว) และเค้าย้ายไปเรียน

ต่างประเทศตั้งแต่ขึ้น ม.1 ทำให้เราเจอกันมากสุดก็ปีละครั้ง แล้วแต่

ว่าเค้าจะกลับไทยมาไหม 

เสือว่าความสัมพันธ์ระหว่าง A กับเสือนี่เป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ ถึงเรา

จะไม่เคยทะเลาะกัน แต่เสือว่า ตัวเสือเองผ่านช่วงที่กระท่อนกระแท่นมา

พอสมควร เพราะเราติดต่อกันไม่บ่อย ถ้าเทียบกับเพื่อนที่เจอหน้ากันทุกวัน

และด้วยสังคมของเค้า มีบางทัศนคติที่เสือรับไม่ได้หลายๆอย่าง ซึ่งเราก็

ถกเถียงกันอย่างมีเหตุผลตลอดเวลาที่คบกัน

 

แต่เชื่อไหม ไอ้บางทัศนคติที่เสือรับไม่ได้อ่ะ ส่วนใหญ่มันก็คือความคิด

ของคนที่โตแล้วต่างหาก พอเสือโตขึ้นแล้วมองย้อนกลับไป เสือว่าเห้ย

ตอนนั้นเราโคตรไร้สาระว่ะที่คิดว่า A คิดแบบนั้นได้ไงวะ 

 

และเพราะว่าเสือกับ A ต่างพยายามหลายๆอย่างมาด้วยกัน เพื่อที่จะ

รักษาความสัมพันธ์ไว้ เสือดีใจมากนะที่เรายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมากๆอยู่

เพราะพอเราโตขึ้น เรื่องที่เราถกเถียงกันมันทำให้เรามองเห็นอะไรได้กว้าง

ขึ้นมาก เสือโคตรภูมิใจเลยที่จะบอกว่าคบกับเพื่อนคนนี้มานานแค่ไหน

 

4.อนาคต

เสือมีเป้าหมายของตัวเองแล้ว เหลือแค่ว่าเสือจะเปลี่ยนไปอีกไหม

หรือจะทำสำเร็จหรือเปล่า แต่ตอนนี้เสือคงพยายามในรูปแบบของเสือ

เพราะเสือว่าถึงเสือจะเปลี่ยนไปอีก เสือก็คงต้องชอบตัวเองตอนนั้นแน่ๆ

 

เสือว่า ปี 2016 เป็นปีที่ดีที่สุดของเสือ และเสือก็ไม่อยากคิดว่า 2017

จะดีกับเสือเหมือนกันเพราะมันเป็นการคาดหวังมากไปหน่อย แต่ถึงดี

ไม่ดีอย่างไร เสือคงผ่านมันไปได้ด้วยดีอีกตามเคย

 

เสือขอบอกลาด้วยการ์ดทำ 5 นาทีเสร็จของเสือ

จะบอกที่มาของโตโตโระในรูปหน่อย

ร้านเช่าหนังที่เสือเป็นลูกค้าประจำอยู่ (เสือชอบมากเพราะเป็นแหล่ง

หาหนังชั้นดีของเสือ โดยเฉพาะพวกหนังญี่ปุ่นเก่าๆที่หายากมากแล้ว

ตอนนี้) บอกว่าถ้าซื้อแพกเกจดูหนังช่วงนี้ มีสิทธิ์ได้จับฉลากของขวัญ

จากร้านด้วย รางวัลที่ 1 คือเครื่องเล่นดีวีดี พร้อมลำโพง (เสือไม่อยากได้

เท่าไร เพราะห้องเสือไม่มีทีวี) เสือสนรางวัลตุ๊กตาตัวใหญ่มากกว่า เพราะ

มีโตโตโระที่เสืออยากได้มานานแล้ว

เออความจริงเสืออยากได้ตุ๊กตาโตโตโระมานานแล้ว และที่ไม่ซื้อเอง

สักทีเพราะคิดโง่ๆว่า คงมีใครสักคนซื้อให้เป็นของขวัญสักวันแหล่ะ ซึ่ง

ความคิดนั้นก็อยู่มาประมาณ 4 ปีก็ยังไม่ได้สักที เพราะคนไม่รู้ว่าเสือชอบ

(คนจะรู้แต่ว่าเสือชอบสตาร์วอรส์ คาโอะนาชิ)

 

โอเค ตอนแรกเสือวางแผนว่าจะซื้อแพกเกจหนังและจับฉลากหลังปีใหม่แล้ว

กัน แต่พอเห็นโตโตโระ และกว่าเสือจะกลับจากญี่ปุ่น โตโตโระเสือต้องโดน

สอยไปก่อนแน่ๆ เสือเลยบึ่งไปจับในวันศริสต์มาสทันที 

 

แน่นอนว่าเสือจับไม่ได้หรอก เพราะเสือดวงซวยเป็นธรรมชาติ

 

แต่เจ้าของร้านที่รู้ว่าเสือมาเพื่อโตโตโระ เลยบอกให้เสือจับใหม่

ซึ่งเสือก็จับได้ฉลากเปล่าอีกบานตะไท จนเจ้าของร้านสงสารช่วยจับให้

จนได้โตโตโระในที่สุด 

 

กราบขอบพระคุณ เสือซาบซึ้งกับของขวัญปีใหม่ชิ้นนี้มาก 

 

เสือคงต้องไปแล้ว เสือเพิ่งสอบเสร็จมีอะไรรอเสือให้ทำอยู่เยอะ

 

ปล1.เสือกังวลหน่อยๆกับการไปญี่ปุ่นครั้งนี้ เพราะเสือไปกับเพื่อน

คนนึงที่เสือรักแต่เราไม่เคยออกทริปค้างคืนด้วยกันเลย แต่เสือจะ

พยายามทำให้เป็นทริปที่น่าจดจำของเสือและเพื่อน

 

ปล.2 คริสต์มาสอีพที่ผ่านมาเสือจัดปาร์ตี้ให้ตัวเอง และตัดสินใจใน

วินาทีสุดท้ายว่าจะไม่ซื้อพลุกระดาษมาจุดเพราะขี้เกียจกวาดเก็บ 

เสือได้ดูเรื่อง Home alone หนังดังเป็นครั้งแรกในชีวิตเสือ 

แน่นอนว่าดูแล้วคิดถึงบ้านมาก พออยู่คนเดียวแบบนี้ด้วย 

All we know is we don't know

posted on 06 Dec 2016 03:46 by seaukun in Dairy, movie

 

 Solanin – Rotti Ost.Solanin

เสือรู้จักตั้งแต่งหนังเรื่อง Solanin ออกมาใหม่ๆเลย

เมื่อช่วงปี 2010 ซึ่งเสือก็ติดตามเพราะมี มิยาซากิ อาโออิ

นักแสดงคนโปรดของเสือแสดง แต่พอมาได้ดูจริงๆก็ตอนเสืออยู่

ประมาณ ม.6 ซึ่งความรู้สึกหลังดูคือ เฉยๆ

 

 

ขอบคุณรูปจากหนังค่ะ

d9b53aba5310b82b5b4ae8127bd9784e.jpg

เป็นเรื่องของคู่รักคู่หนึ่ง และเพื่อนๆที่เพิ่งเรียนจบ ฝ่ายพระเอก

มีวงดนตรีอยู่พร้อมด้วยความฝันจะได้ออกอัลบั้มเป็นนักดนตรีดังๆ

แต่ความจริงมันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ประเด็นของเรื่องไม่ได้ไปโฟกัส

ที่วงดนตรีพระเอกอย่างเดียว ยังรวมไปถึงชีวิตตัวละครอื่นๆที่ค่อนข้าง

เคว้งหลังจากเรียนจบ เหมือนมันเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตวัยเรียน

กับ วัยทำงาน

 

ตอนที่เสือดูครั้งแรกเสือรู้สึกว่ามันไม่ได้มีจุดพีคอะไร ดูแบบเรื่อยๆเอื่อยๆ

เลยไม่ได้ตามอะไรต่อมาก จนประมาณเดือนก่อนเสือได้บังเอิญไป

ฟังเพลงประกอบหนังเรื่องนี้พอดี ถึงก่อนหน้านี้จะไม่รู้สึกว่ามันเพราะอะไร

แต่พอฟังคราวนั้นแล้วรู้สึก เชี่ย โคตรเพราะอ่ะ เสียงอาโออิจังนี่สุดยอดจริงๆ

เลยกลับไปดูหนังอีกรอบ แต่คราวนี้กับอินมาก

 

เสือคิดว่ากับเรื่องบางเรื่องเราต้องผ่านอะไรมาพอสมควรก่อน

ถึงจะสามารถเข้าใจมันได้ เมื่อ 3 ปีก่อนเสือยังเป็นนักเรียนอยู่

เลยไม่ค่อยมองเห็นภาพ เปรียบเทียบกับตอนนี้คือเสือเรียนมหาลัยแล้ว

ถึงจะอีกหลายปีจะจบ แต่เสือก็ชอบคิดถึงอนาคตเสมอ เลยรู้สึกอิน

ตั้งแต่ความเคว้งคว้างของหนังตั้งแต่ต้นเรื่อง

 

เสือชอบเพลงประกอบมาก ชอบเพราะเสียงอาโออิจังมันไม่ได้

เพราะเหมือนนักร้องมืออาชีพ แต่มันได้ฟีลคนที่มีความพยายามจริงๆ

ซึ่งอาจจะเป็นไม่กี่เรื่องที่นางเอกได้ทำสำเร็จในหนังก็ได้

 

นอกจากนี้ เสือชอบโลเคชั่นหนังมาก เลยรีบจัดยัดเข้าไปในโปรแกรม

เที่ยวตัวเองเรียบร้อยแล้ว โลเคชั่นส่วนใหญ่ถ่ายทำที่เซตะกายะของโตเกียว

ก็ค่อนข้างไกลจากที่พักเสือเหมือนกัน แต่เสืออยากไปจริงๆ

ถึงช่วงที่ไปจะเป็นฤดูหนาว คงไม่ได้เห็นทุ่งหญ้าแห้งๆแบบในหนัง

แต่ก็น่าตามเก็บรอยอยู่ดี

 

เสือยังชอบดูหนังญี่ปุ่นเหมือนเดิมตั้งแต่มอปลาย แต่ที่เปลี่ยนไป

หน่อยคือสไตล์ เมื่อก่อนเสือจะชอบแนว Be with you ที่มันจะมี

จุดพีคหน่อยๆ แต่ตอนนี้เสือไม่ชอบหนังที่มีจุดพีค ชอบแบบที่ดำเนิน

เรื่องไปเรื่อยๆ แล้วปล่อยให้เราคิดเอง เช่น Tokyo marigold

Shiki jitsu , Strawberry Shortcakes และ หนังล่าสุด

ของผู้กำกับในดวงใจเสือ Shunji Iwai เรื่อง The bride of rip van winkle

 

รู้ตัวอีกทีเสือก็อายุ 20 มาได้เดือนนึงแล้ว และก็ยังไม่มีอะไร

เปลี่ยนแปลงเท่าไร กับคำว่า 20 แล้วเข้าผับ (ถูกกฎหมาย) ได้แล้ว

เออจะว่าไปเสือไม่ค่อยพูดเรื่องนี้เท่าไรนะ เสือรู้ดีว่าตัวเองคออ่อน

และไม่ชอบที่คนเยอะๆ ดังนั้นไม่ว่าจะมีเพื่อนไปสังสรรค์กันแค่ไหน

เสือก็จะเลือกนอนอยู่หอเฉยๆ

 

กลางเดือนพฤศจิกายน คณะเสือมีการจัดการแข่งขันวิชาการ

ทำให้เสือได้เจอเพื่อนคนนึงที่เรียนห้องเดียวกันตอนมอหก

เลยได้คุยกันนิดหน่อย ถึงเสือไม่สนิทกับเค้าเท่าไรแต่ก็รู้สึกดีที่ได้เจอ

เพราะเสือแทบไม่ติดต่อกับใครเลยหลังจากเข้ามหาลัย บางทีมันก็

ผิดเองที่เสือไม่รู้ว่าจะทักไปยังไงดี เลยได้แต่คิดถึง

 

ช่วงนี้เสืออยู่กับตัวเองหนักมาก แบบแทบไม่ออกจากหอเลย

คีย์บอร์ดก็เอามาไว้ในห้อง (ปกติจะไว้ชมรม เวลาซ้อมต้องขี่รถเข้าไปในมอ)

จนวันที่ไม่มีเรียนเสือก็แทบไม่ได้คุยกับใครเลย แต่เสือว่าตัวเองแม่งโคตร

มีความสุขเลยว่ะ อยากทำอะไรก็ค่อยๆทำไปตามใจตัวเอง

 

เสือเพิ่งเจอเพจ “อ่านจบแล้ว” ซึ่งแนะนำการ์ตูนมากมายที่เป็น

สไตล์ที่เสือชอบ เสือเลยได้ไปกวาดการ์ตูนมาจากร้านเช่า

และอ่านจนโงหัวไม่ขึ้นจบไปหลายเรื่องเหมือนกัน

 

เพราะการอยู่คนเดียวมันมีความสุข เสือเลยว่าอนาคตเสือจะโอเค

มากถ้าเสือไม่ได้แต่งงาน หรือใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น เพราะเสือคิดว่า

คนที่เสืออยู่ด้วยกันได้ตลอดแล้วสบายใจจริงๆ คือคนที่เหมือนกับเสือ

ทุกประการ

 

ถึงแม้ว่าบางคนอาจจะไม่ค่อยชอบคนแบบตัวเองเพราะกลัว

จะทะเลาะด้วย แต่เสือออกจะแน่ใจว่าตัวเองไม่ทะเลาะกับคนแบบ

เดียวกันหรอก เพราะมัวแต่จะหลับใส่กันมากกว่า

 

เสือสอบใบขับขี่มอไซค์ผ่านแล้วนะ หลังจากขี่เถื่อนมาหลายเดือน

วันก่อนไปอบรมเสือนั่งอ่านข้อสอบเก่าทั้งคืนเลย เพราะล่าสุดที่สอบมา

ก็ประมาณปีกว่า (สอบใบขับขี่รถยนต์) คิดว่าน่าจะลืมเนื้อหาไปหมดแล้ว

ผลของการไม่ได้นอนทั้งคืนเลยไปหลับอนาถตอนอบรมที่กรมขนส่ง

แต่ก็สอบผ่านอยู่นะ ได้คะแนนเท่ากับครั้งก่อนเป๊ะ 49/50

 

สอบภาคปฏิบัติก็แอบกลัวเหมือนกัน เพราะตอนสอบรถยนต์

เสือสอบในสนามที่เรียน แล้วอะไรมันก็คุ้นไปหมด พอมาสนามสอบมอเตอร์ไซค์

ยากมากคือขับซิกแซกตามกรวย เสือว่าตัวเองชนกรวยเบี้ยวด้วยนะ

กับตอนขับขึ้นทางแคบ เสือมือสั่นมาก แต่ก็สอบผ่าน

 

จริงๆนะเสือว่าเสือภูมิใจกับเรื่องนี้มาก เพราะเสือชอบขี่มอไซค์

ก่อนมีรถเป็นของตัวเองก็ไปเช่ามาหัดขี่ จนแม้ทุกวันนี้เสือว่าเสือก็

ยังขี่ไม่คล่องเท่าไรตอนมีคนซ้อน แต่ถ้าขี่คนเดียวนี่เสือว่าตัวเองเทพมาก

ดูน่าหัวเราะนะ แต่เสือคิดว่าถ้าตัวเองยังเรียนอยู่ที่กรุงเทพต่อ

เสือคงไม่มีวันได้ขี่มอไซค์แบบนี้

 

ช่วงนี้เสือกลับมาทำงานคือเงินต่อจากที่เคยทำไว้เมื่อต้นปีล่ะ

งานคือเงินที่ว่าคืองานที่ทำแล้วได้เงิน และไม่ลำบากเสือมากเกินไป

ด้วยข้อจำกัดต่างๆทำให้เสือที่อยากได้เงินจนตัวสั่นไม่สามารถทำงาน

พาร์ททาม หรือ ขายของออนไลน์เหมือนที่น้องเสือทำอยู่

(เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าแฟชั่น เก่งมากจริงๆ) หรือแม้แต่โป๊กเกอร์

ที่เสือรักมากก็ทำเสือพังกับการเล่นจาก 70000 มา 7000 ได้

เสือเลยต้องมุ่งหน้าสู่การทำงานผ่านเน็ต

 

 

เดี๋ยวๆ ไม่ใช่ขายตรงหรือ นั่งอยู่บ้านได้เงิน 2-3 หมื่นต่อเดือนนะ

แต่เป็นนั่งทำแบบสอบถามจากบริษัทวิจัยตลาด เค้าจะให้ค่าตอบแทน

เราเมื่อเราทำแต้มได้มากพอ ซึ่งมันก็ไม่ค่อยง่ายนัก เพราะเค้าจะค่อนข้าง

คัดกรองให้ได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมายจริงๆ ถ้าขยันหน่อยนั่งทำสักประมาณ 1 – 2 ชม

ต่อวันก็จะได้รายได้ประมาณพันบาทต่อเดือน (นี่คือที่เสือทำได้)

 

ถึงจะไม่เยอะแต่มันก็เป็นเงินก้อนแรกๆที่เสือตั้งใจหามา

และนั่นทำให้เสือมีความสุขกับงานคือเงินของเสือมาก

เสือขอแปะลิ้งค์หน่อยแล้วกัน เค้าบอกว่าถ้าแชร์ลิ้งค์แล้วมีคนมาสมัคร

เพิ่มเสือจะได้แต้มน่ะ ดูขายตรงจริงๆ

 

http://th.ipanelonline.com/register?inviter_id=2691462

 

ส่วนเว็บอื่นๆก็มี globaltestmarket และ Toluna (ลองไปเสิร์ชดูได้)

 

เสือกับน้องที่ทำงานหาเงินอยู่ ชอบวาดอนาคตด้วยกัน เป้าหมายคือ

กูต้องรวย และรู้สึกแบบเดียวกันคืออยากรีบๆเรียนจบและทำงานเร็วๆ

จะได้มีเงินเยอะๆเสียที เออความจริงเสือกับน้องก็เรียนจบพร้อมกันนะ

น้องเสือปี 1 ตอนนี้เสือปี 3

 

เสือคุยกับน้องบ่อยขึ้นมาก ความจริงเราก็สนิทกันอยู่แล้ว

แต่เดี๋ยวนี้เริ่มแชทคุยกันมากขึ้น เวลาเจออะไรฮาๆก็ส่งให้ดู

เสือว่าน้องกับแม่มีอะไรเหมือนกันหลายอย่าง (เพราะอย่างนี้เลยมัก

จะทะเลาะกัน ฮา) เช่น เป็นคนเล่าเรื่องเก่งเหมือนกัน

สามารถเล่าเรื่องธรรมดาให้สนุกได้ ส่วนเสือนะเหรอ เสือเป็นพวกบ้าเกริ่น

ทำให้เรื่องเล็กดูเป็นเรื่องใหญ่ ความจริงเสือแค่เกริ่นนำเพื่อให้ประโยค

ต่อมามันไม่ทำร้ายใครต่างหาก

 

เสือชอบเวลาน้องเล่าเรื่องตลกให้ฟัง เพราะแม่งฮาน้ำตาไหลจริงๆ

แล้วมันจะบอกว่ารู้ไหมกูเล่าให้เพื่อนฟังไม่มีใครขำเลย มาเล่าให้มึงฟัง

เพราะรู้ว่ามึงต้องขำแน่ๆ เสือว่ามีไม่กี่คนหรอกที่ขำเรื่องเดียวกันกับเสือ

คนแรกที่เสือนึกออกคือน้องเสือนี่แหล่ะ เพราะเราทั้งคู่แม่งชอบเรื่อตลกร้าย

 

สำหรับทริปการไปเที่ยวจากการกลับบ้านของเสือครั้งนี้

เสือวางแผนว่าจะ ไปร้องคาราโอเกะของญี่ปุ่นที่พร้อมพงษ์

แลกเงินเตรียมไปญี่ปุ่นที่ราชดำริ กินข้าวห่อไข่ที่เซ็นทรัลเวิร์ล+ซื้อซิมไป

ใช้ที่ญี่ปุ่น และไปป้อมพระสุเมรุ

 

ทุกครั้งการวางแพลนไปเที่ยวของเสือมักไม่สำเร็จตามเป้า

เนื่องด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง แต่ครั้งนี้สำเร็จครบถ้วน น่าภูมิใจมาก

 

ว่าแต่เหนื่อยโคตรๆเลยว่ะ

 

เสือได้วางแพลนการเที่ยวไว้ดิบดี ตั้งแต่ลิสเพลงที่อยากร้องคาราโอเกะ

(อัดอั้นตั้นใจมานาน เพราะอยู่หอร้องดังไม่ได้ เพื่อนกลัวหมด)

สายรถเมล์ที่ต้องนั่ง ไปจนถึง เวลาที่ต้องใช้เพื่อมุ่งทำยอด

 

แต่เสือลืมไปอย่างคือ แผนสำรอง

 

มันเน่าหนอนมากกับเรื่องนอกแผนเช่น

  • ร้านเสื้อผ้าที่อยากช็อปไม่เปิด เลยไปเสียเที่ยวเปล่าๆ
  • ซื้อซิมรอคิวยาวเป็นหางว่าว รอเป็นชั่วโมงแผนเวลาป่นปี้หมด
  • รถเมล์ที่จะขึ้นกลับตรงป้อมพระสุเมรุเพื่อไปสยามไม่มี ทำให้ต้องเดินไปตามถนนพระสุเมรุ ผ่านแยกบางลำพู เข้าไป ถนนจักรพงษ์ ข้ามถนนมั่วๆไปถนนตานี (ตอนเสิร์ชชื่อถนนตามป้ายที่บอกไว้ข้างหน้า เสืออ่านโง่ๆเสิร์ชเป็นถนนสาลี เลยอ่าวถนนสาลีอยู่หาดใหญ่ไม่ใช่เหรอวะ) เข้าถนนตะนาว ไปแตะๆถนนข้าวสารนิดหน่อย (คนเยอะเกิน เลยไม่เข้าไปลึก) แล้วก็โผล่มาที่ถนนราชดำเนินกลาง
  • อุปสรรคยังไม่หมด เพราะสายที่จะขึ้นผ่านสยามไม่มาซะที เลยขึ้น 511 ไปลงประตูน้ำ เพื่อไปขึ้นสาย 2 ไปเซ็นทรัลเวิร์ล ปรากฎสัสเอ้ย รถไม่มาซะที เสือเลยเดินจากประตูน้ำไปเซ็นทรัลเวิร์ล แล้วเสือก็เป็นพวกเดินไม่ได้ด้วย

 

ถึงเสือจะชอบกรุงเทพ แต่มีหลายส่วนในกรุงเทพที่เสือไม่ค่อย

ถูกโรคด้วยเหมือนกัน ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุเคยหลง หรืออะไรต่างๆนานา

เช่นบางนา (ทำให้เสือไม่มีปัญญาไปตลาดรถไฟศรีนครินทร์สักที)

มีนบุรี (ถึงจะใกล้บ้านก็เถอะ) เซ็นทรัลลาดพร้าว (คนเยอะและเสือไป

บ่อยจนเบื่อ) อนุสาวรีย์ชัย (คนเยอะและมีเกาะมากไปจนเสือขี้เกียจเดิน

ประกอบกับเคยไปอัดกับคนที่แห่ขึ้นรถเมล์คันเดียวกัน) และขอเพิ่มไปอีกที่

คือถนนเพชรบุรี ถนนราชดำริ ละแวกแพลตตินัมและประตูน้ำ

(เดินจนคิดว่าชาตินี้จะไม่มาเดินแถวนี้อีกแล้ว)

 

เสือเก็บแมวตัวนี้ที่ terminal 21 มาเพราะมันทำให้เสือนึกถึงการ์ตูน

เรื่องเกมเทวดา

7a78d449e24e372bac0a78203de91a88.jpg

ห้างทีเสือชอบมากที่สุดห้างนึงคือ terminal 21 เพราะเสือจำได้ว่าดีใจ

แค่ไหนตอนมันสร้างเสร็จ เพราะนั่นหมายความว่าเสือไม่ต้องไปนั่งรอแม่ที่

exchange tower ที่มีแต่เซเว่นที่พอเยียวยาใจเสืออีกต่อไปแล้ว ตอนอยู่

มอห้าเทอม 2 เสือเดินเล่นในห้างนี้จนเปื่อยไปหมด 

 

เอาจริงๆนะ ถึงปากบอกไม่ชอบที่โน่นที่นี่ แต่เสือว่า

เสือก็ยอมที่จะไปเดินไปกลับประตูน้ำเซ็นทรัลเวิร์ลหลายๆรอบนะ

ถ้ามันทำให้เสือได้อยู่บ้านนานขึ้น

bf70eb5b304db58a5698e61577d4aee0.jpg

เสือแทบไม่ได้มาเซ็นทรัลเวิร์ลฝั่งถนนราชดำริเลย ตอนยืนอยู่ตรงลานกว้างๆ

แล้วมองไปรอบๆ รู้สึกตัวเราแม่งโคตรเล็กท่ามกลางเมืองใหญ่จริงๆว่่ะ

a80e684627776299ecf9424c79b67ba2.jpg

 

 

ถึงความผิดแผนจะทำให้เสืออารมณ์บูดหน่อยๆ แต่ก็มีสิ่งที่ดีเกินคาด

และ น่าจดจำมากเหมือนกัน

  • เพิ่งเห็นว่าร้านขายหนังสอือญี่ปุ่นติดสถานีพร้อมพงษ์ที่เสือเคยเดินเข้าเมื่อสองปีก่อนหายไปแล้ว และกลายเป็นร้านขายของมือสองจากญี่ปุ่นแทน
  • แถวพร้อมพงษ์คนญี่ปุ่นเยอะกว่าที่เคยเจอมา
  • ตอนไปร้องคาราโอเกะเสือร้อง Solanin ไปสองรอบ เพราะเพลงที่เลือกใส่ลิสมาบางเพลงมันไม่มี แต่ Solanin เป็นของเวอร์ชั่น Asian kungfu generation ไม่ใช่เวอร์ Rotti เสือก็ไม่เคยแกะซะด้วยว่ามันคีย์เดียวกันไหม แต่คิดว่าไม่
  • เสือไม่หลงทางในเซ็นทรัลเวิร์ลแล้วนะ จากการพยายามมุ่งทำยอดโดยวิ่งไปกินข้าวห่อไข่ระหว่างรอคิวซื้อซิม และวิ่งกลับมา แต่แม่งไม่ทันคิวเลยต้องเอาคิวใหม่
  • เสือเลือกนั่งสาย 15 มาจากสยาม และขอบคุณสวรรค์ที่เสือเลือกขึ้นที่หน้า รพ ตำรวจ เพราะป้ายตรงข้ามสยามพารากอนคนเป็นล้าน
  • ที่เลือกสาย 15 เพราะเสืออยากผ่านทางที่สายนี้ผ่าน เลยได้ชมรถไฟที่จอดไว้หลายๆรางเรียงกัน แต่ตอนนั้นไม่ได้นั่งติดหน้าต่างเลยไม่ได้ถ่ายรูปเอาไว้ ว่าวันหลังจะมาอีกตามแนวคลองผดุงกรุงเกษม
  • ถนนพระอาทิตย์จะเป็นอีกถนนเส้นนึงที่เสือรักพอๆกับถนนเจริญกรุง เสือชอบความสงบรถน้อยๆ ช่วงเย็นมากๆ แต่ติดที่ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ฝรั่งอยู่เยอะ ร้านออกแนวรับนักท่องเที่ยวมากกว่า เสือเลยชอบเจริญกรุงมากกว่า

6d0fd30753419429b63ab6a939875124.jpg

 

 d9420aeefb47c1b55efeb0167e7b6f03.jpg

1d580933abe88ac053f0e9b9c7d3860a.jpg

สวนสาธารณะที่ป้อมพระสุเมรุ (สวนสันติชัยปราการ) สวยมาก และให้ความรู้สึกแบบว่า บางทีคนเราก็แค่อยากมาซื้อข้าวกล่องมานั่งกินที่สวนสาธารณะสักที่คนเดียว แล้วก็มีความสุขก็เท่านั้น แถมติดแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย

มองออกไปเจอสะพานพระรามแปด เสือไม่ได้เป็นแฟนคลับสะพานนี้นะ เพราะเสือไม่ได้ชอบสะพานขึง เสือเป็นแฟนคลับสะพานโครงเหล็ก แต่มองจากมุมนี้สวยมากจริงๆ เสือรู้สึกสงบจิตใจมากเลยทีเดียว ถ้าได้มาบ่อยๆคงดี

6a6533fb35810f5d0fb71375db3c6264.jpg

 

เดินเลาะไปมาเจอสะพานข้ามคลองบางลำพู เนื่องจากว่าบ้าสะพาน เลยรู้สึกน่ารักดี

7ac011d102df8e0bd72a03b01fa61765.jpg

 

  • ระหว่างยืนรับเสด็จนิ่งๆที่ถนนราชดำเนินกลาง ทุกคนก็นั่งนิ่งๆ ยืนนิ่งๆกัน ปรากฏมีแมวสีคล้ายๆวิเชียรมาศตัวนึงเดินผ่านแถวคนพอดีเกือบทุกคนส่งเสียงเมี๊ยวๆให้แมวมาหา ไม่ก็ชมว่าน่ารัก แล้วก็หันมายิ้มให้กัน
  • ความจริงแถวถนนราชดำเนินมีอะไรน่ารักเกิดขึ้นหลายครั้ง อย่างครั้งก่อนที่เสือมารอรถเมล์ ก็ยืนดูคุณลุงหัดขี่จักรยาน แล้วแกก็ขี่ไปชนต้นไม้
  • รู้สึกเริ่มสนใจคลองเพราะมีคลองต้องมีสะพานข้ามคลอง เสือยังคงบ้าสะพาน
  • เสือรู้แล้วว่ากล้องเสือไม่ได้ถ่ายรูปไม่ชัด แต่เป็นเพราะว่าเสือมือสั่น ภาพเลยเบลอ ท่าว่าจะมีอาการทางซีรีเบลลัม

 

แต่เสือก็รู้สึกตัวเองเก่งนะ เพราะเสือยังเอาตัวรอดมาได้

ถึงแม้จะเกิดอาการเชี่ยที่นี่ที่ไหนวะเนี่ยหลายรอบเหมือนกัน

เพราะเสือคิดว่าสิ่งที่ตัวเองสามารถทำได้ดีอย่างหนึ่งคือการตัดสินใจ

(ฟังดูตลกถ้าจะบอกว่ามีความสามารถพิเศษคือการตัดสินใจ แต่คำว่า

ตัดสินใจไม่ได้ก็สร้างความลำบากให้กับชีวิตคนเราได้จริงๆนะ)

 

คือถ้าแพลนพังเมื่อไรเสือสามารถหาทางออกได้ใหม่ตอนนั้นเลย

นั่งคำนวณเวลาและระยะทางใหม่ ถึงจะขึ้นรถผิดสายบ้าง แต่เสือก็โอเคกับ

ผลตอบรับของมันเสมอ ว่าแต่คราวหน้า เสือจะไม่ยัดแพลนเที่ยวหนักๆให้

ตัวเองแล้ว จะได้มีพื้นที่ไว้สำหรับกรณีสำรองบ้าง

 

และทริปคราวหน้าต้องมีแม่น้ำเจ้าพระยาให้เสือได้สงบจิตใจบ้าง

เพราะวันนี้ที่ไปยืนดูสะพานพระรามแปดริมเจ้าพระยา เสือว่านี่ล่ะสิ่งที่เหมาะ

กับใจเสือ

 

เมษาเสือต้องสอบใหญ่ มอเสือเรียก ศรว แต่มออื่นเรียก NL กัน

ซึ่งเสือก็ไม่รู้หรอกว่าสองตัวย่อนี้มาจากชื่อเต็มๆว่าอะไร

แต่สรุปคือมันคือการสอบวัดระดับแพทย์ครั้งแรก ถ้าสอบไม่ผ่านก็จะ

ไม่ได้ใบประกอบโรคศิลป์ คือมึงไม่สามารถรักษาคนได้นั่นเอง

เสือเลยต้องขุดตำราเก่ามาอ่านใหม่ แน่นอนว่าลืมไปเกือบหมดแล้ว

 

เสือว่าการเรียนหมอมันก็หนักนะ หลายคนบอกว่ามันสูญเสียชีวิตวัยรุ่นไป

เพราะเวลามีน้อย แต่เสือคิดว่าถึงจะเรียนหนักแค่ไหน เสือก็ไม่เคยพูด

เลยนะว่าไม่ไหว ถึงผลการเรียนเสือจะไม่ค่อยดีเท่าไร

(เออแต่ก็ดีขึ้นเยอะแล้วตั้งแต่ขึ้นปีสามมา คิดว่าเกรดคงเกินสามได้สักทีล่ะ)

แต่เสือก็ไม่เคยสอบตกนะ เพราะเสือก็ยังพออ่านหนังสือได้ถึง

จุดที่รู้แล้วว่าตัวเองไม่ตกแน่ๆ คือเสือว่าเสือก็ไม่รู้จะไปเรียนคณะ

อะไรแล้วถ้าไม่ใช่คณะนี้ เพราะเสือก็ไม่ได้เชี่ยวชาญอะไรเป็นพิเศษเลย

วาดรูปก็กาก เล่นดนตรีได้ก็ไม่เก่งขนาดนั้น ชอบเล่นพนันแต่ก็หมดตัว

หลายรอบแล้ว

 

บางทีความสามารถพิเศษคือเสือเรียนเก่งก็ได้นะ อย่างน้อยก็สามารถ

อดทนที่จะสอบเข้าและเรียนไหวได้ ถือว่าเป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่

คณะนี้ต้องการ เสือเลยจุดที่ต้องการมีอะไรดีๆที่สุดให้ตัวเองภูมิใจแล้ว

(จากคำคมจากซีรี่ส์เรื่องนึงที่บอกว่า มันต้องมีสักอย่างที่มีเราเท่านั้นที่ทำได้สิ)

 

เพราะตอนนี้เสือโคตรโอเคกับการเป็นตัวเองเลย คือถึงบางอย่างมัน

ทำลงไปมันจะแปลกๆ แต่เสือว่าเพราะเป็นเสือไงเลยทำแบบนั้น

หนทางข้างหน้าของการเรียนหมอคงไม่ง่าย และหนักกว่านี้อีกเยอะมาก

แต่เสือว่าเสือคงจะมีความสุขกับมันได้ เสือสามารถมีวิธีพักผ่อนให้ตัวเองได้

และเสือก็เชื่อว่าตัวเองจะเป็นหมอที่ดีได้ ถึงอุดมการณ์เสือจะไม่ใช่

พวกรักษาคนฟรี ช่วยเหลือคน (คนเราต้องกินต้องใช้)

แต่เสือทำงานคุ้มเงินเดือนแน่นอน และมีจรรยาบรรณพอจะไม่หา

ช่องทางส้นตีนที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนแน่นอนเช่นกัน

 

การเป็นเสือนี่มันก็ไม่ยากเลยนะ แต่คงมีแต่เสือเองที่อยากเป็นเนี่ยล่ะ

เสือว่าเสือขอพักไว้ตรงนี้แล้วกัน

 

ปล. เสือว่าหลังจากเสือชอบเพลง Solanin เสือก็ถูกชะตากับ Asian Kungfu generation มากๆ เสือว่าเสือจะติดตามฟัง

ปล2 เสือได้ดู Fantastic beasts และอ่าน the cursed child จักรวาลส่วนขยายของ JK. Rowling จบแล้ว เสือดีใจมากที่เกิดในยุคที่มี Harry Potter คือมันคือตำนานจริงๆ ทุกอย่างคือสิ่งที่ดีและมีผลต่อความรู้สึกเสือมากเหลือเกิน

ปล3 เสือชอบสกอสเปียสมาก แต่เสือผ่านการคัดสรรแล้วเป็นเด็กกริฟฟินดอร์นะ ถึงจะมีหลายคนสงสัยว่าเป็นสลิธีรินหรือเปล่าก็เถอะ ไม่ว่าหรอก เพราะเสือก็ยังสงสัยตัวเองเหมือนกัน

ปล4 เสือเพิ่งไปดูหนัง พรจากฟ้า มา เพราะว่าเสือชอบ นาย ณภัทรมาก หลังจากไปดอนเมืองแล้วได้ดูโฆษณา King power ที่เค้าเล่นบ่อยๆ นายหล่อมาก หล่อชนิดที่ว่าเสือไม่สามารถมองเค้าแล้วไม่ยิ้มได้เลย ถึงเสือจะไม่ใช่แฟน GTH , GDH แต่เสือว่า พรจากฟ้า ทำให้เสือรู้สึกอยากจะตื่นเต้นและฉลองปีใหม่บ้าง หลังจากที่เฉยๆกับเทศกาลนี้มาสักพักแล้ว 

เลข 2

posted on 24 Oct 2016 18:11 by seaukun in Dairy

Whatever – Oasis

เสือกลับมาฟังโอเอซิสวงโปรดเสือเพื่อต้อนรับหนังสารคดีวง

Oasis : Supersonic ซึ่งเสือกำลังจะไปดู ความจริงเสือมักจะฟังวงนี้ผ่านๆ

แต่พอมานั่งฟังจริงจัง เสือรู้สึกว่าเพลงโอเอซิสที่ดังๆส่วนใหญ่มีแต่เพลงให้กำลังใจนะ

ให้กำลังใจแบบดิบๆ ตามสไตล์ชีวิตคนแต่งเพลง เสือว่าฟังแล้วเหมาะกับเสือดี

 

บล็อกที่ผ่านมาของเสือเป็นบล็อกที่สบายแบบชิบหายวายวอด เสือว่างแบบหาหนังมาดู

เล่นเกมส์ ทำบ้าทำบอสิ่งไร้สาระต่างๆมากมาย ตื่นสายก็เข้าเรียนสายๆ

สอบก็คะแนนไม่แย่ทั้งๆที่อ่านไม่เยอะเท่าไร แต่ช่วงเวลาดีๆนั้นจะผ่านไปแล้ว

เสือคงต้องกลับสู่สภาพเดิมแล้วล่ะ

 

แต่ความสบายก็ดีอย่างนะ มันทำให้เสือไม่เครียดเท่าไร เสือเลยไม่คิดถึงบ้าน

แบบอาการหนักอย่างบล็อกก่อน แถมได้ศึกษาสิ่งที่ตัวเองสนใจไปเรื่อยๆ

เสือได้โอกาสหาหนังในตำนานมาดูตั้งสามเรื่องแน่ะ คือ Frankenstein 1931

(ดูแล้วรู้เลยว่า frankenweenie ได้ทำหนังแบบคารวะต้นฉบับมากๆ เสือเห็น

ฉากกังหันลมล่ะขนลุก ฉากเล่นกับเด็กก็ดี) Metropolis (หนังเงียบที่เล่นใหญ่มาก)

และ The cabinet of Dr.Caligari (ทุกฉากในหนังคือตำนาน)

 

ความจริงอยากหาพวกหนังสยองขวัญขาวดำพวกแดรกคูล่า คิงคอง มาดูนะ

แต่ติดที่ว่าร้านเช่าหนังแถวหอไม่มี งั้นก็เก็บไว้ก่อนแล้วกัน

 

เนื่องจากคาดว่าตัวเองในวันเกิดจริงๆเสือคงไม่มีเวลาอัพ เสือเลยอัพช่วงที่ว่างคือ

ตอนนี้เลยแล้วกัน เสืออายุครบ 20 ในปีนี้ ซึ่งเสือตื่นเต้นมาก ความรู้สึกคงมาก

กว่าตอนอายุ 18 ขึ้นมาหน่อยที่เลือกตั้งได้แล้ว

 

เสือบอกตัวเองหลายครั้งว่า เสืออาจจะไมมีวันอายุครบ 20 เพราะการกระทำ

ของเสือมันเสี่ยงต่อชีวิตในหลายๆเรื่อง และชีวิตเสือก็ขึ้นๆลงๆแบบสุดเหวี่ยง

แปลกๆ ทำให้เสือเผลอคิดว่าเลข 20 ที่ใกล้เข้ามามันก็น่ากลัวไม่ใช่น้อย

เรื่องนี้คงเป็นกันเกือบทุกคน ที่เราจะพบว่าพออายุเริ่มเข้าสองหลักที่นำหน้าด้วย 1 นั้น

มันเป็นช่วงเปลี่ยนของชีวิตในหลายๆเรื่อง

 

ซึ่งเสือก็เช่นเดียวกัน ชีวิตเสือเปลี่ยนไปค่อนข้างเร็วในแต่ละปี เสือจะค้นพบชีวิต

เสือมันค่อยๆปรับส่วนที่เสือไม่ชอบออกไป และเป็นคนแบบที่ตัวเองชอบ

มากขึ้นเรื่อยๆ นับเป็นหนึ่งในความภูมิใจของเสือ เสือชอบตอนนี้

และคิดว่าปีหน้าเสือคงชอบตัวเองมากขึ้นอีก

 

เมื่ออายุนำหน้าด้วยเลข 2 ก็ดูเหมือนว่าเราก้าวเข้าสู่ชีวิตผู้ใหญ่มากขึ้นไปอีก

เสือว่าช่วง 20-30 นี่เสือคงจะมีความสุข เพราะตอนนี้เสือฝันอยากเห็นอนาคตตัว

เองจริงๆ เสือว่าเสือคงจะทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ และ ทำได้ดีด้วย

เพราะฉะนั้นเสือคงจะมีความสุข

 

ความฝันตอนนี้ของเสือก็คง เที่ยวตามรอยหนังแบบบ้ารอบโลก มีเงินใช้ตา

ความต้องการ มีคอนโดติดแม่น้ำเจ้าพระยาแถบเจริญกรุง และมีเวลาพักผ่อน

หายใจบ้างอย่างมีความสุข เสือชอบสัญชาตญาณตัวเอง ชอบการตัดสินใจของตัวเอง

ถึงเสือจะผิดพลาดไป แต่เสือก็สามารถได้ประโยชน์จากสิ่งที่ผิดพลาดได้เสมอ

 

มีคำพูดเลวร้ายของเสือที่เสือพูดบ่อยๆว่า คนอย่างเสือไม่เคยทำอะไรโดยไม่หวังผล

แต่ผลจะเป็นอย่างไร เสือก็รับได้หมด

 

ปีนี้เสือเลยขออวยพรให้ตัวเองว่า ขอให้เชื่อสัญชาตญาณตัวเอง

และ มีความสุขมากๆนะ

 

อุตส่าห์มีชีวิตได้ถึงอายุ20 ไม่เก่งแล้วให้เรียกว่าอะไร

 

ปิดบล็อกเสือได้ไปซื้อกล้องคอมแพ็กราคาถูกเพื่อเตรียมไปญี่ปุ่น

ด้วยการหักเงินเดือนตัวเองไป ทำให้เดือนนี้เสืออดอยากมากใช้เงินวันละร้อย

แถมยังต้องเปย์บ็อกเซ็ต Make it right เพื่อมาดูคอนเสิร์ตที่มีในแผ่นอีก

 

เสือไม่ได้ไปเที่ยวไหนมาก โชคดีบังเอิญเจอแลนด์มาร์กน่าสนใจ

เลยไปโผล่ที่ เจริญกรุง 72/5 ถ้าคนอยู่แถวนั้นคงจะคุ้นเคยว่าเป็นที่อยู่

ของโรงงานยาสูบเก่า และ สุสานฝรั่ง

 

http://pantip.com/topic/34462437 ต้องขอบคุณกระทู้นี้มากๆค่ะ

 

ความจริงฝนก็เปาะแปะมาตั้งแต่เสือลงที่สะพานตากสิน ข้ามมาขึ้นรถสาย 1

(สายรักสายชังของเสือ) ที่ถนนสาธรใต้ แล้วก็ไปลงหน้าวัดราชสิงขร

ก่อนจะเดินย้อนกลับมา (เสือลงเลยไปป้ายนึง) และฝนก็โครมลงมาหนักมาก

เลยต้องไปหลบหน้าธนาคารทหารไทย รอฝนซาสักพักก็แวบเข้าไปในสุสาน

 

ขึ้นชื่อว่าเป็นสุสานแต่ก็ไม่น่ากลัวเท่าไร แม้ว่าท้องฟ้าจะครึ้มฟ้าครึ้มฝน

และมีแค่เสือคนเดียว เสือได้โอกาสลองกล้องใหม่เสียหน่อย และพอดูสภาพรูปแล้ว

เสือว่าตัวเองไม่สมควรซื้อกล้องแพงน่ะถูกแล้ว

 

 

เสือชอบโรงงานยาสูบที่เป็นฉากหลังจัง 

 

 

เห็นชิงช้าสวรรค์เอเชียทีคด้วย

 

การมาเที่ยวครั้งนี้เสือรู้สึกชอบเจริญกรุงแถบถนนตกมากขึ้น จากเดิมที่มีอคติ

นิดหน่อยเพราะตอนเดินไปสะพานกรุงเทพมันไกล (อคติเชี่ยไรเนี่ย)

ขากลับเสือก็นั่งรถเมล์มาลงหัวลำโพง เหมือนว่าตอนผ่านคอนโดเดอะรูมดูท่าจะ

สร้างเสร็จแล้วสวยเชียว

 

รู้สึกตื่นเต้นที่สองปีหน้าจะได้มา elective ที่เลิดสิน (ถ้าเสือไม่ทำตัวมีปัญหาก่อนนะ)

เสือจะได้ลองใช้ชีวิตแถบนั้นจนพอใจ

 

วันนี้เสือไม่อัพมากล่ะกัน เสือไม่ค่อยมีอะไรเท่าไรเลย

 

ปล.เดือนหน้าเสือจะไปทำพาสปอร์ตไปญี่ปุ่น กับสอบใบขับขี่มอไซค์ได้แล้ว

Lost in the dream

posted on 26 Sep 2016 22:45 by seaukun in Dairy

ห้องกระจก - Safeplanet

เพลงใหม่ของวงโปรดเสือ โชคดีเคยได้ดูสดอยู่ครั้งนึง

งานแคททรีเชิ้ต

 

เสือเพิ่งผ่านบล็อก Reproductive หรือระบบสืบพันธุ์

เสือพูดได้ว่านี่อาจเป็นบล็อกที่สาหัสสำหรับเสือบล็อกนึง

 

ไม่ใช่เพราะเรียนหนัก แต่กิจกรรมหนักค่อนข้างมาก 

ไม่ว่าจะเป็นรับน้องขึ้นดอย + กิจกรรมมากมายของคณะ 

เสือออกจะชอบกิจกรรมรับน้องขึ้นดอย เพราะเสือว่ามัน

ก็ดูเป็นความสามัคคีรูปแบบนึง ซึ่งอาจจะไม่ได้ต้องพูดออก

มาดังๆ แต่มันคล้ายๆแบบเราได้ร่วมมือร่วมใจกับอะไรสักอย่าง

 

เสือได้วิ่งขึ้นดอยพร้อมกับน้องด้วย แต่เป็นความคิดที่ผิดมาก

เพราะตั้งแต่เสือมีรถมา เสือก็แทบไม่เดินไปไหนอีกเลย ไม่ว่า

จะแค่เซเว่นตรงหอ ห่างประมาณ 300 เมตรเสือก็ขี่มอไซค์ไป

จนเพื่อนแสนเอือมระอากับสภาพเดินไม่ได้ของเสือ 

 

การวิ่งขึ้นดอยทำให้เสือรู้ว่า ถึงจะมีกำลังใจฮึกเหิมเท่าไร

ก็ไม่ได้ทำให้กำลังกายที่ห่วยแตกมันพร้อมขึ้นเท่าไร เสือขาตะคริว

แดกไม่รู้กี่ครั้ง และตายห่าตอนกลับจากดอย ขาเดี้ยง เดินไม่ได้จริงๆ

ไปสามวัน

 

ที่บอกว่าหนักคงไม่ได้หมายถึงกิจกรรมไปซะทีเดียว แต่เสือว่ามัน

เป็นการทำงานร่วมกับคนอื่นต่างหาก

 

เสือเข้าใจว่าคนเราไม่เหมือนกัน แต่เสือไม่ค่อยโอเคกับคนที่

ตัดสินใจอะไรไม่ค่อยเด็ดขาดจะมาเป็นหัวหน้า หรือคนนำงาน

เพราะมันทำให้งานช้าลงมากๆ ความลำบากใจของเสือคือการอดทน

ไม่เข้าไปก้าวก่ายการตัดสินใจของเขา เพราะเสือมักจะชอบเตือนเสมอ

ว่า เห้ยงานนี้ยังไม่ได้ทำนะ เดี๋ยวเราต้องทำอย่างนี้่ต่อใช่ไหม

 

เสือคิดเอาเองว่างานที่เสือจะมีความสุขกับการทำคือ เสือต้องได้ทำคนเดียว

ไม่ก็เสือเป็นหัวหน้า 

 

เสือว่าทุกคนคงมีความรู้สึกเดียวกัน ว่าไม่อยากทำงานกับคนที่ทำงาน

คนละแบบกับเราเลย และยิ่งเราเข้าข้างตัวเองว่าเราทำงานดีมากๆแล้ว

 

วิธีแก้ทำไงดีให้เสือไม่ต้องคิดอะไรวุ่นวาย คงเป็นเสือต้องทำหน้าที่

ผู้ตามที่ดี ที่ดีมากๆ รอคำสั่งอย่างเดียว ถ้าไม่สั่งแล้วงานมันล่ม หรือ

ไม่ไปถึงไหนเสียที เสือว่าเสือคงไม่เดือดร้อนเท่าไร แบบนี้ใช่ไหมที่

เค้าเรียกว่าปล่อยวาง 

 

สำหรับงานชมรมดนตรีที่เสือทำอย่างหนักหน่วงเมื่อปีก่อน เสือว่า

ปีนี้เสือคงไม่อยากจะแคร์อะไรอีกแล้ว เสือไม่ชอบการทำงานแบบ

ไม่วางแผนล่วงหน้า และ การที่ไม่เคยเห็นคุณค่าของสิ่งที่ผู้อื่นทำ

 

เสือไม่อยากบ่นเยอะเลย เพราะบ่นเยอะกลับมาอ่านก็ดูลบมากๆ 

ชีวตเสือคงหดหู่ แต่เอาจริงๆนะ เสือว่าเสือคงไม่อาจหดหู่ได้เท่า

กับช่วงเดือนกว่าๆที่ผ่านมาได้แล้ว 

 

เพราะเสือมีปัญหาในการทำงานกับคนที่เสือไปด้วยไม่ได้ เพราะทั้ง

สภาพบรรยากาศ และทัศนคติของหลายๆอย่าง ทำให้อาการโฮมซิก

ของเสือกำเริบแบบหนัก หนักกว่าครั้งไหนๆ ประมาณว่าที่แห่งนี้ไม่ใช่

ที่ของเรา 

 

เสือไม่ได้ไม่ชอบเชียงใหม่นะ แต่เสือว่าเกือบทุกอย่างมันไม่สามารถ

ทำให้เสือมีความสุขได้เลย ไม่ว่าจะเป็นสังคม อาหารการกิน ต่างๆนานา 

 

เสือขังตัวเองไว้ในห้อง ไม่ใช่เพราะแค่อยากอยู่สบายใจคนเดียวเหมือน

แต่ก่อน แต่เป็นอารมณ์ที่ไม่อยากทำอะไรเลย คนก็ไม่อยากเจอ เสือ

พยายามทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นโดยพาตัวเองไปหาอะไรดีๆกิน แต่เสือกลับ

รู้สึกว่างเปล่า บางทีเสืออาจจะมาถึงจุดเน่าหนอนของชีวิตอย่างที่สุดแล้ว 

 

เสือโทรไปคร่ำครวญกับเพื่อนๆ ครอบครัว ว่าเสืออยากหาหมอ อยากเอายา

มากินให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น แต่ก็ถูกห้ามปรามเพราะยามันยากที่จะรับรองผลได้

แถมผลข้างเคียงก็เยอะ 

 

เสือทนทรมานใจอย่างหนักไปประมาณอาทิตย์กว่าๆ ก่อนจะเริ่มใช้วิธี

หลีกหนีความจริง สิ่งที่ทรมานใจเสือไม่ใช่อดีต แต่เป็นปัจจุบัน อดีตเป็นสิ่ง

ที่กลับไปทำอะไรไม่ได้ เสือจึงเลือกจะจินตนาการไปถึงอนาคตเพื่อให้ตัว

เองยังมีความหวังบ้าง 

 

เสือคิดจริงจังเกี่ยวกับอนาคตว่า เสือเรียนจบแล้วเสือจะทำอะไรต่อ

เรียนต่อ ทำงาน หรืออะไร และพบว่าพอได้ว่าแผนชีวิตตัวเองคร่าวๆ

เสือว่ามันมีความสุขขึ้น เพราะเสือยังเชื่อว่าเสือยังมีอนาคตที่ดีได้ 

 

เป้าหมายหลักของเสือคือ 

1.รีบออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด (คือเรียนหกปีจนจบ และไปทำงานหรือ

เรียนต่ออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่) 

2.ทำงานมีเงินใช้สบายๆ 

3.มีคอนโดติดแม่น้ำเจ้าพระยา 

4.ไปตามรอยหนังในประเทศต่างๆด้วยเงินของตัวเอง

5.อยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุข 

 

เสือเล่าให้แม่ฟัง แม่บอกว่าเสือพูดแบบนี้เหมือนตัวเองรู้สึกผิดที่

เลือกมาเรียนที่นี่เลย ซึ่งเสือก็คิดงั้นจริงๆ (ย้อนไป 2 ปีก่อน เสือดีใจ

ที่ได้มาเรียนเชียงใหม่มาก) แต่เสือไม่ได้คิดเลยนะว่าการมาเรียนที่นี่มันเสียเวลา

เสือว่าเสือได้อะไรจากที่นี่มากๆ มันทำให้เสือรู้จักตัวเองมากกว่าที่เคยรู้จัก

รู้ว่าตัวเองสามารถทำอะไรได้บ้าง และภูมิใจในตัวเองมากกว่าที่เคยภูมิใจ

แค่เพียงแต่ว่าเสือได้รับมันมากพอแล้วก็เท่านั้น

 

เสือบอกแม่ว่า ถึงเสือจะอยากกลับไปแค่ไหน แต่ตอนนี้สิ่งที่เสือจะทำคือ

เต็มที่กับปัจจุบันให้ได้มากที่สุด ใช้เวลาที่นี่ให้น้อยที่สุด เพื่อจะได้กลับบ้าน

แม่บอกว่ามันคงเป็นเรื่องที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว การที่เราไม่เหมาะกับที่ไหน

ไม่ใช่ว่าที่แห่งนั้นไม่ดี แต่แค่เราไม่ได้โตมากับที่นั้น จนเราชินและ

มีความสุขกับมันได้

 

อ๋อ เสือกำลังจะพูดต่อไปคือ เรื่องการต่อเฉพาะทางของเสือนั่นเอง

ความจริงเสือคิดเรื่องเฉพาะทางมาสักระยะแล้ว ถึงเสือจะอยู่ปีสาม

และยังไม่ขึ้นวอร์ด (คือไม่มีความรู้เลยว่าแต่ละวอร์ดเราจะได้เจอกับอะไร)

แต่คงเพราะเสือมีเพื่อนที่เรียน 4 ปีจบหลายคน คนที่เรียน 4 ปีจบคง

เข้าใจว่าตอนปี 3 คือเป็นช่วงเวลาที่กระตือรือล้นเรื่องการทำงานหลัง

เรียนจบมากๆ เพราะใกล้จะจบแล้ว เสือเลยพลอยได้รับอิทธิพลไปด้วย

ในตัว เนื่องจากบรรยากาศของเพื่อนเข้ารุมล้อม

 

เสือเคยสนใจในหลายๆเฉพาะทางมาก ไม่ว่าจะเป็น นิติเวช ศัลย์

เด็ก จิตเวช แต่ด้วยข้อจำกัดมากมายที่เสือได้รับข้อมูลมา เสือจึง

ไม่แน่ใจว่าตัวเองสามารถไปในทางนั้นได้จริงๆหรือไม่

 

สำหรับตรงนี้ เสือพูดแบบตรงๆ เหตุผลตามจริง ไม่ขอใช้ความคิด

ประเภทหมอต้องเสียสละ อะไรทำนองนั้นมาพูด

 

โอเคต่อ

 

สำหรับวอร์ดใหญ่ๆอย่าง สูตินรีเวช กุมารเวช ศัลยแพทย์

อายุรเวชศาสตร์ เป็นสาขาที่เรียนต่อเฉพาะทางแล้วได้ค่าตอบ

แทนที่ดี (เสือพูดรวมๆนะ เสือยังไม่รู้แน่ชัดเท่าไร แต่รู้จาก

รุ่นพี่ว่าสาขาพวกนี้คนแย่งกันเข้ามาก) เนื่องจากเป็นที่นิยม

การเรียนต่อจึงเป็นไปยาก ต้องใช้เส้น(หลายคนคงเคยได้ยิน

เสือไม่อะไรหรอกนะ แต่แค่จะบอกว่าในตระกูลเสือไม่เคยมี

ใครเป็นหมอคนมาก่อน ไม่มีเส้นใดๆทั้งสิ้น) ความเก่ง โอกาส

และอื่นๆอีกมากมายที่เสือรู้ดีว่าคงยากมากสำหรับเสือ  

 

งั้นข้ามสาขาเหล่านี้ไป (เสริมๆ สาขาที่นิยมอื่นๆ คือพวกผิวหนัง

จักษุแพทย์ เสือขอข้ามเพราะไม่มีความสนใจ) เสือเลยสนใจสาขา

ขาดแคลน (ที่ขาดแคลนอาจเป็นเพราะค่าตอบแทนน้อย เสี่ยง 

เครียด ยาก) สาขาขาดแคลนจากการที่ศึกษามา (ในตอนนี้ อนาคต

อาจมีการเปลี่ยนแปลง) มักจะไม่ต้องใช้ทุนก่อนเข้ามาเรียน 

 

ปกติแบบไม่ซับซ้อน คือเรียน 6 ปี - ใช้ทุน 3 ปี - ต่อเฉพาะทาง 

ความจริงมีหลายทางเลือกกว่านี้ แต่ก็แข่งขันสูงเหมือนกัน 

 

อ่ากลับมาต่อกับแพทย์สาขาขาดแคลน ไม่ต้องใช้ทุนก่อนคือ

เค้าให้เราเรียนไปพร้อมๆกับใช้ทุนได้เลย สรุปคือสมมติเราเรียน

จบ 6 ปี - ใช้ทุน+เรียนเฉพาะทาง 3 ปี เราจะจบเร็วกว่าปกติ 

 

น่าสนใจมาก ไม่ใช่ว่าเสือไม่อยากใช้ทุนนะ แต่จากการได้ยิน

ข่าวคราวการเลือกโรงบาลใช้ทุนผิดคิดจนตัวตายมันทำให้เสือ

ไม่สบายใจมากๆ (ควรแก้ที่ระบบ) เสือยินดีทำทุกอย่างตามขั้น

ตอนที่เค้าวางไว้ และ ถ้าเสือเลือกต่อเฉพาะทางสาขาขาดแคลน 

เสือจะมีโอกาสได้กลับบ้านเร็วขึ้นมากๆ เพราะสามารถเรียนต่อเฉพาะทาง

ที่กรุงเทพได้ด้วย (เสือแอบเล็งโรงบาลที่สนใจไว้แล้ว ไว้ปีสี่จะลอง

ไป elective ดู)(elective คืออารมณ์แบบไปศึกษาดูงาน)

 

พอได้ความคิดแบบนี้เสือก็มีกำลังใจเรียนมากๆ และสาขาที่เสือสนใจ

เอาเข้าจริงเสือไม่เคยสนใจจะทำเลย เพราะความเสี่ยงสูง แต่พอ

เสือรู้จักตัวเองมากขึ้น เสือคิดว่าตัวเองน่าจะทำได้ (ทุกอย่างเป็นการ

คาดคะแน เพราะเสือยังไม่ได้สัมผัสของจริง) นั่นคือเวชศาสตร์ฉุกเฉิน

หรือ ER

 

คงเพราะมันเครียด เลยเป็นสาขาขาดแคลน แถมดูการเติบโตด้าน

หน้าที่การงานจะน้อยกว่าสาขาอื่น แต่เสือว่าโอเค เสือไม่ค่อยได้คิด

จะเป็นจุดสูงสุดของอาชีพนี้หรอก (ถ้าจะเป็นยอดจริงๆ เสือคงเลือก

ทำอย่างอื่นเสริมดีกว่า) เสือว่าบุคลิกและลักษณะการทำงานเสือ

น่าจะพอไหวกับสายนี้

 

มันอาจจะเป็นอนาคตที่ดูไกล แต่ทำให้เสือมีกำลังใจมากๆเลย

เสือเห็นตัวเองประสบความสำเร็จในความคิดแบบนี้ เสือก็พอมี

ความสุขขึ้นมาได้บ้าง มันเป็นเรืองธรรมดาใช่ไหม

 

เออมีเรื่องมาเล่าให้ฟัง ไม่ได้น่าภูมิใจนะ แต่แค่เล่าให้ฟัง

และเตรียมโดนด่าเรียบร้อยแล้ว

วันนี้อาจารย์ถามในห้องว่า ใครจบไปทำรพ รัฐบ้าง คำตอบคือ

เพื่อนๆ 70% ยกมือขึ้น และอาจารย์ถามต่อว่าแล้ว รพ เอกชนล่ะ

มีประมาณ 10% ที่ยกมือ (ที่เหลืองดออกเสียง 555) ซึ่งเสืออยู่ใน

อี 10% นี้ล่ะ

 

เสือคงอ่านพันทิปมาเยอะ เลยรู้ว่าจะมีคนพูดอย่างไร และตอนยกมือ

เสือแม่งก็ยกจนสุดแขน คำอธิบายสั้นๆของเสือคือ ถ้าเราทำงานเต็มที่

ไม่ขัดกับศีลธรรม ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ก็เป็นสิ่งที่โอเคแล้ว และ

คนเราต้องกินต้องใช้

 

เปลี่ยนเรืองนะ พูดแต่เรื่องหมอๆมาเยอะแล้ว

 

สรุปเสือได้ไปญีปุ่นแบบ 100% แล้ว เพราะจองตั๋วแล้ว

ถ้าจะไม่ได้ไปก็คงเพราะเสือตายก่อน ค่าตั๋วขนาดนั้นคงไม่

สามารถทำให้เสือเปลี่ยนแผนไปได้

 

ตอนแรกเสือคิดว่าคงไม่ได้ไปแล้ว เนื่องจากปัญหามากมาย

และทางบ้านก็ไม่ให้ไปคนเดียวด้วย แต่เพื่อนเสือตอนมอปลาย

ดันว่างพอดีช่วงปีใหม่ เราเลยได้ไปด้วยกัน

 

เสือดีใจมากนะ เพราะมันคงเป็นของขวัญวันเกิดปีที่ 20 ของเสือ

ที่ดีที่สุดสำหรับเสือเลย (เสือให้พ่อออกค่าตั๋วเครื่องบินอย่างเดียว

ค่าเที่ยวทั้งหมดเสือออกเอง เปย์ตัวเอง) เพราะเสือคิดถึงนานะ จาก

เรื่อง Nana มังงะสุดโปรดตลอดกาลของเสือที่บอกว่า ซือตั๋วไป

โตเกียวเป็นของขวัญวันเกิดครบรอบ 20 ปีของตัวเอง เสือเลยว่าตัวเอง

ต้องมีแพลนไปสถานีรถไฟโตเกียวด้วย เพื่อข้ามทางม้าลายหน้าสถานี

(ได้ไปฤดูหนาวเหมือนในมังงะด้วยอึ้ยยย)

 

แพลนเสือไม่มีอะไรมาก เอาแต่ตามรอยหนัง กับช็อปปิ้ง

เสือว่าไปเที่ยวมาแล้ว คงเอาเขียนรีวิวสนุกเลยทีเดียว

 

เสือเพิ่งกลับมาจากบ้าน เสือกลับบ้านทุกบล็อกเลย และก็เก็บรูป

มาฝากอีกตามเคย เสือเริ่มคิดเรื่องจะซือกล้องแล้ว เพราะกล้องมือถือ

เสือเริ่มกาก แต่เสือก็ไม่ได้ชอบถ่ายรูปขนาดนั้น เป็นพวกถ่ายไว้เอาไว้ดู

ว่าตัวเองไปมาแล้วมากกว่า งั้นเสือควรจะเปลี่ยนมือถือใหม่ง่ายกว่า เพราะ

มือถือเสือก็เริ่มใกล้พังแล้ว

 

เสือไม่เคยไม่ไปเจริญกรุงบ้างไหม ตอบ ไม่เคย

กลับมาที่สะพานตากสินอีกแล้ว ย่านที่เสือรักมากที่สุดในกรุงเทพ

 

วิวตึกสวยสู้ที่มองจากสะพานกรุงเทพไม่ได้เลย แต่บรรยากาศดีกว่า

สะพานกรุงเทพไว้เสือแวะไปคราวหลังแล้วกัน

 

กว่าจะได้รูปนี้มารอรถไฟฟ้านานมาก ไม่ใช่ว่ามันไม่ค่อยมานะ

แต่มือถือจับภาพช้า เลยได้รูปพอดียาก และนี่คือพอดีที่สุดเท่าที่ทำได้

 

เสือชอบแต่งภาพแบบให้มันดูแห้งแล้ง สีน้อยๆ ดูแล้วไม่ค่อยเจริญหู

เจริญตาเท่าไรเลยว่าไหม

 

อีกที่ที่รู้จักมานาน แต่ไม่เคยได้ไปแบบจริงจังเสียที

คือสวนลุมพินี เอาจริงๆแค่อยากไปตามรอยซีรี่ส์ Make it right

ที่น้องรถถังกับพี่นายมาปั่นเรือเป็ดกัน (เออเสือก็เกือบลงไปปั่นคนเดียว

แล้ว แต่เวลามันน้อยเกินตอนนั้น)

 

เป็นสวนสาธารณะกลางเมืองทีสวยมากๆ 

 

ล่าสุดเสือเพิ่งดูเรื่อง Shin godzilla กับ Sally มา ประทับใจทั้งคู่

ปีนี้เสือไม่ค่อยมีหนังประทับใจเท่าไร แต่สองเรืองนี้โดนใจเสือมากๆอยู่

เสือเริ่มชอบหนังที่คนเราสามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบ และผลออกมาดี

จริงๆ สำหรับกัปตัน Sally เสือดูแล้วเสือว่าเสือนับถือเค้ามากจริงๆเลย

 

เรื่องสุดท้ายก่อนจากลา เสือลองไปทำแบบทดสอบมาช่วงนี้

คัดสรรเข้าบ้านในฮอกวอตส์ Pottermore - กริฟฟินดอร์

ผู้พิทักษ์ - กวางสาว (รู้สึกถึงความอ่อนโยนในตัวเองเลย)

และ MBTI ของเสือเปลี่ยนแล้วจาก INFP เป็น INFJ

 

ตอนทำเสือก็รู้แล้วนะ เพราะจากการผ่านงานมาอย่างโชกโชน

เสือค่อนข้างเข้มงวดกับงานพอควร ต้องวางแผน ไม่เอาแล้วแบบ

เดี๋ยวค่อยคิด เดี๋ยวตอนนั้นก็รู้เองว่าต้องทำไง ผลคือเสือเสีย P ไป

ลาก่อนบุคลิกแบบ ลุค สกายวอคเกอร์ อามิลี และพระเอกทุกสถาบัน

ของเสือ

 

ไปอ่านมากเค้าว่า INFJ เป็นบุคลิกที่หายากที่สุด และมาพร้อมกับ

ความสามารถพิเศษที่คนอื่นไม่มี เสือก็จะรอดูเหมือนกันว่ามันคืออะไร

การนอนได้ตลอดเวลางั้นเหรอ น่าคิดเหมือนกัน

 

โอเคเสือต้องไปนอนแล้ว บล็อกนี้เรียนง่ายมาก

แต่เสือไม่ค่อยถูกกับเรื่องง่ายๆ นามธรรมจับต้องไม่ได้

เสือคงได้เกรดห่วยแตกแน่เลย  

 

 

โคตรโอเค

posted on 22 Aug 2016 04:50 by seaukun in Dairy

ลองคิดดู - Anything else?

เสือฟังเพลงนี้เป็นร้อยรอบแล้ว เสือว่าเมโลดีมันติดหูดี 

 

เสือเพิ่งสอบเสร็จ จากบล็อกต่อมไร้ท่อเรียนเกี่ยวกับ

ฮอร์โมน ซึ่งเสือแทบไม่ค่อยเครียดเพราะตอนมอหกเคย

ได้ท็อปตอนสอบเรื่องฮอร์โมน 

 

แต่เอาจริงๆมันก็ไม่ได้ง่ายนักหรอก แต่เสือเกลียดความ

ไม่ยากของมัน เพราะคนอื่นจะทำได้ และเสือจะทำได้น้อย

กว่าเค้า 

 

บล็อกนี้เสือมีเรื่องต้องคิดมากมาย เอาตั้งแต่เรื่องแรก

แล้วกัน คือเรื่องกิจกรรม 

 

เพราะใกล้เปิดเทอมของน้องปี 1 ที่เพิ่งเข้ามาใหม่

ปี 3 อย่างเสือเลยต้องมีกิจกรรมรับน้องกันค่อนข้างเยอะ

เสือก็ไม่ได้ทำอะไรพิเศษ นอกจากขนของ เล่นดนตรี 

เทคน้องไปตามเรือง

 

รู้ไหมพอขึ้นปีสาม สำหรับคณะอื่นที่เรียน 4 ปี 

ปี 3 คงเป็นปีที่โตมากแล้ว แต่สำหรับเสือที่เรียน 6 ปี 

ก็ยังไม่รู้สึกตัวเองใกล้วัยที่ต้องออกไปเผชิญกับโลกแห่ง

การทำงานจริงๆเท่าไร แต่เรื่องแก่นี่รู้สึกนะ เพราะตอนนี้เสือ

ก็แก่สุดในชั้นพรีคลินิกแล้ว 

 

ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากจะบอกว่ารุ่นน้องต้องตาต้องใจ

เสือเหลือเกิน ทั้งน้องๆปี 2 กับน้องปี 1 

 

เสือนี่ตามกรี๊ดรุ่นน้องเป็นป้าแก่ๆ ไล่ส่องเด็กๆกับเพื่อน

โอ้ยรุ่นน้องคณะเสือทำไมงานดีงานละเอียดแบบนี้ได้

ทำพี่ชุ่มชื่นหัวใจจังเลย พี่มองไม่เห็นคณะอื่นอีกเลย 

 

น้องสายรหัสเสือคนนึงหล่อมาก ตอนแรกเสือจะมานั่ง

ตบตีกับเพื่อนเรื่องแย่งน้อง เพราะน้องหล่อเสือหวง 

สุดท้ายตอนนี้คงต้องไปตบตีกับทั้งคณะ เพราะมีคนมา

จีบเค้าเยอะเหลือเกิน ไหนจะมาขอให้เป็นหลีดอีก 

โชคดีที่ไม่เป็นนะ พี่โคตรหวงเลย 

 

วันแรกที่เฉลยสายรหัส เสือก็ซื้อขนมเต็มที่ ไปเปย์น้อง

ผลคือสัสเอ้ยน้องเค้ากลัวกูเลย แต่หลังๆน่าจะหายกลัว

แล้วมั้ง เพราะเสือเริ่มรักษามาด และนอนมากขึ้น 

 

มีรุ่นพี่สายรหัสเสือถามน้องเค้าว่า มีแฟนยัง น้องเค้าตอบ

เสียงดังมากว่า ไม่มีครับ 

เสือแทบจะถามต่อว่า แล้วอยากมีไหม แต่ถ้าทำแบบนั้น

เสือคงต้องมีเรื่องกับสายรหัสเสืออีก เพราะสายรหัสเสือ

ก็ชอบน้องทั้งนั้น 

 

ไม่เป็นไร เฝ้ามองแบบห่างๆ อย่างห่วงๆดีกว่า

 

ถ้ากิจกรรมเป็นเรื่องไปส่องน้องๆก็เป็นผลพลอยได้ที่ดีมาก

แต่สิ่งที่เสือเรียนรู้บางอย่างคือ เสือแม่งโคตรยึดตัวเองเป็น

ศูนย์กลางเลย 

 

เสือคิดว่าตัวเองเป็นคนมีความรับผิดชอบ ทำงานดี การทำงาน

ของเสือจะเน้นผล วิธีการอาจจะไม่ราบรื่นขนาดนั้น แต่ผลมันค่อน

ข้างดี และตอนนี้เสือก็เชื่อแบบนั้นอยู่ ทำให้การทำงานหลายครั้ง

ของเสือ เสือจะหงุดหงิดมาก ถ้าเห็นคนทำงานแย่ๆ แบบไม่รู้จักคิด

เอาแต่ความต้องการตัวเอง เสือจะคิดโกรธๆว่า ถ้าคนที่ทำงานด้วยกัน

มีแต่คนแบบเราก็ดีสิวะ งานแม่งคงออกมาดีกว่านี้

 

เสือแค่อยากระบายไม่มีอะไรหรอก

เสือเคยได้ยินหลายครั้งมาก ว่าคนเรามักอยากกลับไปเป็นเด็ก

เพราะโลกของผู้ใหญ่มันโหดร้าย ตรงข้ามกับเสือ เสือว่ายิ่งโตขึ้น

เสือยิ่งชอบตัวเอง เสือว่าการโตเป็นผู้ใหญ่จากการวัดที่ความรับผิดชอบ

เป็นสิ่งที่ดีมาก การโตเป็นผู้ใหญ่ของเสือคือ ความรับผิดชอบมากขึ้น 

มีเหตุผลมากขึ้น นั่นคือเสือว่าดี 

 

และการทำงานไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนมักจะเกิดปัญหาถ้าคนไม่มีความ

รับผิดชอบ เสือไม่อยากใช้คำว่าทำตัวไม่รู้จักโตนะ แต่ถ้ารู้จักคิดมากกว่านี้

ก็จะรู้เองว่าควรทำหรือไม่ควรทำ ก่อนหน้านี้นิดเดียวที่เสือชอบทำตัวตาม

อารมณ์ และต้องมานั่งคิดทีหลังว่า เห้ยตอนนั้นแม่งชั่ววูบว่ะ มันทำดีกว่านั้น

ได้นะเว้ย และพอเอาเหตุผลมายึดจริงๆ เสือกลับไปคิดว่า ที่กูทำตอนนั้นแม่ง

โคตรถูกต้องเลยว่ะ ไม่เห็นต้องเสียดายอะไรเลย

 

ล่าสุดเสือเพิ่งเจออาจารย์ที่ทำตัวไม่ค่อยเหมาะสม เสือเลยประเมินอาจารย์

ไปค่อนข้างเยอะ เขียนแทบเป็นเรียงความ และก็มานั่งหงุดหงิดว่าทำไม

เพื่อนๆประเมินอาจารย์ดีจังวะ ทั้งๆที่ก็คิดเหมือนกับเสือ (คงประมาณฟีลแบบ

เกรงใจ) เสือว่าการที่อาจารย์สอนไม่ดี เรามีสิทธิ์ที่จะพูดเสนอความเห็นจริงๆ

เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แต่ขอให้ความเห็นนั้นมันไม่ใช่การใส่สีตีไข่ และ

ควรใช้คำพูดให้สุภาพ เสือเลยมานั่งคิดอีกแล้วว่าโหถ้ารอบข้างมีแต่คนแบบกู

นะ สนุกสนานแน่นอน 

 

แต่แม่งโคตรของโคตรเป็นไปไม่ได้

บางคนคงภาวนาให้คนอย่างเสือไม่มีอยู่บนโลกก็ได้

 

ยิ่งอายุมากขึ้น จิตใจเสือยิ่งกระด้างลง เมื่อก่อนเสือโคตรของโคตร

แคร์คนอื่นเลย แต่ตอนนี้เสือแทบไม่สนใจใคร ไม่สนใจใครไม่ใช่ว่า

ทำเชี่ยอะไรไม่สนใจใครเลยนะ คือใครจะทำอะไรแล้วไม่ส่งผลต่อเสือ

เสือก็จะไม่อะไร และถ้าเสือทำอะไร เสือก็ไม่ต้องการให้ใครมาอะไร

ด้วยเพราะเสือจะพยายามไม่ทำให้ใครเดือดร้อน 

 

เสือค้นพบอีกด้วยว่าความอดทนเสือแม่งต่ำลงสัสๆ 

 

อีกเรื่องคือปกติเวลาพรีเซนต์งาน พูดหน้าชั้น เสือจะใจเต้นแรง

ตื่นตลอดเวลา แต่ตอนนี้เสือว่าตัวเองโคตรนิ่ง แทบไม่ตื่นเต้นอะไรเลย

ไม่ใช่ว่าตัวเองมั่นใจขึ้นหรอกนะ แต่แค่ไม่ค่อยใส่ใจอะไรแล้วมากกว่า 

 

เสือไม่ตั้งคำถามหรอกว่าทำไมตัวเองโตมาเป็นคนแบบนี้ได้

เพราะเสือว่ามันมีความสุขดีกับการเป็นแบบนี้ โคตรโอเค ถึงจะบ้า

ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางอยู่ อันนั้นคงต้องผ่อนๆบ้างแล้วล่ะ 

 

เสือจะได้ไปญี่ปุ่นล่ะ 

ตอนแรกคือต้องไปกับชมรมของคณะเพื่อไปเยี่ยมชมโรงบาลที่โน่น

แต่แผนเปลี่ยนแล้ว กลายเป็นไปเที่ยวเฉยๆแทน เสือโคตรของโคตร

ตื่นเต้นเลย เพราะเสืออยากไปตามรอยหนังจะแย่อยู่แล้ว เลยรีบจัดทริป

แบบเป็นบ้า 

 

แต่เพราะแพลนยังไม่ค่อยลงตัว เสือเลยมีเกณฑ์ต้องไปคนเดียวสูง ซึ่งแอบ

ทำให้เสือประสาทเหมือนกัน เพราะถึงเสือจะชอบเที่ยวคนเดียว แต่ภาษาเสือ

ห่วยแตกมากทั้งอังกฤษและญีปุน 

พอมานั่งวางแพลนเที่ยว (ด้วยงบจำกัด เพราะเป็นเงินเก็บเสือเอง เลยไปได้

แค่โตเกียว แต่เสือก็อยากไปแค่โตเกียวอยู่แล้ว) เสือว่าในญี่ปุ่นโคตรเดินทาง

ง่ายเลย (ไม่มีอะไรยาก ถ้าคุณนั่งรถเมล์ไทยที่จอดป้ายโคตรตามใจคนขับเป็น)

เสือเลยค่อนข้างมั่นใจกับการไปเที่ยวมากขึ้น และคิดว่าคงต้องสนุกแน่ๆ

 

ตอนนี้แพลนยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ไว้เสร็จแล้วเสือคงเอามาลง

 

เสือเพิ่งมาจากบ้าน เสือได้ไปเที่ยวมาวันนึง

ก่อนจะไปเที่ยวเสือจะมีความสุขมากกับการวางแผนเที่ยว และชอบวาดรูป

แบบกากๆให้ตัวเองดูเล่นดังนี้

 

ปกติวาดลงกระดาษนะ อันนี้ทำใส่เพ้นท์กากๆมาเป็นตัวอย่าง

 

เสือแวะตรงสาธรนิดหน่อย และได้เห็นมหานครใกล้ๆด้วย (แอบตืน

เต้นเพราะปกติมักจะเห็นตอนนั่งเรือด่วนเจ้าพระยาแบบไกลๆ)

เสือชอบตึกนี้มากๆ ได้ข่าวว่าเป็นตึกที่สูงที่สุดในไทยตอนนี้ และกำลัง

สร้างอยู่ เสือว่าออกแบบสวยดี และแอบเรียกในใจว่าตึกเกลียว 

 

 

สะพานกรุงเทพเป็นสะพานโครงเหล็กสะพานเดียวที่เสือไม่เคยไป

เนื่องจากระยะทางดูค่อนข้างไม่คุ้นเคย (พระราม 3 ถนนตก) 

แต่เนื่องจากเสือพอคุ้นเคยกับรถเมล์สาย 1 สายนรก เสือเลยว่ามัน

ไม่ยากหรอกถ้าจะไป 

ดูจากกูเกิลแมปอ่ะไม่ยากหรอก แต่สัสเอ้ย กว่าเสือจะผ่านด่านรถสาย 1 

สายนรกมาได้ แม่งโคตรใจหาย นั่งอยู่หลังคนขับ ห่าเอ้ยด่ารถทุกคันที่ผ่าน

หน้า ชูนิ้วกลางใส่รถเมล์ที่สวนมา (เข้าใจว่าเพื่อนกัน) ปากบอกว่าเซ็งที่ไม่มี

ใครมาขับแข่งด้วย (ห่าครับ นี่รถเมล์ไม่ใช่รถแข่ง) เสือกดกริ่งทีแม่งเปิดประตู

เลย (คือกูหมายถึงจะลงป้ายหน้า) แล้วก็ขับทั้งๆที่ประตูเปิดแบบนั้น  

 

พอลงจากรถ (ผ่านสี่แยกสะพานพระรามสามแล้วลงเลย) โห กว่าจะเดินถึงสะพาน

แม่งโคตรไกล โชคดีเย็นแล้วแดดไม่ร้อน เลยทนๆเดินไป 

 

แต่พอขึ้นมาตรงกลางสะพานแล้วมองวิว 

โห ที่่ผ่านมาเมื่อกี้มันไม่เหนือยเลยว่ะ โคตรของโคตรคุ้ม

โอเคเสือถ่ายรูปไม่สวย แต่คือมันเห็นตึกสูงเรียงรายกันแบบนี้โคตรสวยจริงๆนะ

เสือหยุดมองนานมาก จนคิดว่าถ้าสามารถตั้งบ้านอยู่ตรงนี้แล้วได้มองออกไปนอก

หน้าต่างเห็นวิวแบบนี้ทุกวันคงมีความสุขเลย สวยมากจริงๆ 

 

แต่กลับมาดูรูปก็คิดว่าทำไมกูไม่ข้ามไปถ่ายอีกฝั่งวะ จะได้เห็นแต่ตึก ไม่ติดถนน 

 

สะพานกรุงเทพมันเปิดได้ แล้วรอยต่อที่เปิดค่อนข้างใหญ่ เวลารถผ่านจะได้ยิน

เสียงชัดมาก ตอนก้าวขาข้ามแอบเสียวถึงจะรู้ว่าไม่หล่นไปหรอก 

 

อันนี้รูปอีกฝั่ง บนสะพานมีคนมาตกปลาเยอะมาก และเค้าคงมองเสือว่า

ถ่ายรูปสะพานอะไรนักหนาวะ 

 

 

 

ขากลับเสือนัดพ่อแม่ที่เยาวราช เพราะอยากไปกินมื้อดึกที่เยาวราช 

อยากเก็บรูปไว้มากแต่กล้องมือถือมันถ่ายพวกแสงสีไม่สวยเลย เยาวราช

ตอนกลางคืนสวยมาก ฟีลแบบพวกไต้หวัน จีน ตอนกลางคืนเลย ตอนเสือ

จะลงจากรถเมล์เสือส่งเสียงว้าวดังมาก กระเป๋าเลยทำหน้างงๆว่าว้าวอะไรวะ 

 

อร่อยไหมเหรออาหารเยาวราช เสืออยากไปอีกนะ เพราะว่ารอบที่ไปคนเยอะมาก

มีจัดงานที่วงเวียนโอเดียน มีขบวนเชิดสิงโตด้วย ถือว่าได้มาดูก็คุ้มดีเหมือนกัน 

 

ตอนขามาจากถนนเจริญกรุงเสือเลือกลงที่สถานีดับเพลิงบางรัก (ซอยเจริญกรุง 36) 

เพื่อนบอกว่ามีคนมาซื้อไปแล้ว จะเอามาทำเป็นโรงแรมสักอย่าง ตอนแรกเสือก็แอบ

เสียดาย แต่ปล่อยร้างไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เสือเลยอยากเข้ามาดูก่อนเค้าจะปิดซ่อม

อย่างเป็นทางการ 

 

ตอนเสือเดินไปดู ร้านส้มตำตรงทางเข้าสถานีหายไปแล้ว (ครั้งก่อนที่มาน่าจะสั่งกินดู

สักครั้ง TT) มีรั้วที่มีล้อขวางอยู่ บอกว่าห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต เสือเลยไปยืนมองนิ่งๆ

แบบไม่รู้จะทำไงดี แต่ก่อนจะทำอะไร มีคนนึงเดินเข้าไปถามรปภที่เฝ้าอยู่ ประมาณว่าเข้าได้ไหม

ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้เสือเป็นอันรู้กันว่าเข้าได้ เสือรีบขอบคุณเค้าเลย ใจดีมากๆ

 

ตัวอาคารเค้าไม่ให้ถ่ายรูปแล้ว เสือเลยถ่ายวิวจากแม่น้ำมาแทน

 

 

เป็นอันจบทริปเสือ 

 

สรุปเดือนสิงหาที่ผ่านมา เสือออกจะคาดหวังไว้นิดหน่อย เพราะเสือเคยเขียน

นิยายให้ตัวเอกวัย 19 เจอเรื่องดีๆตอนเดือนสิงหาคม (ตอนเขียนเสืออายุ 16 )

ซึ่งมันก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรอก แล้วเสือก็พอทำใจได้บ้างนิดหน่อย

 

เสือมีความเชื่อนึงที่หลายคนไม่เชื่อ และมีเหตุผลมากมายพร้อมจะเถียง 

ซึ่งเสือว่าเหตุผลเหล่านั้นฟังขึ้น แต่เสือเลือกจะเชื่อแบบนี้ เพราะว่าความเชื่อนี้

มันเหมาะกับเสือที่สุดแล้ว 

กับเรื่องความรัก เสือว่า ถ้ามันใช่ มันจะไม่ยาก ไม่ต้องพยายามเพื่อให้ได้มันมา

มันก็จะได้มา แน่นอนว่าจะให้ลอยมาแต่ไม่คว้าคงได้ยากอยู่ แต่เสือพยายามมาเยอะ

เพื่อมารู้ทีหลังว่าเค้าไม่ใช่ เสือว่าเสือรอคนเข้ามาดีกว่า ถึงไม่มีเสือก็โอเคแหล่ะ 

หรือถ้าท้ายที่สุดเสือต้องการจริงๆ เสือคงเปย์ ก๊ากๆ 

 

เสือคงต้องไปแล้ว นี่ก็ใกล้สว่าง 

 

ปล.เสือเพิ่งเจอคนๆนึงที่เสือเคยพยายามจีบตอนเดือนเมษา ตอนแรกเสือพยายาม

ทำเป็นไม่เห็น เผื่อเค้าอึดอัดใจ แต่คงยากอยู่เพราะตอนนั้นเสือไปดูแลน้อง แล้วคณะ

เราสองคนแม่งชอบอยู่ข้างกัน แต่เค้าก็เข้ามาทักเสือนะ และก็ได้คุยกันพอสมควร 

เค้าดีจริงๆ ดีเหมือนเดิมที่เคยรู้จักกัน เสือโคตรเข้าใจทำไมตอนนั้นเสือชอบเค้า แต่เสือ

ว่าเสือคงทำใจชอบคนแบบนี้ไม่ไหวแล้ว คนแบบที่ไม่มีทางใช่สำหรับเสือ

 

I'll know when my time has come

posted on 23 Jul 2016 11:05 by seaukun in Dairy, movie

The beautiful sea - Sing street 

นอกจากจะมีคำว่า Star wars ในเนื้อเพลงแล้ว สิ่งที่เสือ

ชอบคือ มันเป็นเพลงที่ได้แรงบันดาลใจจากวง The cure

และเนื้อเพลงยังชวนฝันสุดๆ 

 

เสือดูเรื่อง Sing street มาแล้ว 

 

ขอบคุณโปสเตอร์จากหนังค่ะ 

 

เสือขอไม่พูดถึงเรื่องย่อแล้วกัน 

สาเหตุที่เสืออยากดูเรื่องนี้มากก็คือ 

3.ผู้กำกับเดียวกับ Once , Begin again รับประกันได้ว่าหนังไม่แย่

และมีเพลงประกอบเพราะๆให้เสือสะสมแน่นอน 

2.เป็นหนังยุด 80s เพลงประกอบก็เป็นยุคนั้น และเสือชอบเพลงยุคนี้

1.เอาเพลง The Cure มาประกอบ !!!!!!

 

สรุปเลยว่าเหตุผลที่เสือเข้าไปดู 95% คือ The cure

ถึงแม้ว่า The cure จะเป็นวงที่เสือชอบที่มีเพลงประกอบหนังเยอะ

ที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหนังรักดังๆหลายเรื่อง (จะว่าไป ถึง the cure 

ลุคจะดูออกดาร์กๆ แต่เขียนเพลงได้หวานนะ) เช่น About time 

The vow จนไปถึงหนังอีกาพญายมอย่าง The crow แต่เสือก็เบิก

บานทุกทีที่ได้ยินเพลง The cure ในหนังเสมอ 

 

และที่ทำให้เสือชอบ Sing street คือการนำเพลงยุค 80s มาแต่ง

เป็นแนวเพลงของแต่ละวงดังๆ นำสไตล์ต่างๆมาเลียนแบบ ถ้าใครชอบ

ยุค 80s อยู่แล้วจะมีความสุขและอินมากๆ มันจะแบบเห้ยตอนนี้พระเอก

แต่งเป็นวงนั้น 

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ The cure นั่นเอง และออกมาในเพลง The beautiful sea 

(โอ้ยเสือน้ำตาแทบแตก คิดว่าจะเอาแค่เพลงประกอบ แต่นี่แต่งเพลง

ใหม่เป็นสไตล์นี้ด้วย เสือว่าเพลงนีติดท็อปเพลงประกอบหนังแห่งปีเสือแน่ๆ)

 

แต่เอาจริงๆนะ สำหรับเนื้อเรื่อง (สปอย) 

 

 

 

เสือว่าเฉยๆนะ หลายคนอาจจะมองว่าเป็นหนังที่ดีมากๆ แต่เสือดูแล้ว

รู้สึกผิดหวังหน่อยๆ ถ้าไม่มีเพลงประกอบที่ยอดเยี่ยมและ The cure

แล้ว คงเป็นหนังที่เสือดูแล้วคิดว่า อือก็ไม่ได้แย่อะไร แต่ก็ไม่ใช่หนัง

ในดวงใจเสือแน่นอน 

 

ประเด็นที่พูดถึงวัยรุ่น มีความฝันและเป้าหมาย เสือว่ามันก็ออกจะน่ารัก

เลยทีเดียว แต่มาพังตอนจบ เสือว่าถึงเสือจะอายุไม่ถึง 20 ก็เรียกว่า

วัยรุ่นได้อยู่แหละ เสือว่ามันทำไม่ได้หรอก ที่จะมุ่งไปสู่จุดหมายแบบ

สุดกู่ บินตามความฝันไป โดยคิดแต่เรื่องความฝันตัวเอง 

 

เสือชอบหนังเรียล และเรื่องนี้ออกจะเกินคำว่าเรียลไปหน่อย 

เสือเคยใช่ชีวิตอยู่ช่วงนึง ที่เรียกว่าพยายามเต็มที่เพื่อมุ่งสู่ความฝัน

ตัวเอง ก็คงเหมือนพระเอกในหนังแหล่ะ ที่ขับเรือไปอังกฤษโดยไม่มี

การวางแพลนเตรียมตัวใดๆ (เอาจริงๆนะ เสือว่าแม่งบ้าไปป่าววะ สมมติ

เรือไปถึงอังกฤษได้ แล้วต่อจากนั้นล่ะ เงินก็ไม่มี จะเอาตัวรอดยังไง

ถ้ายึดหลักไปตายเอาดาบหน้า เสือว่ามันยากกับในชีวิตจริงๆที่ไม่ใช่ใน

หนังอ่ะ) แต่สุดท้ายเสือรู้ว่ะ ว่าลำพังแค่ความพยายามตัวเองมันไม่พอ

เพราะอุปสรรคบางเรืองมันไม่ได้อยู่ที่ตัวเอง แต่อยู่ที่สิ่งรอบข้าง

เสือพูดแบบนี้เพราะเสืออาจเป็นคนที่ไม่ประสบความสำเร็จกับ

ความฝันตัวเองก็ได้ เสือเลยไม่อินเท่าไรกับพวกประเภท สู้สิ เพื่อความฝันน่ะ

บางทีความฝันกับเรื่องจริงมันก็คนละเรื่องกันเกินไป 

 

ยังไงก็เถอะ เสือก็อาจจะกลายเป็นแบรนดอน พี่ชายพระเอก

ที่คอยผลักดันในใครสักคนไปตามความฝันตัวเองที่เสือไม่มีทาง

ทำได้ แต่เสือคงไม่แนะนำให้เค้าขี่เรือไปแบบโนแพลนแบบนั้นแน่ๆ

 

ถ้าเทียบกับ Begin again ที่เสือชอบมาก เสือว่าเรื่องนั้นเรียลถูกใจ

เสือกว่ามาก โดยเฉพาะฉากอดัมร้อง Lost star ให้นางเอกฟังนะ 

เสือว่าเห้ย มันต้องแบบนี้สิ 

 

แต่ Sing street ก็นับว่าเป็นหนังแรงบันดาลใจที่ดี ที่หลายคน

ที่ไม่คิดแบบเสือควรจะดู 

 

มาพูดถึงเพลงทีทำให้หนังเรื่องนี้ติดตรึงในใจเสือบ้าง 

เสือชอบการแต่งเพลงที่ต้องได้แรงบันดาลใจจากชีวิตจริง เหมือนเรา

ต้องเข้าใจสิ่งหนึ่งก่อน ถึงจะเอาสิ่งนั้นมาเขียนเป็นเพลงได้ 

 

The riddle of the model 

เสือชอบเพลงที่พระเอกพูดไว้ตอนแต่งเพลง The Riddle of the 

model ว่า การที่เราไม่รู้จักใครสักคน มันทำให้เค้าน่าสนใจ เพราะ

เราสามารถจินตนาการให้เค้าเป็นอะไรก็ได้ แต่ถ้ารู้จักแล้ว การจินตนาการ

มันก็มีขีดจำกัด 

อย่างกับเอาความคิดเสือมาพูดแหน่ะ เสือเป็นพวกสนใจคนที่ลุค 

บางทีคุยกันสองสามประโยคเสือก็บอกได้แล้วว่าเสือสนใจคนนี้ไหม 

และพอเสือสนใจ เสือจะปิดตัวเองไว้แค่นั้น เพราะเสือพบว่าการที่รู้จัก

เค้าไปมากกว่านั้น เค้าจะมีสิ่งที่ทำให้เสือไม่สนใจเค้าแล้ว เสือชอบการ

ที่ได้จินตนาการถึงใครก็ได้ไปคนเดียว ไม่ว่าเค้าจะเป็นแบบที่เสือคิดไหม 

 

เพราะเสือคิดแบบนี้มั้ง ตอนนี้เสือเลยไม่สนใจใครเลย ยกเว้นคนที่เค้า

เลยจุดที่เสือแค่จินตนาการมาแล้ว และเสือว่าการมีความสัมพันธ์กับใคร

สักคนมากๆเข้า มักจะทำให้เสือเหนื่อย ออกมาสักหน่อยน่ะดีแล้ว 

 

The beautiful sea

 

น้ำตาจะไหล เสือว่าเพลงของ The cure มีดนตรีที่ดีมากๆ เพลง

วงนี้มีหลายแนว แต่ที่เสือฟังบ่อยๆจะเป็นแนว In between day 

(เพลงประกอบ Sing street) Just like heaven , Friday I'm

in love เน้นดนตรีเล่นน้อย แต่ออกมากลมกลืน และเสียงคีย์บอร์ด

สังเคราะห์ที่โดดเด่น 

การที่นำสไตล์นี้มาทำเพลง อย่าง the beautiful sea ที่ดึงจุดเด่น

ของ The cure มาได้อย่างสุดยอด โคตรดีเลย 

นอกจากนี้ ที่เสือกรี๊ดหนักคือ Sing street แปลงโฉมเป็น The 

cure ได้เจ๋งมาก โดยเฉพาะคอนเนอร์ เป็นโรเบิร์ต สมิท ที่หล่อโคตรๆ

 

ประเด็นนึงที่คนพูดถึงบ่อยคือ Happy sad ซึ่งเสือก็ไม่ค่อยอะไรกับ

คำนี้เท่าไร เพราะเสือเคยตีความคำแนวๆนี้ไว้ว่า การพยายามเอาตัวเอง

ไปเจอเรื่องเศร้า อาจจะทำให้เรามีความสุขได้ ประมาณว่า การที่เรายัง

เก็บเรืองเศร้านั้นไว้กับตัว เพราะอย่างน้อยก็อุ่นใจที่ยังมีมันอยู่ ถ้ามัน

หายไปเราอาจไม่เศร้า แต่ใจหายมากแน่ๆ 

แต่เสือชอบเนื้อเพลงเพลงนี้มาก 

Under the waves I feel her pull my body down

Under the waves she takes me where I wanna drown

ให้ความรู้สึกเหมือน ถึงใต้น้ำจะหายใจไม่ออก แต่ดึงฉันจมลงไปที

กับ She says, "What d'you say we give this a miss?"  

 

Girls 

ตอนเสือดูเพลงนี้ในหนัง เสือนั่งกุมขมับคิดไม่ออก ว่าพระเอกกำลัง

เลียนแบบลุคนักร้องนำวงไหนอยู่วะคือมันคุ้นมาก เสือไปตามหาอย่าง

บ้าคลั่งเลยค้นพบว่า เห้ย มันวง The clash วงแรงบันดาลใจของ 

Green day ว่ะ 

เพลงนี้ทำให้เสือนับถือความสามารถพระเอกมาก เคยอ่านมาว่านักแสดง

เป็นพระเอกคนนี้ไม่ได้ติดตามวงยุค 80s มาก่อน เค้าทำการบ้านมาดี

มาก การที่เค้าแปลงโฉมในสไตล์ต่างๆทำให้เสือตื่นเต้นเสมอ 

 

Brown shoes

การแปลงโฉมครั้งสุดท้ายของคอนเนอร์ ทำให้เสือคิดถึงวง Green day 

เลย นี่อาจจะเป็นการหาสไตล์ของตัวเองเจอของพระเอกก็ได้ หลังจากที่

โคฟเวอร์ตัวศิลปินมาหลายคน 

 

อีกเพลงที่เสือได้ยินว่าหลายคนชอบคือ Up 

ตั้งแต่ Begin again ออกมา เสือพบว่าเพลงประกอบดังถล่มทลายมากๆ

จนเสือได้เอาเพลงไปเล่นในงานต่างๆ ซึ่งเพลงที่ถูกเลือกคือเพลงที่ดังที่สุด

อย่าง Lost star แต่ความจริงเพลงที่เสือชอบสุดคือ Tell me if you 

wanna go home 

 

พอ Sing street มา เสือก็มานั่งเก็บสถิติโดยถามจากคนรอบตัวว่าชอบ

เพลงไรกันมากที่สุด เพราะถ้าหนังเรื่องนี้เป็นเหมือน Begin again 

เสือก็คงได้หยิบเพลงในหนังมาเล่นในวงแน่ๆ ซึ่งทุกคนที่เสือถามตอบว่า Up

ซึ่งเสือชอบ The beautiful sea กับ Girls มากสุด 

 

ถึง Sing street อาจจะดูไม่ได้ประสบความสำเร็จเรื่องเพลงขนาด Begin

again แต่เสือก็ชอบเพลง Sing street มากกว่านะ และถ้ามีโอกาสคง

กราบวอนเพื่อนในวงเอาเพลงมาเล่น เพราะคีย์บอร์ดแต่ละเพลงเพราะมากๆ 

 

เออมาพูดถึงนักแสดงบ้างดีกว่า เสือคงชอบเอมอน พ่อหนุ่มกระต่ายเหมือน

ที่ทุกคนชอบแหล่ะ ตัวจริงเค้าก็น่ารักดี 

อีกคนที่เสือชอบคือ Darren เด็กตัวเล็กๆ ที่เป็น Producer ประจำวงอ่ะ 

เสือว่าได้ฟีลเหมือน เพื่อนพระเอกตัวเล็กๆในเรื่อง Melody 1971 เลย

กวนแบบน่าหมั่นเขี้ยวดี 

 

เสือไม่ขอเรียกเป็นการรีวิวแล้วกัน เพราะเสือว่าแค่มาบ่นเฉยๆมากกว่า 

 

โอเค กลับสู่เรื่องของเสือ

เสือโฮมซิกมากๆ เพราะปิดบล็อกคราวก่อนพ่อแม่มาหา เลยไม่ได้กลับบ้าน

ซึ่งเสือสรุปแล้วว่า มันจะดีกว่าถ้าเสือกลับไปบ้าน เพราะเสือคิดถึงครอบครัว

และบ้านมากๆ 

เสือเริ่มมารู้สึกผิดว่า เพราะตัวเองเลือกมาเรียนไกลหรือเปล่า เลยต้องมานั่ง

โฮมซิกแบบนี้ ทำให้ทุกทีที่เสือได้กลับบ้าน เสือเลยต้องเที่ยวรอบกรุงทั้งๆที่

อยู่มาเกือบทั้งชีวิตไม่เคยเที่ยว เที่ยวแบบมันจะไม่ได้มาบ่อยๆแล้ว เที่ยวแบบ

พยายามเก็บทุกอย่างไว้ให้หมด 

 

แต่เพื่อนบอกเสือว่า เพราะการมาอยู่ที่นี่แหล่ะ เลยทำให้เรารู้ว่าเราคิดถึงบ้าน

แค่ไหน เสือว่ามันจริงมากๆเลย เพราะถ้าเสือยังอยู่กรุงเทพต่อ เสือคงไม่ได้

ไปเที่ยวเจริญกรุง ไม่ได้ไปสะพานโครงเหล็ก แม่น้ำเจ้าพระยา และคงไม่ได้

คิดถึงเพื่อนๆและครอบครัวมากมายขนาดนี้ มันออกจะเข้าเค้า เพิ่งจะมาเสียดาย

ก็ตอนเสียมันไปจริงๆหรือเปล่านะ 

 

และการมาเรียนที่นี่ มันก็ทำให้เสือได้รู้ว่า ที่แห่งไหนจะเหมาะกับเสือที่สุด

เสือควรจะอยู่ที่ไหน ที่ไหนคือที่ๆเสือรัก 

ว่าแต่น่าแปลกนะ ปีก่อนเสือยังบอกชอบเชียงใหม่อยู่เลย ไม่ใช่ว่าเสือชอบ

น้อยลงหรอกนะ แต่ตัวเสือเองที่ไม่เหมาะกับที่นี่

 

เสือมีอะไรจะเล่าให้ฟัง 

เสืออาจจะเคยพูดถึงเพื่อนคนนึง เป็นเพื่อนที่รู้จักกันตอนมอหก เพราะอยู่

ห้องเดียวกัน ไม่รู้เหมือนเสือเคยเปรียบเทียบเค้ากับเหตุการณ์ที่แฮร์รี่ รอน

และเฮอร์ไมโอนี่ร่วมมือกับปราบโทรลล์แล้วก็กลายเป็นเพื่อนกันหรือเปล่านะ

ที่บอกว่า บางเหตุการณ์ที่เราผ่านไปด้วยกัน มันก็ทำให้เราเป็นเพื่อนกัน 

 

เออนั่นแหล่ะ เสือจำไม่ได้แล้วว่าเสือไปสนิทกับเค้าตอนไหน ซึ่งเสือก็

ดีใจมาก เพราะตั้งแต่ขึ้นมอปลายเสือก็ไม่มีเพื่อนผู้ชายอีกเลย ดีใจที่ได้

เพื่อนสไตล์เดียวกัน 

 

เอ๊ะเสือคุ้นๆว่าเล่าแล้ว แต่เล่าอีกแล้วกัน คือเสือชอบเพื่อนคนนี้มาก 

(ชอบแบบเพื่่อนนะ) เลยชวนคุยบ่อย ทักไปคุย ส่งหนังไปให้ดูบ้าง

เพราะดูเหมือนชอบหนังโทนเดียวกัน แต่วันนึงเสืออาจจะก้าวล้ำไป 

เค้าเลยคิดไปว่าเสือชอบ ก็ตีตัวออกห่างเสือ เสือโคตรเสียดายเลย 

จะไปโทษเค้าก็ไม่ได้ เพราะบางทีเสืออาจจะทำให้เค้าเข้าใจผิดเอง 

 

เพราะเค้า เสือเลยไม่กล้าทักใครไปอีก ถึงจะอยากคุยแค่ไหน คุย

แบบเพื่อนแค่ไหน และมันส่งผลให้เสือไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนเก่าสัก

เท่าไรเลย จนเสือว่ามันก็โอเคแล้วมั้งนะ

 

สองปีผ่านไป เสือไม่ได้คุยกับเจ้าเพื่อนนั่นเลย แต่ประมาณ 2 อาทิตย์

ก่อน เค้าทักมาหาเสือ ถามว่าเป็นไงบ้าง และก็คุยกันนานพอควร แบบ

ถามมาตอบไป ถามสารทุกข์สุขดิบ ถึงหลังจากวันนั้นจะไม่ได้คุยกัน

อีก แต่เสือก็ดีใจมากนะ ถึงตอนจบมอหก เราจากกันแบบไม่ใช่แบบที่

คาดหวังเท่าไร แต่การติดต่อกลับมา เสือว่าอย่างน้อยก็ทำให้เรื่องที่เสือ

เสียดายในตอนนั้นมันดีขึ้นได้ 

 

รู้สึกคิดถึงตอนมอปลายจังเลย ตอนนั้นมันดีนะ แต่ตอนนี้ถึงรอบข้าง

จะไม่ได้ดีเหมือนตอนมอปลาย แต่เสือทำตัวได้โอเคเลยว่ะ 

 

ต่อไปเสือมารีวิวที่เที่ยวเสือดีกว่า

เสือเพิ่งสอบเสร็จ ไอ้หยุด 5 วันนั่นเค้าให้หยุดอ่านหนังสือ เสือเลย

กลับไปอ่านที่บ้าน ประกอบกับเพื่อนเสือเพิ่งกลับไทยมา เสือเลยเอา

หนึ่งวันยกให้เพื่อน เพือไปเที่ยวกันมาก 

 

มีคนเคยบอกให้เสือไปเขียนรีวิวท่องเที่ยว แต่ก่อนอื่นเสือต้องถ่ายรูป

ให้สวยกว่านี้ก่อน 

ครั้งก่อนที่ไปเที่ยว เสือมักจะเลือกเวลาเย็นๆเพราะไม่ร้อน แต่คราวนี้

เสือเน้นไปหลายที่ก็เลย ไปกลางแดด คิดว่ารูปจะสวยเพราะไม่มืดเหมือน

ตอนเย็น แต่เปล่า กลายเป็นสว่างแสบตาชิบหาย

ร้านนี้อยู่ตรงหัวมุมถนนดินสอ แถวๆอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่ไปเพราะว่าอยากตามรอย

หนังเรื่องรุ่นพี่ ตอนแรกกะว่าจะเข้าไปถ่ายในร้าน แต่ไม่มีเงินซื้อของกินเค้าอ่ะ  

 

 

กลับมาเสาชิงช้าอีกแล้ว แต่คราวนี้เดินผ่านมาทางถนนบำรุงเมืองแทน มีร้านกวยจั๊บญวณพระนคร

ร้านนึงแถวๆศาลเจ้าพ่อเสือ อร่อยมาก อร่อยแบบที่เสือที่เริ่มเรื่องมากเรื่องอาหาร (ร้าน

นี้เค็มไป หวานไป ฯลฯ) กินคำแรกแล้วอร่อยจริงๆ

 

ไปทางถนนตีทองเรื่อยๆจะเจอ ศาลาเฉลิมกรุง ดิโอสยาม และถนนพาหุรัด 

เสือล่ะชอบตึกแบบนี้จริงๆ แต่เริ่มคิดแล้วว่า ทำไมมีแต่สีเหลืองวะ  

 

ถ้าเลี้ยวซ้ายตรงมุมดิโอสยาม จะเจอถนนพาหุรัด เดินไปเรื่อยๆเสือก็เห็นตึกแถว

สวยดี เลยขึ้นสะพานลอยไปถ่ายมา เออเพิ่งเห็นว่างข้างหน้ากับข้างๆคนละสี 

 

จะสวยกว่านี้ถ้าไม่มีเสาไฟฟ้าและสายระโยงระยาง

 

ต่อไปเป็นสะพาน สำหรับคนบ้าสะพานโครงเหล็กอย่างเสือ

คราวนี้เพราะว่ามันร้อน เลยไม่ได้ขึ้นสะพาน มองเอาแต่ข้างนอกอย่างเดียว

สะพานพุทธของเสือ เดินผ่านดิโอสยาม ผ่านรร.สวนกุหลาบ ก็จะเจอสะพานพุทธ 

 

ไปยอดพิมาน ทำไมร้านไอติมที่เสือชอบหายไปแล้ววะ

 

 

สถานีต่อไปของเสือคือสะพานพระรามหก เลยต้องลงเรือ โหผ่านสะพานกรุงธนด้วย 

 

 

ความจริงถ้าจะใกล้กว่าคือต้องลงท่าสะพานพระรามเจ็ด แต่เสือรีบเลยลงวัดสร้อยทอง

กว่าจะเดินไปสะพานพระรามหกนี่ขาลาก 

 

นกเยอะมาก มองเห็นสะพานพระรามหกไกลๆ 

แต่โชคดีที่เสือได้เข้าวัดสร้อยทอง เพราะได้ดูว่าคนแถวนี้เค้าใช้ชีวิตกันยังไง

ถึงแต่ละที่คนจะไม่ได้ต่างกันขนาดนั้น แต่แต่ละที่ก็มีความน่าสนใจพิเศษของมัน

 

เออเสือเข้าวัดไปเสียงทายยกช้างด้วย เอาจริงๆนะ เสือเป็นพวกไม่เชื่อเรื่องแนวนี้เลย

ที่ลองทำเพราะอยากลอง คงเคยได้ยินกันที่ให้อธิษฐาน ครั้งแรกบอกว่าถ้าคำขอเป็น

จริงให้ยกขึ้น และลองบอกอีกครั้งว่าถ้ายังเป็นจริงอยู่ขอให้ยกครั้งที่ 2 ไม่ขึ้น

ซึ่งเสือทำแล้วเห้ยมันเป็นไปตามนั้น เสือโคตรเครียดเลย เพราะเสือทำใจกับอะไรที่

ไม่มีเหตุผลรองรับไม่ได้ 

อันนี้สำหรับความเชื่อส่วนบุคคลนะ เสือเลยไปหาข้อมูลมา ทำให้โล่งใจเพราะ

เค้าบอกว่า ที่ยกครั้งที 2 ไม่ไหวเพราะเราล้า ประกอบกับใจเราไม่อยากยกขึ้นเท่าไร

ด้วย เสือเลยเออโอเคหน่อย

 

มาพูดถึงจุดพีคของการเดินทาง 

สะพานพระรามหกเป็นสะพานที่เสืออยากมามากๆเพราะ เสือชอบสะพานโครงเหล็ก

แถมเป็นสะพานรถไฟผ่านอย่างเดียวด้วย อีกอย่างเป็นตำแหน่งที่ใช้ถ่ายหนังเรื่อง

Mary is happy อีกด้วย ใครเคยดูคงจำฉากนี้ได้ 

 

แต่ความจริงไม่สวยเหมือนในหนัง เพราะพอเสือเสิร์ซว่า เที่ยวสะพานพระราม 6 

ลงไป ก็เจอแต่ เรื่องผีสะพานพระราม 6 จนเสือมานั่งกุมขมับว่าควรไปดีไหมวะ

+ เพื่อนสปอยว่าเป็นสะพานที่ถูกทิ้งระเบิดสมัยสงครามโลก เออแต่ไหนๆก็มี

เพื่อนมาด้วยไปก็ได้ว่ะ 

ปรากฎว่าของจริงแม่งน่ากลัวมาก น่ากลัวแบบเชี่ย ขนาดตอนกลางวันแสกๆยัง

น่ากลัวได้ขนาดนี้ เสือเลาะๆ เพื่อขึ้นบันไดข้างสะพาน ที่เค้าทำถนนโรยปูนยังไม่

แห้งอยู่ ต้องฝ่าดงต้นไม้เข้าไป แล้วต้นไม้เสือกมีหนามอีกโอ้ยบาดมือโคตรเจ็บ

บันไดทางขึ้นก็โคลงเคลง ขึ้นไปข้างบนเจอศาลแบบใหญ่มาก ทำให้ยิ่งหลอน

เข้าไปใหญ่ ตอนถ่ายรูปเลยรีบถ่ายรีบกลับมากๆเพราะกลัว 

 

คงมาถ่ายตอนเมจิกอาวว์ แสงสวยๆไม่ได้แน่ๆ เพราะสว่างขนาดนี้เสือยังโคตรกลัว

เพื่อนเสือเรียกว่าสะพานผี 

รู้ไหมอะไรที่น่ากลัวกว่า คือเสือกลับมานั่งดูรูปแล้ว รู้สึกว่าเห้ยแม่งอยากไปอีกว่ะ

คราวหน้าจะลองไปขึ้นทางฝั่งธนดู ไม่แน่ใจว่ามีบันไดไหม แต่มีคนบอกว่าข้ามสะพานนี้

กลับบ้าน ก็แปลว่าน่าจะมีทางขึ้นแหล่ะมั้ง

 

แต่คงต้องไปตอนกลางวันเหมือนเดิม 

 

นั่งกลับมาลงท่าโอเรียลเต็น เจอโบสถ์อัสสัมชัญสวยมาก 

เข้าไปนั่งโนโบสถ์ด้วย สวยโคตร เหมือนในหนังเลย แต่พอยกมือถือมาถ่าย

ก็มีคนมาบอกว่าไม่ให้ถ่าย แล้วเค้าก็ยกมือถือตัวเองมาถ่าย บอกว่าเค้าถ่ายได้คนเดียว

เสือก็ช่างแม่ง ไม่ถ่ายก็ได้ 

 

แล้วเสือก็เดินไปเจริญกรุง 30 ที่มีคอนโดสร้างใหม่อยู่ คอนโดนี้ชื่อ The room

เสือรู้ว่าเสือไม่มีปัญญาซื้อตอนนี้ แต่เสือโคตรของโคตรอยากได้เลย เพราะนอกจาก

จะ 650 เมตรห่างจาก รร.อัสสัมชัญ (ทำไมจิตใจกูอกุศลแบบนี้) ยังติดแม่น้ำเจ้า

พระยาอีก ถือเป็นคอนโดในฝันเสือเลย 

 

แม่บอกว่าไม่ต้องหรอก ซื้อคอนโด ชอบที่ไหนก็ไปเช่าอยูู่ อยู่จนเบื่อแล้วก็ย้าย

ไปเรื่อยๆ เสือว่าก็เออน่าสนดี

 

ปิดท้ายด้วยการเดินกลับ ไปขึ้นรถไฟฟ้า ถนนเจริญกรุงคือย่านที่ตึกรามบ้านช่อง

สวยที่สุุดที่นึงเลย 

 

สายไฟนี่เกะกะจริงๆ 

 

แต่ทริปนี่แม่งโคตรเหนื่อย เสือคงจะกลับสู่วิถีเที่ยวตอนเย็นๆอย่างเก่า

เพราะทนร้อนไม่ไหวจริงๆ แต่ก็เต็มอิ่มดี หลังไม่ได้กลับบ้านมาสองเดือน

 

เสือคงกลับไปใหม่ เพราะเสือชอบทุกที่ ตอนนี้เสือรู้แล้วว่าเสือชอบบ้าน

เสือมากแค่ไหน เพราะมันถึงเวลาที่เสือจะได้รู้จริงๆเสียที 

 

ตอนนี้มีสิ่งนึงที่เสืออยากได้มากที่ไม่ใช่คอนโดเดอะรูม คือคนที่

เหมือนกับเสือทุกประการ ชอบทุกอย่างเหมือนกัน เสือว่ามันคงสนุกดี

ถ้าดู Sing street จบแล้วมากรี๊ด The cure ด้วยกัน เพราะพอดูจบ

เสือพูดถึงเรืองเพลง เพื่อนก็ไม่ค่อยอินเท่าไรเลยเพราะไม่ได้ชอบฟัง

เหมือนเสือ แต่คิดอีกแง่ เสืออยากรู้จังว่าคนที่เหมือนกับเสือทุกประการ

นี่จะยังไง จะต่อยกับเสือหรือเปล่า เพราะคงชอบความรุนแรงเหมือนกัน

 

เสือว่าเสือต้องไปแล้ว หยุดเสาร์อาทิตย์หลังสอบเสร็จเสือจะใช้

มันดูหนังให้คุ้ม เพราะเสือขนหนังจากที่บ้านมาดูอีกแล้ว

 

ปล.เสือว่าเสือทำข้อสอบได้โอเค หวังว่าคะแนนไม่น่าเลวร้ายมาก

เหมือนครั้งก่อน ที่ทำเสือหดหู่จิตใจมาก

ปล2.พอลงรูปนี้ในไอจี มันกลายเป็นรูปที่มีคนกดไลค์มากทีสุดในประวัติศาสตร์

เสือ (18 ไลค์ T_T แต่จริงๆนอกจากเพื่อนในกลุ่มก็มีคนฟอเสืออยู่ประมาณ 10 คน

นอกนั้นก็ร้านค้า) เสือไม่เข้าใจว่ามันสวยกว่ารูปอื่นยังไง เพราะเสือเริ่มเบื่อท้องฟ้าแล้ว

เสือชอบหลับตาแล้วมองไม่เห็นอะไรมากกว่า

 

 

ถ่ายบนเครื่องบิน โชคดีนั่งหน้าเลยไม่ติดปีกเครื่อง

 

ปล3 (ยาว) วันที่เสือกลับบ้าน เป็นวันที่น้องเต้ย โอม อ๊อฟ ไนซ์ จาก Make

it right มามีทติ้งที่เชียงใหม่พอดี อุตส่าห์จองไฟท์ดึก แต่น้องๆเค้ามาตอนเวลา 

Boarding time พอดี ตอนแรกว่าจะไม่ได้เจอแล้ว แต่โชคดีเค้าเรียกขึ้นเครื่องช้า

เลยวิ่งไปรอรับเลยได้เห็นแว็บๆ น้องเต้ยหล่อมาก T_T ทำไมอยู่โรงเรียนพี่ไม่เคย

เห็นเลย (เออเสือก็ไม่เคยเห็นใครเพราะเอาแต่นอนกับเล่นไพ่) คนอื่นๆก็น่ารัก

 

ตอนเห็นน้องๆเสือกรี๊ดแบบเป็นบ้า โบกมือโบกไม้แบบคนไร้สติ ว่าแต่เสือ

ก็ไม่ได้มากรี๊ดดารานานแล้ว ล่าสุดก็วันเกิดเสือ 5 ปีก่อนที่ซองฮามาไทย แล้ว

ได้ถ่ายรูปคู่ด้วย ถ้ามีคนที่ไม่ได้สนิทกับเสือมาเห็น ภาพลักษณ์ของเสือต้องพัง

แน่ๆ เพราะเสือดูเป็นคนแนวนอน ไม่สนใจอะไรนอกจากนอนอย่างเดียว 

 

กราบขอบพระคุณตัวเองที่ฉลาดซื้อส้นสูงมา และได้ทนใส่เดินจนพอเดินได้

ไม่อนาถมาก (ตอนซื้อคนขายถามว่า หนูก็สูงอยู่แล้วจะซื้อไปทำไม เสือ

บอกว่าไปดูคอนเสิร์ตขี้เกียจโดนผู้ชายตัวเท่าๆกันบัง) และพอใส่ส้นสูงไป

รับน้องๆ โหประสิทธิภาพดีมาก ความจริงอยู่เชียงใหม่เสือก็สูงอยู่แล้ว

เพราะคนเหนือตัวเล็ก พอใส่ส้นสูงทีโอโห ทุกคนสูงแค่คาง ไม่มีอะไรบด

บังสายตาเสือได้เลย พระรามแปดมาก

ตัวอย่างหนัง Tokyo Marigold 2001 กำกับโดย Jun Ichikawa

เสือรู้จักหนังเรื่องนี้จากร้านเช่าหนัง เพราะบังเอิญหยิบเจอ

พออ่านเรื่องย่อคร่าวๆถึงจะดูไม่น่าสนใจมาก

แต่เพราะหน้าปกหนังที่น่าดึงดูดดีเลยทำให้เสือตัดสินใจหยิบมาดู

 

 

 

ขอบคุณรูปจากหนังค่ะ 

 

เรื่องย่อประมาณว่า

เอริโกะ นางเอกของเรื่องไปนัดบอด แล้วเจอทามูระ

เขาให้เบอร์เธอมา และหลังจากนั้นพวกเขาก็ติดต่อกันเรื่อยๆ

วันหนึ่งเอริโกะได้รู้ว่าทามูระมีแฟนอยู่แล้ว ซึ่งเรียนอยู่อเมริกา

และจะกลับมาญี่ปุ่นในอีก 1 ปี แต่ก็รู้สึกตัดใจไม่ไหว

เลยขอทามูระคบเป็นแฟน 1 ปี ก่อนที่แฟนตัวจริงของเขาจะกลับมา

 

ทำไมเสือถึงเขียนรีวิวเรื่องนี้

เป็นเพราะเสือไม่เห็นรีวิวหนังเรื่องนี้เป็นภาษาไทยเลย

หรือเพราะเสืออาจจะไม่เจอเองก็ได้นะ อีกอย่างพอดูจบแล้ว

รู้สึกยิ่งคิดยิ่งชอบมากกว่าตอนที่กำลังดูแล้วเสียอีก

เลยอยากเขียนในมุมมองของตัวเองออกมา

 

เสือว่าพักหลังๆนี้ ในฐานะที่เสือดูหนังญี่ปุ่นมากพอสมควร

ทำให้เสือรู้สึกว่าหนังญี่ปุ่นช่วงปัจจุบันนี้ยังทำได้ไม่ลึกซึ้งเหมือน

ช่วงแรกๆ (ไม่ได้หมายความไม่มีหนังดีๆ แต่ว่ารู้สึกว่าน้อยลง)

 

(หรืออาจเป็นเพราะเสือไม่ได้ติดตามมากเท่าที่ควร เพราะผลงาน

ผู้กำกับคนโปรดของเสือในช่วงปีหลังๆมานี้ ไม่ค่อยมีให้ติดตาม)

 

หนังญี่ปุ่นเรื่องโปรดเสือเลยอยู่ในช่วง 199x - 200x มากกว่า

ช่วงปีหลังๆมานี้ และยิ่งเสือไปดู If the cat has disappeared from the world

มา เสือรู้สึกเฉยๆ หนัก ทั้งๆที่ประเด็นหนังเล่นค่อนข้างดี มาเสียดาย

(สปอย) ตอนท้ายๆที่ดูเหมือนจะขาดเสน่ห์ความนิ่งเรียบของหนังญี่ปุ่นไป โดยการประโคมความคิดสอนใจยัดเยียดให้คนดูเต็มกำลัง เค้นน้ำตากันสุดฤทธิ์ (แบบนี้มั้งเสือเลยไม่ชอบ Sky of love เท่าไร ทั้งที่หลายกระแสเสียงชื่นชม)

 

พอได้มาดู Tokyo marigold ปี 2001 เสือเลยรู้สึกว่า

เสน่ห์หนังญี่ปุ่นที่เสือตามหาอยู่นี่เอง เสน่ห์หนังญี่ปุ่นที่เสือว่า

คิดว่าคอหนังญี่ปุ่นคงพอนึกออก ประเภทที่ว่า แช่กล้องนานๆ

ใช้เพลงประกอบเรียบง่าย แต่อินกับตัวหนัง ไม่ใช้คำพูดอธิบายอะไรมาก

เว้นช่องว่างให้คนดูปะติดปะต่อเรื่องเอง

(หนัง Snap แค่ได้คิดถึงก็มีกลิ่นอายสไตล์นี้อยู่)

 

 

โอเคกลับมาที่เนื้อเรื่องต่อ ขอสปอยเลยแล้วกันเพราะประเด็นหลักอยู่ที่สปอย

ทามูระยื่นอมยิ้มให้เอริโกะเป็นของขวัญวันเกิด

ด้วยเหตุผลที่ว่า อมยิ้มพอเลียแล้วมันก็หายไป ...

เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ที่ต้องปกปิดไว้ เหลือทิ้งไว้เป็นหลักฐานไม่ได้

 

 

พอใกล้วันครบรอบ 1 ปี แฟนตัวจริงของทามูระใกล้กลับมาแล้ว

เอริโกะไม่โอเคกับการที่ต้องทำตามสัญญา เพราะเธอรักทามูระแล้วจริงๆ

ทามูระบอกว่า เราคบกันต่อได้นะ แต่เอริโกะบอกว่าคุณเลิกกับเค้าไม่ได้เหรอ

แน่นอนว่าทามูระไม่สามารถตอบได้ว่า เลิกได้

 

สุดท้ายเอริโกะก็เป็นฝ่ายเดินออกมา เพราะส่วนหนึ่งคงทำใจ

ไม่ได้ที่อีกฝ่ายไม่ได้มีใจให้เธอคนเดียว เอริโกะส่งอมยิ้มที่ไม่ได้

แกะห่อออกเลยเป็นเวลา 1 ปีคืนให้ทามูระ เหมือนเป็นสัญญาณว่า

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ได้อยากให้ความสัมพันธ์หายไปเลย

แต่ที่คืนให้ก็คงเพราะ ไม่ได้อยากเก็บมันไว้อีกแล้ว

 

 

วันหนึ่งเอริโกะเจอแฟนของทามูระ ที่กลับจากอเมริกาแล้ว

เธอกำลังอุ้มท้องอยู่ และฟังจากบทสนทนา เธอคบกับพ่อของลูก

ในท้องมา 2 ปีแล้ว ซึ่งเอริโกะก็พบว่า พ่อของลูกในท้องเธอไม่ใช่ทามูระ

แสดงว่าทามูระไม่ได้คบกับแฟนที่เขาว่าตอนที่คบกับเธออยู่งั้นเหรอ

 

 

และฟังจากบทสนทนาของแฟน(?)ทามูระ คนนั้น ดูเหมือน

ความสัมพันธ์ของเธอคนนั้นกับทามูระจะเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น

 

...

 

 

 

แล้วรูปถ่ายเธอคนนั้นในห้องทามูระ และอีเมลที่อุตส่าห์ปริ้น

มาแปะฝาห้องหมายความว่าอย่างไร เสือมองหน้าเอริโกะในตอนจบ

สรุปในใจว่า เหลือไว้เพียงคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

 

 

แต่พอคิดไปคิดมา เสือว่ามันมีว่ะ

 

 

สำหรับการตีความของเสือ เสือว่าแฟนที่ทามูระว่า

คงเป็นคนที่ทามูระแอบรักอยู่ข้างเดียว และการที่บอกกับเอริโกะ

ว่าคบกันอยู่นั้น คงจะสื่อถึงว่า ถึงเค้าจะคบกับเอริโกะ

แต่เธอคนนั้น (ลืมบอก เธอคนนั้นชื่อมายูมิ) ก็ยังอยู่ในใจเสมอ

 

 

อ่าวแล้วทำไมเอริโกะบอกให้เลิกกับมายูมิแล้วมาคบกับเธอจริงจังแล้ว

ทามูระยังบอกให้คบกันต่อแบบเชิงคบซ้อนล่ะ ก็คงเพราะ

เขาเลิกรักมายูมิไม่ได้จริงๆ ถึงจะรู้สึกดีกับเอริโกะ

แต่คนที่อยู่ในใจก็สำคัญเสมอ และคงจะสำคัญจนไม่สามารถทิ้งไปได้

ถึงจะมีตัวตนจริงๆแค่ในใจ เสือตีความไว้แบบนี้นะ

 

 

แต่พอเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนก็มีมุมมองอีกแบบ เพื่อนบอกว่า

การที่ทามูระบอกว่าตัวเองมีแฟนอยู่แล้ว คล้ายๆกับเป็นการป้องกันตัวเอง

เพราะการที่ตัวเองมีพันธะ เทียบกับคนที่ไม่มีพันธะอย่างเอริโกะ

ย่อมดูเหนือกว่าในด้านความสัมพันธ์

เหมือนกับว่าถ้าวันนึงความสัมพันธ์ต้องจบลง คนที่เสียใจมากกว่าคงไม่ใช่เขา

 

 

ตอนที่ดูแรกๆนี่เสือแอบหาวนะ แต่พอมานั่งคิดแล้ว

เสือว่ามันน่าจะเป็นหนังขึ้นหิ้งเสืออีกเรื่องเลย

 

 

จากชื่อเรื่อง Marigold แปลว่าดอกดาวเรือง ในเรื่องบอกว่า

ดอกดาวเรืองออกดอกปีละหนและก็ตายจากไป

ก็คงคล้ายกับความสัมพันธ์ของเอริโกะกับทามูระ ที่มีเพียงแค่ปีเดียว

ถึงตอนนั้นจะสวยงาม แต่มีแค่ปีเดียวก็พอแล้วจริงๆ

อย่างที่เอริโกะบอก ฉันไม่ไหวแล้ว...

 

 

แต่เสือก็ออกจะชอบที่เอริโกะบอกว่าทามูระเป็นคนที่เธอ

คบนานที่สุด เธอเคยคบใครยาวสุดแค่ครึ่งปี เพราะดังนั้น 1 ปี

ของเธอกับทามูระ จึงเป็นความสัมพันธ์ที่ยาวที่สุดในชีวิตแล้ว

 

บางทีการมีกำหนดระยะเวลา คงจะทำให้สามารถยืดเวลาจริงๆ

ที่ความจริงแล้วอาจจะมีสั้นนิดเดียวไปก็ได้ เพราะเราเห็น

จุดสิ้นสุดของมัน เลยมีแรงขับเคลื่อนกลายๆให้เดินไปถึงจุดนั้น

โดยไม่หยุดกลางทางเสียก่อน

 

การรู้จุดจบก่อนอาจจะไม่เป็นผลดีนัก แต่มันก็อาจจะมีประโยชน์

แปลกๆแบบนี้เอง เพราะเราคงจะไม่อยากจบเองก่อนที่จะถึงจุดจบนั้นจริงๆ

 

ว่าแต่ถ้าทามูระลองบอกเอริโกะว่า มายูมิจะกลับมาในอีก 5 ปี

คิดว่าอะไรๆจะเปลี่ยนไปไหมนะ

 

เสือชอบจัง ถึงจะสปอยไปหมดแล้ว แต่ก็อยากให้หลายคนดู

เพราะคงมีคนคิดตีความต่างจากเสือแน่นอน

 

ปล.เสือเห็นหนังเรื่อง Picnic กับ Fried dragon fish ที่ร้านเช่าหนังคิวเต็มตลอด เป็นหนังที่เสือชอบมากๆ ของอ. ชุนจิ อิวาอิ แต่ก็แอบแปลกใจเพราะเพิ่งรู้ว่ามันดังขนาดนี้

ปล.2 อีกเรื่องที่คิวเต็มคือ Tokyo sora แต่เรื่องนั้นเสือดูไม่รู้เรื่องอ่ะ ขอเว้นไว้ก่อนแล้วกัน

ห้องสี่เหลี่ยม

posted on 17 Jun 2016 07:24 by seaukun in Dairy

 

I don't know how - Best coast 

ตอนนี้เสือฟังแต่ ดรีมป๊อป กับพวก Shoegaze 

I've seen a million things

I've been around town

What I know now

Since you've been around Though ...

You see me everywhere You walk around without a care

 

เสือเพิ่งจบบล็อกนึงไป คือบล็อกระบบย่อยอาหาร ซึ่งเป็น

อีกบล็อกที่เสือขี้เกียจมากที่สุด และ เก็บตัวมากที่สุด

 

หลังจากเรียนแล้ว เสือก็กลับหอไปนอน ตื่นมาใช้ชีวิต 

3 ทุ่ม - ตี 5 แล้วนอนต่อ ตืน 8 โมงไปเรียน 

เพราะเวลานอนเสือผิดปกติ เสือเลยไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์

กับคนรอบข้างเท่าไรจนคิดว่าตัวเองอาจจเข้าขั้น ฮิคิโมริ อ่อนๆ

เข้าสักวัน 

มีบางช่วงที่เสือแทบไม่พูดกับใครเลย และยิ่งรูมเมตเสือไม่ค่อย

อยู่ห้อง เสือเลยอยู่คนเดียว ปิดม่านหน้าต่างไม่ให้แสงเข้า จน

คลับคล้ายคลับคลาว่าจะขังตัวเองไว้ในห้องแคบๆ แต่เสือก็มี

ความสุขดีนะ ตอนที่ต้องเจอกับคนอื่น เสือว่าเสือก็ทำได้ดี ซึ่ง

เสือเป็นคนที่มีปัญหากับการพูดคุยกับคนอื่นเป็นพื้นฐานชีวิตอยู่แล้ว 

 

เสือคุยกับเพือนสนิทเสือ ที่เรียนอยู่ต่างประเทศ และพักการเรียนหลัง

จบไฮสคูลเพือทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ซึ่งเสือว่ามันเป็นสิ่งที่ดีมาก 

แต่เสือก็คงไม่มีโอกาสทำแบบนั้น ยังไงก็ตาม สิ่งที่เสืออยากทำมันยัง

สามารถทำได้อยู่ ซึ่งตอนนี้เสืออยากไปเที่ยวต่างประเทศมากๆ เสือ

เลยต้องเก็บเงินอย่างจริงจัง เพราะเสือว่าเสือคงมีความสุขกับการไป

ด้วยเงินตัวเองมากกว่า 

 

ลำพังเงินเก็บเสือที่มีตอนนี้ก็พอที่จะไปเที่ยวได้ แต่ก็อาจจะไม่

พอนักถ้าเสืออยากจัดหนัก เสือเลยวางแผนหาเงินด้วยวิธีที่จะเสีย

เวลาน้อยสุด (เอาเรื่องทำงานพาร์ททามออกไป เพราะแบบนั้นเสือ

คงต้องเสียการเรียนแน่ๆ) ตอนแรกคิดถึงเล่นดนตรี แต่เสือไม่ค่อย

ชอบชีวิตแบบที่ต้องไปอยู่ในบาร์ ที่มีกลิ่นเหล้าอบอวลเท่าไร (เสือ

เมาง่าย) เลยกลับมาสู่วงจรที่เสือรักที่สุด คือโป๊กเกอร์ 

 

เสือรู้ว่าการเล่นโป๊กเกอร์หาเงินมันคงทำได้ยากมากๆ และเสือก็

ไม่เก่งพอสำหรับตอนนี้ แต่เสือก็มีความสุขที่ได้กลับมาฝึก มานั่ง

คิด มันทำให้เสือรู้สึกว่าตัวเองน่ะ ควรจะจมกับสิ่งที่ตัวเองชอบ 

จะทำได้ถึงไหนค่อยว่ากัน เพราะที่ทำมามันได้ประโยชน์อยู่แล้ว 

ไม่ว่าจะทางไหนก็ตาม อาจจะไม่ได้เป็นรูปของเงินแบบที่เสือต้อง

การ แต่มันก็คุ้มค่าที่จะทำต่อไป

 

เสือเคยอ่านที่นึง ขอโทษที่จำไม่ได้ว่าที่ไหน ที่บอกว่า สมมติ

เราเรียนหมอ จบมาทุกคนก็เป็นหมอเหมือนกันหมด ดังนั้นสิ่ง

ที่เราสามรถทำได้นอกเหนือจากนั้นนับว่าเป็นกำไร อย่าทิ้งมันไป

 

และการที่มีคนมาบอกว่าทำไม่ได้หรอก มันหมายถึงว่าเค้าน่ะทำไม่ได้

ไม่ใช่ว่าเราทำไม่ได้ งั้นก็ทำต่อไปเถอะ 

 

พูดเรื่องเที่ยว เสืออยากไปเที่ยวญี่ปุ่นมากๆ รองลงมาคือไต้หวัน

และฮ่องกง เพราะเสือค้นพบแล้วว่า ความสุขที่สุดอย่างหนึ่งของเสือ

คือการได้ไปตามรอยหนัง เพราะตอนที่เสือไปอนุสาวรีย์ปชต เสือมี

ความสุขที่ได้ไปยืนดูเฉยๆมาก แม้ว่าหนังรุ่นพี่ที่เสือไปตามรอยจะ

ห่างไกลจากคำว่าหนังที่เสือชอบมากพอสมควร 

 

เสือเลยคิดว่าถ้าตัวเองได้ไปตามรอยหนังที่ตัวเองชอบจริงๆ

เสือคงจะโคตรของโคตรมีความสุข

เสืออยากไป

ฟังเพลงลิลี่ ชูชู กลางทุ่งหญ้าอีเธอร์ All about lily chouchou 

ยืนทำเหมือนหยุดเวลา the girl who leapt through time กลางทางม้าลายชิบุยะ

แอบมองลอดบันไดเลื่อนที่ยาวที่สุดในฮ่องกง Chungking express

เดินไปในถนนหนานยาง เผือว่าจะเจอคนที่บอกว่าจะไปเรียนกวดวิชา when the wolf falls in love with the sheep

และอื่นๆอีกมากมาย

 

ปีหน้าเสือต้องขึ้นวอร์ดแล้ว และเวลาอาจจะน้อยลง ดังนั้นเสือจะทุ่ม

เทปีนี้ให้กับการฝึกฝนสิ่งที่เสือรัก ดูหนังที่เสืออยากดู อ่านหนังสือที่

เสืออยากอ่าน ทำทุกสิ่งที่เสือชอบ แม้เสือจะต้องปล่อยงานชมรมไป

แล้ว แต่เสือคิดว่าปีที่แล้วเสือทำเต็มที่แล้ว มันโอเคแล้วที่เสือจะไป 

 

ขอบ่นนิดนึงนะ สิ่งหนึ่งที่เสือไม่อยากทำชมรมต่อ (ปีก่อนที่เสือทำ 

เพราะเสือสัญญากับเพื่อนที่เป็นปธชมรม ว่าเสือจะช่วย และเสือก็ช่วย

เต็มที่แล้ว สิ่งดีๆที่เสือได้รับคือผลพลอยได้) คือไหนๆ เพื่อนเสือก็หมด

วาระแล้ว เสือไม่มีพันธะอะไรแล้ว และ ที่เสือทำไปมันเหมือนกำลัง

ทำอยู่คนเดียว พูดอะไรไปเหมือนพูดคนเดียว จนต้องถึงสุดท้ายจริงๆ

จะมีคนมาเรียกร้อง แล้วเสือก็ได้แต่ตอบว่า แล้วตอนนั้นเสนอไปทำไม

ไม่มีใครจะเอาเลย แล้วตอนนี้มาพูดก็คงไม่ทัน 

 

คนเราจะเบือระบบ ขี้เกียจประชุม ขี้เกียจเขียนโครงการ 

ทำอินดี้แค่ไหนไม่มีใครว่า แต่ไม่ใช่ตอนที่เราต้องเรียกร้อง

ขออะไรสักอย่างที่เขาต้องการให้ทำเป็นระบบ เสือเลยขอ

เขถิบออกมาห่างๆ เสือควรจะวิ่งออกไปหาความสุข ดีกว่า

นั่งทำในสิ่งที่แม้แต่คำขอบคุณก็ไม่เคยได้รับ 

 

เสือไม่ได้อารมณ์ไม่ดีนะ เสือว่าตัวเองแค่ปล่อยให้มัน

เป็นไปในสิ่งที่มันควรจะเป็น 

 

เสือมีรถมอไซค์สมใจแล้ว และคิดว่าตัวเองขี่ได้คล่องมากๆ

ถ้าเทียบกับการมีคนซ้อนท้าย เพราะเสือหวิดจะทำคนซ้อน

ประสบอุบัติเหตุได้ทุกเมื่อ เลยถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เสือจะไม่ให้

ใครซ้อน (ยกเว้นเพือนที่รู้ว่าเสือขี่ไม่แข็งเท่าไร) เพราะเสือ

ไม่อยากทำใครเป็นอะไรไป 

 

พอมีรถมอไซค์ เชียงใหม่ก็เล็กลงไปอีกสำหรับเสือ 

ความสุขของเสือคือหิวกี่โมงเสือก็มีอาหารกิน แต่ขี้เกียจ

แต่งตัวสลัดคราบเน่าหนอนที่หอออกไปก่อนนี่ก็อีกเรื่องนึง

 

ตอนนี้เสือคิดถึงกรุงเทพมากๆ เสือรู้สึกว่าที่ๆนี่มันยังไม่ใช่

ที่ของเสือ ไม่ใช่ว่าเสือไม่มีความสุขนะ แต่เสือว่ายังไงที่ๆมี

ความสุขมากที่สุดของเสือก็ยังเป็นบ้านเกิดเสืออยู่ดี และที่เคย

บอกว่าเสือไม่ได้ชอบภูเขาหรือทะเล แต่เสือชอบแม่น้ำ 

 

ไม่หรอก เสือชอบแม่น้ำเจ้าพระยาต่างหาก 

 

เสืออยากกลับไป ใช้ชีวิตเหมือนที่เสือผ่านมา 

เสือชอบเพลง ถึงคนไกล ของ Color blind มาก 

เพราะความหมายมันโดนใจมาก 

ตอนนี้ความฝันของเสือคือเก็บเงินซื้อคอนโดติดแม่น้ำเจ้าพระยา

และถ้าได้แถวเจริญกรุง แถบเมืองที่เสือว่ามีเสน่ห์มากที่สุดในเมืองไทย

เสือว่าเสือคงมีความสุขมากๆ 

 

ตอนนี้เสือติดซีรี่ส์อยู่เรื่องนึงคือ Make it right the series 

ซึ่งมาจากนิยายวายเรื่องนึงที่เขียนได้ดีมากๆ 

นักแสดงเรื่องนี้ตัวหลักๆถือว่าคัดมาได้ดีตรงตามนิยายพอสมควร

แถมยังเล่นได้ดีด้วย แม้บางคนจะหน้าใหม่เล่นเป็นเรืองแรก

 

ปกติเสือไม่ค่อยดูซีรี่ส์ไทยนะแต่เรื่องนี้เสือชอบเลยอยากเขียน

ถึงหน่อย 

ข้อดึ และ จุดแข็ง

1.เลือกนักแสดงได้ดีมาก และมีเสน่ห์มาก ข้อนี้โคตรสำคัญ

เพราะเสือตกหลุมรักหลายคนจากเรื่องนี้ แสดงดี สายตาดี เคมีได้ 

2.เพลงประกอบใส่มาได้พอดี ถึงจำนวนเพลงไม่ได้เยอะ แต่

ดูหลากหลาย ถูกจังหวะ ได้ฟีล 

3.บางฉากถือว่าทำได้ดี ฉากฟิน ฉากอารมณ์เศร้า ทำได้ดี แม้

ต้นทุนจะไม่สูงนัก 

 

แต่ข้อเสียที่เสืออยากให้ปรับปรุงคือ

1.ใส่ฉากที่เยิ่นเย้อและไม่สมควรมากไป จนเนื้อเรื่องหลัก

บางอันถูกตัดออกดูแล้วงงๆ สำหรับคนที่ไม่ได้อ่านนิยายมาก่อน 

(เสืออ่านนิยายได้ครึ่งเรื่องก่อนถูกปิดเรื่องเพือไม่ให้เสียอรรถรสใน

การรับชม) ตัดต่อไม่ลื่นไหลเท่าไร 

2.บางมุกใส่มาแล้วอึดอัด บางฉากนักแสดงมีเสน่ห์พอที่ทำให้อยากดู

ได้ แต่บางฉากก็อยากจะกดข้าม 

3.โฆษณาไม่มีความน่าสนใจ ออกแนวยัดเยียด แต่เข้าใจว่ามีสปอนเซอร์

ไม่กี่เจ้า แต่บางอันก็ทำโอเค อย่างฉากป้อนขนมในโรงหนัง (คือเสือว่า

โฆษณาแค่นำเสนอว่ามีการใช้ในซีรี่ส์ก็โอเคแล้ว ไม่ต้องให้นักแสดงมาพูด

สรรพคุณกรอกหูคนดู) 

4.นักแสดงบางคนที่ไม่ใช่ตัวหลักทำได้ไม่ดี แต่ถือเป็นส่วนน้อย 

5.บางฉากทิ้งค้างไว้นานเกินจนเกินอินอารมณ์ บางฉากก็ตัดโฉะ

จนอินไม่ทัน

 

เรื่องย่อ และ ตัวซีรี่ส์สามารถหาดูได้ใน line tv นะจ๊ะ 

 

เสือชอบคู่เฟรมกับบุ๊คมาก เคมีเข้ากันดีสุดๆ 

5
free image hosting

ตอนแรกๆที่ดูน้องโอมเล่น  รู้สึกว่าน้องยังเด็กไปสำหรับบทที่ค่อนข้างโตอย่างเฟรม แต่ที่สุดแล้วก็ทำได้ดี ยิ่งตอน 6 ที่นัดเจอกับเต้ย (บุ๊ค) โอย เสือว่าน้องเก่งมากๆ

 

อีกคู่ที่เคมีดีคือ ฟิวส์กับลูกโม่ 

สองคนนี้เป็นเพื่อนกันนะ และน้องไนซ์ (ลูกโม่) เล่นได้มีเสน่ห์มากๆ จนรู้สึกอยากมีเพือนแบบนี้เลย ส่วนน้องพีค (ฟิวส์) ที่แม้จะไม่ค่อยตรงตามบทเท่าไร แต่พอเล่นแล้วก็รู้สึกว่า เออคนนี้แหล่ะฟิวส์ล่ะ (นิดนึงนะ น้องพีคบางทีก็ดูเล่นเป็นตัวเองไปหน่อย แต่ก็น่ารักดี)

 

6
image hosting without registration

โอยไม่พูดถึงคู่นี้ไม่ได้ คงเพราะคู่นายรถถังยังไม่ออกโรงเท่าไร 

เสือเลยเชียร์รถถังฟิวส์ 

2
photo hosting sites

น้องบีม หรือในบทคือน้องรถถังฝั่งธนคือดีงามพระรามแปดมากๆ มีความน่ารักน่าหยิก น่ากอดน่าหอมทุกประการ เป็นคนที่เหมือนหลุดมาจากนิยายจริงๆ เสือชอบน้องรถถังมากสุดเป็นที่ 2 เลย 

3
image hosting site

 

ที่ 1 นะเหรอ คือคนที่เสือว่าเหมือนหลุดมาจากนิยายอีกคน 

ทั้งตัวจริงๆ และ บทที่แสดงในเรื่องทำให้เสือหายใจเข้าหายใจ

ออกเป็นน้องบูม 

4
windows 7 screen shot

7
free upload 

เสือชอบน้องบูมมากจริงๆ ในบทคือธีร์ พระเอกของเรือง น้องบูมเล่นไว้ดีมากๆ ทุกอย่าง ทุกช็อต ทุกสายตา ทุกคำพูด แค่ออกมาฉากแรกก็เอาใจเสือไปทั้งใจแล้ว ทั้งวันเหมือนชีวิตเสือตื่นมาก็ดูรูปน้องบูม ก่อนนอนก็ดูน้องบูม หลับก็ฝันถึงน้องบูม 

ว่าแต่ได้ข่าวว่าน้องบูมเพิ่ง 15 เอง และปีนี้เสือ 20 

อากกกกก เสือไม่เคยชอบคนเด็กกว่าขนาดนี้เลย 

 

คงเพราะตอนนี้เสือชอบน้องบูมมาก เสือเลยไม่สนใจใครเลย

เสียดายที่น้องบูมบินมากทม บ่อย ตอนที่เสืออยู่เชียงใหม่ 

แถมงานมีทติ้งต่างๆก็เกิดที่กทม ตอนเสืออยู่เชียงใหม่ทั้งนั้น 

ได้โปรดมาเชียงใหม่บ้างเถิด จะเป็นพระคุณมาก 

 

น้องบูมดีต่อใจพี่มากๆ 

คนอื่นอาจจะกรี๊ดฉากขอนไม้ แต่พี่กรี๊ดฉากนี้ 

1
imagehost

 

ตอนนี้เสือคงยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม เหมือนที่เคยนิยามตัวเอง

ไว้ ว่าสนใจอยู่ไม่กี่อย่าง ทำอะไรก็ได้ให้ตัวเองมีความสุข 

เพราะเสือว่าถึงห้องสี่เหลี่ยมเสือตอนนี้มันจะแคบไปหน่อย 

แต่เสือก็มีความสุขดี และนับถอยหลังอีกไม่กี่ปีที่เสือจะเรียน

จบ และกลับไปสู่ที่ๆเป็นของเสือ 

 

..และอีกไม่นานที่ฉันจะกลับไป เพราะไม่มีแห่งไหนจะสุขใจ

อย่างตรงนั้น เธอก็รู้ใช่ไหม .. 

 

เสือคงต้องไปแล้ว วันนี้เรียนวันแรกเสือก็หลับเป็นตาย 

ผ่ากรอสสุดท้ายแล้ว กลิ่นตัวก็อบอวลฟอร์มาลีนมาก

 

ปล.1 พ่อแม่และน้องเสือเพิ่งขึ้นมาเชียงใหม่ตอนเสือปิดบล็อก

พาไปเชียงราย และเสือได้กลับไปพิพิธภัณฑ์ฝิ่น ที่ทำให้เสือกลัว

ฝิ่นจนถึงทุกวันนี้ (ตั้งแต่ 10 กว่าปีก่อน) แต่พอกลับไปก็เหมือนไป

แก้ปมตัวเอง ให้เสือเลิกกลัวได้แล้ว (สำหรับเสือ ยาเสพติดอื่นๆเสือ

ก็เฉยๆ มีแต่ฝิ่นที่เสือได้ยินแล้วใจไม่ค่อยดี) 

ปล.2 เมื่อวานครบรอบ 2 ปีที่เสือไม่ได้เจอคนๆนึง และเสือก็หวังว่า

เค้าจะสบายดี 

 

 

บรรยากาศแปลกๆ

posted on 25 Apr 2016 16:34 by seaukun in Dairy

Boku no migite - We are paramaum 

Ost. Linda linda linda 

เสือเพิ่งดูหนังดีที่สุดเรื่องหนึ่งของญี่ปุ่น เรื่องนี้ไปไม่นานเอง

เสือรู้สึกว่าเสน่ห์หนังญี่ปุ่นมันต้องแบบนี้แหล่ะ ลินดา ลินดา ลินดา

 

ลินดา ลินดา ลินดา เป็นชื่อเพลงของวงร็อครุ่นเก๋าของญี่ปุ่น 

The blueheart ซึ่งสี่สาวตัวเอกของหนังเรื่องนี้นำเพลงมา

Cover เสือชอบการดำเนินเรื่องแบบเรื่อยๆไม่มีจุดพีค แต่รู้สึก

น่าติดตามได้ตลอดเวลา 

 

เสือชอบคาแรคเตอร์ของแต่ละคนที่น่าสนใจ และเป็นตัวของตัวเอง

แบบไม่เวอร์ ประมาณว่าคนแบบนี้เราคงเคยเจอได้ในสังคมทั่วไป 

เสือก็ลองคิดๆดูว่าตัวเองเหมือนใครในสาวสี่คนในวงพารามัมได้บ้าง

 

  • เคียวโกะ (มือกลอง) น่ารักที่สุด และห่างไกลจากความเป็นเสือที่สุด
  • เคย์ เสือว่าเสือแอบเหมือนเค้าในบางมุม ในความขวางโลกหน่อยๆ แต่เสือไม่มั่นเท่าเค้านะ ชอบความเด็ดเดี่ยวของเคย์ดี
  • โนโซมิ เหมือนตรงที่เสือไม่ค่อยพูดเท่าไร และหลับแบบตื่นยากที่สุด อารมณ์บางทีก็พูดตรงๆแบบมึนๆ
  • ซง ดูเอ๋อๆ ให้อารมณ์อามิลี (Amelie) ไม่น้อย และความลังเลกับอารมณ์ขันแปลกๆของเธอ ทำให้เสือรู้สึกว่าเสือเหมือนเธอที่สุดในบรรดาสี่คนนี้

ฉากที่เสือชอบที่สุดคือฉากที่ซงขึ้นไปลองพูดบนเวทีคนเดียว พูดถึงสมาชิกทุกคน แต่พอมาถึงคิวพูดถึงตัวเองก็ทำหน้าแบบไม่แน่ใจว่าจะพูดว่ายังไง เสือว่านั่นมันฉากในตำนานของเสือ 

 

ช่วงนี้เสือเรื้อนมากๆ เสือทำอยู่ไม่กี่อย่างโดยขอแบ่งเป็นข้อๆได้ดังนี้

1.นอน 

อย่าให้เสืออยู่บ้าน เพราะเสือสามารถนอนได้ตั้งแต่เที่ยงคืนยันเที่ยงวัน ตื่นมากินข้าว แ้ล้วนอนต่อจนถึงสี่โมงเย็น ตื่นมาหาอะไรกินแล้วนอนต่อถึงสามทุ่ม เป็นวงจรที่อุบาทว์ที่สุด จนมีคำถามว่า มึงนอนไปได้ไงวะ 

2.เที่ยว

เป็นเรื่องหนึ่งที่เสือภาคภูมิใจมาก เพราะเสือชอบเที่ยวคนเดียว เมื่อก่อนขอบเขตการเที่ยวของเสือจะจำกัด เพราะเสือจะหาที่เที่ยวตามรถไฟฟ้า กับเรือ จนบางที่มันก็ไม่ได้ติดกับพวกการขนส่งแบบนี้ เสือก็จะไปไม่ได้ ไม่ก็ไปได้แต่ใช้วิธีเดิน จนเสือรู้สึกเพลียพอคิดว่าจะต้องเดินเท้าท่ามกลางแดดร้อนๆเหล่านี้ 

ต่อมาเสือเริ่มศึกษาเส้นทางการเดินทางโดยรถเมล์แบบจริงจัง และเอากูเกิ้ลแมปมาเปิดแผนที่กรุงเทพจนสามารถวาดแผนที่ได้คร่าวๆในหัว เสือจึงสามารถเริ่มออกเดินทางได้โดยรถเมล์ 

เสือไปไหนมาบ้าง 

แถวเจริญกรุง 

IMG 20160418 191324
upload picture

 

IMG 20160418 191708
image hosting over 2mb

คงเพราะเสือเป็นเด็กชานเมืองแถบรามอินทรา เสือเลยชอบแถวเจริญกรุงที่มีสถาปัตยกรรมและ ตึกแบบอนุรักษ์ที่สวยงาม (ศิลปะแบบปัลลาเดียน เสือเคยทำรายงานเกี่ยวกับกระทรวงกลาโหมในวิชาศิลปะ เสือเลยพอรู้เรื่องนี้นิดหน่อย) 

เสือเห็นฉากในหนังหลายเรื่องที่ถ่ายทำที่สถานีดับเพลิงบางรัก ซอยเจริญกรุง 36 มานาน และเสือตั้งเป้าหมายว่าจะต้องไปให้ได้ และโชคดีที่เสือสามารถกลับบ้านได้เย็นขึ้น ทำให้เสือสามารถหลีกเลี่ยงความร้อนและมาเดินเที่ยวตอนเย็นๆได้บ้าง

พอตอนเห็นสถานีดับเพลิงที เสืออยากจะกรี๊ดเพราะมันได้บรรยากาศกว่าการได้ดูแค่ในรูปมากๆ และถือเป็นการตามรอยหนังเรื่อง In the mood of love หนังรักที่ให้อารมณ์หน่วงและสถานที่พาไปได้ดีที่สุดเรื่องนึง 

 

เอเชียทีค 

IMG 20160418 191051
imagehosting

จุดประสงค์ของการมาเอเชียทีคมีอย่างเดียวคือ มาตามรอยเอมวีเพลง Unfriend 

เสือลงทุนซื้อตั๋ว 250 บาท ขึ้นไปนั่งบนชิงช้าสวรรค์ และพบว่าเป็นครั้งแรกที่เสือนั่งชิงช้าสวรรค์คนเดียว และเสือก็กลัวความสูงด้วย เพราะตอนที่ขึ้นไปเสือก็เขถิบตัวไปมาเพื่อจะถ่ายรูป ปรากฏชิงช้ามันแกว่ง เสือนี่ว้ากลั่นกระเช้า

แต่มันสวยมากๆเลยนะตอนมองลงมา และรู้สึกเบื่อที่จะนั่งเรือกลับเพราะมันช้า เลยใช้สายตามองลงไปที่ถนนเห็นว่าเออรถไม่ติดนี่ งั้นเสือนั่งรถสาย1 กลับไปที่สถานีตากสินก็ได้

หลายคนอาจจะบอกว่ารถเมล์สาย 8 เป็นรถที่แล่นแรงเร็ว ทะลุ นรกมากที่สุด แต่เสือขอเถียงว่าเป็นสาย 1 ถนนตกมากกว่า (ทั้งรถโดยสารร่วมบริการสีส้มและรถเมล์แดง) อาจเป็นเพราะเสือเคยขึ้นสาย 8 ตอนรถมันติดเลยยังไม่รู้ซึ้งถึง Fast and Furious 

สาย1 ถนนตก ขับเหมือนมีรถมันอยู่คันเดียวบนถนน แรงเร็วทะลุ กดกริ่งปั๊บจอดทันทีไม่รอป้าย บีบแตรเรียกผู้โดยสารโดยไม่สนว่าเค้าจะทำหน้าบอกว่ากูไม่ขึ้นมากแค่ไหน แต่เสือก็ยังคงต้องใช้บริการต่อไป

สำหรับเสือ การท่องเที่ยวที่ดีที่สุดสำหรับเสือ ต้องนั่งรถเมล์ เพราะเสือชอบเที่ยวแบบการมองเห็นบรรยากาศเมือง และวิวต่างๆ ที่รถไฟฟ้าก็สูงเกินไปจะมองเห็นรายละเอียด เรือก็เห็นแต่ริมฝั่งแม่น้ำ แต่รถเมล์ควรจะมีที่นั่ง และคนไม่เยอะแค่นั้นพอ 

 

เสาชิงช้า และ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 

 

IMG 20160420 212928
image hosting without account

 

IMG 20160420 213007
adult image

มาเพื่อตามรอยเอมวี ทิ้งไว้กลางทาง และหนัง รุ่นพี่ 

ทั้งสองเรื่องเป็นการใช้ฉากในกรุงเทพได้สวยงามชวนคิดถึงมากๆ ตามตรงคือเสือก็ไม่ได้ชอบเพลงหรือหนังมากขนาดนั้น แต่เพราะเห็นฉากที่สวย และเสือคิดว่าถ้าตัวเองได้มาคงต้องมีความสุขแน่ๆ 

เสือเดินจากหอศิลป์สยาม มาที่ถนนเพชรบุรีคือที่สี่แยกตรงตึกวรรณสรณ์ และขึ้นรถเมล์สาย 2 ไปลงที่อนุสาวรีย์ปชต พอดี และเสือเพิ่งรู้จักถนนหลานหลวงครั้งแรกก็คราวนี้ 

ข้อเสียของการไปเที่ยวเย็นๆคือเราอาจจะถ่ายรูปย้อนแสงได้ เสือใช้กล้องมือถือถ่ายและใช้แอปแต่งรูปเท่าที่ทำได้ ซึ่งมันไม่ค่อยถูกใจมาก แต่ก็พอเก็บไว้ดูสนุกๆได้ 

เสือเดินไปทางถนนดินสอ และเจอร้านมนต์นมสด รู้สึกตื่นเต้นมากๆ เพราะเสือเพิ่งรู้จักร้านมนต์ตอนที่ไปเชียงใหม่นี่เอง มีคนบอกว่าร้านมนต์นี่ดังมากๆเลยนะ เป็นร้านจากกรุงเทพมาเปิดสาขาที่เชียงใหม่เลย พอไปเจอสาขาแรกที่เสาชิงช้าเสือเลย เห้ยตำนานมาแล้ว 

ว่าแต่ไอ้กดสัญญาณไฟคนข้ามตรงถนนดินสอนี่โคตรนาน เสือรอเกือบห้านาทีได้ พอจะข้ามเลยรถก็สวนมา

เสาชิงช้าลมดี ให้อารมณ์แบบจัตุรัสเทียนอันเหมินมากๆ

และเสือก็มายืนรอรถแถวเทเวศน์ (ที่เป็นบริษัทอะไรสักอย่าง) เห็นคุณอาคนนึงเหมือนมาหัดขี่จักรยาน เสือก็แอบยิ้ม รู้สึกน่ารักดี และรู้สึกผิดที่หัวเราะตอนเค้าขี่ชนเสา

พูดเรื่องหอศิลป์หน่อย เสือไม่รู้ว่าตัวเองโง่หรือว่าสถานที่มีปัญหา เพราะตอนเสือเดินไปเข้าห้องน้ำเสือมองไม่เห็นป้ายบอกเพศ เลยใช้เซ้นส์เดินเลี้ยวขวาไป พอเข้าไปเสือก็ไปล้างหน้าหวีผม ปรากฏเห็นผู้ชายเข้ามา และเดินไปที่โถฉี่ที่เสือไม่เห็นตั้งแต่ตอนแรก เสือนี่ตายห่า กูเข้าห้องน้ำผิด โชคดีที่คนที่เข้ามาเป็นฝรั่งพอมีอายุ เสือเลยบอกซอรี่แล้วรีบๆหอบข้าวหอบของออกไป พอเดินออก อ่าวป้ายมันแปะอยู่หน้าประตูห้องน้ำ รู้สึกอับอาย 

 

ความจริงมีอีกหลายที่ๆเสืออยากไปเที่ยวนะ พรุ่งนี้เสือว่าจะไปเที่ยววังหลัง ท่าพระจันทร์ สะพานกรุงธน และรัฐสภาเสียหน่อย เสือเป็นพวกบ้าสะพานเหล็กด้วย 

 

มีคำถามหนึ่งที่ทุกคนเคยได้ยินคือ ชอบภูเขาหรือทะเล 

เสือเคยตอบว่าภูเขา เพราะน้ำทะเลเหนียว จนได้ไปอยู่เชียงใหม่ และรับรู้ว่าดอยหนาวมาก เสือเลยเปลี่ยนคำตอบมาตอบว่า ทะเล เพราะเสือชอบพัทยา 

แต่ตอนนี้เสือรู้คำตอบแล้วว่าเสือไม่ชอบทั้งภูเขาและทะเล เสือชอบแม่น้ำ 

และแม่น้ำที่เสือชอบที่สุดคือ แม่น้ำเจ้าพระยา 

 

3.เล่นเกมส์ 

เสือติดเกมส์นึงที่ดังในตอนนี้ คือ Stardew valley มากๆ และเล่นมันหนักมากประมาณ 4 ชม.ต่อวัน หลายคนอาจมองว่าไม่เห็นเยอะเลย แต่สำหรับเสือที่ไม่ใช่คนชอบเล่นเกมส์ เสือว่ามันเยอะมากๆ 

เสือชอบเรื่องราว และนิสัยตัวละครในเกมส์ จนเคยเอาเท้าก่ายหน้าผากว่าจะแต่งงานกับใครดี 

ตอนแรกเสือว่าเสือต้องเซบบี้แน่ๆ แต่เอาจริงๆสเปกเสือจริงๆไม่ใช่ผู้ชายสายดาร์กขนาดนี้หรอก เสือมาสนคนแรกที่เสือจีบคืออเล็ก เพราะเสือชอบผู้ชายเล่นกีฬา และมีมุมอ่อนไหวที่ร้องไห้คิดถึงแม่ แต่สักพักเสือว่าความหลงตัวเองของเค้ามันไม่ใช่เสียเลย และเสือมาแพ้แซมกับความกวนตีน และเล่นสเก็ตบอร์ดบนกระถางต้นไม้หน้าบ้านคนอื่น สรุปและสุดท้ายเสือเลยเลือกแซม 

เสือเป็นเกลียดเป็นชังกับเชนมาก เพราะปากหมาเกินเหลือรับ ที่สุดที่เกินจะรับคือบอกว่า มายุ่งกับกูเพราะหวังอะไรใช่ไหม งั้นกูจะจ่ายเงินให้มึงแล้วก็ออกไปให้พ้นหน้ากูซะ 

เสือชอบคู่เอมิลี่กับคลินท์มากๆ เสือเจอเหตุการณ์ที่คลินท์พยายามจะจีบเอมิลี่ โอยน่ารักมากๆ

 

..... หมดเขตกิจกรรมยามว่างเสีอแต่เพียงเท่านี้ .....

 

เสือเคยบอกครั้งก่อนใช่ไหมว่า เสือดีใจที่ได้กลับบ้าน แต่เสือก็รู้สึกได้

ถึงบรรยากาศแปลกๆในบ้าน ทำให้เสือหงุดหงิด และเบื่อหน่ายไม่น้อย 

 

บางทีเสืออาจจะมั่นใจในตัวเองมากไปก็ได้ และเสือยิ่งเป็นพวกโลกต้อง

หมุนตามตัวเสือ ทำให้เวลาเสือทำเรื่องดีๆ และมีคนไม่คิดจะทำมัน 

เสือต้องเซ็งกับตรรกะวิบัติแบบนั้น

 

ปัญหาเดิมมันเกิด และมันจะเกิดทุกครั้งสำหรับเสือ เมื่อเราปล่อยให้ใคร

ก็ได้ก้าวล้ำเข้ามาในความเป็นตัวเรามากเกินไป และนี่คือหนึ่งในสาเหตุสำคัญ

ที่ทำให้เสือเลิกกับแฟน 

 

เสือมีเพื่อนสนิท และเสือรักพวกเค้ามากที่มีความเหมือนกันกับเสือที่ว่า 

ถึงสนิทแค่ไหน มันไม่ได้แปลว่าเราต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเค้าเกิน

ครึ่งนึง อาจจะฟังดูงงๆ เสือขออธิบายใหม่แล้วกัน 

 

ทุกคนว่าการเปิดใจเป็นสิ่งที่ดีใช่ไหม 

เสือไม่ปฏิเสธหรอก เพราะเสือคิดว่าการจริงใจต่อกันเป็นสิ่งที่ดี

แต่บางทีการที่พูดทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับอีกฝ่าย โดยไม่ได้ใช้

ความประนีประนอมในคำพูด มันทำให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่เปล่าๆ ถึงเจตนา

มันจะเห้ย ก็เราจริงใจ ไม่ชอบอะไรเราก็บอก แต่บางทีมันก็ทำร้ายจิตใจ

กันมากไป ถ้าเราเลือกที่จะบอกแต่สิ่งที่เราไม่ชอบเพื่อให้อีกฝ่ายปรับปรุง

แต่ไม่รับฟังข้อผิดพลาดของตัวเองเลย 

 

โอเค ง่ายๆคือว่า ถ้าเราหวังจะให้อีกฝ่ายทำดีกับเรามากขึ้น แต่เราแม่ง

ก็เน่าหนอนทำตัวส้นตีนเหมือนเดิม ทางที่ดีกว่าคือไม่ต้องใส่ใจกับสิ่งที่

อีกฝ่ายทำไม่ดีกับเรามาก เพราะเราแม่งก็แก้ไขตัวเองไม่ได้เหมือนกัน 

ความอดทนบ้าง ไม่ใส่ใจบ้าง และก็มองโลกในแง่บวกบ้าง มันจะช่วย

ปิดปากไม่ให้พูดอะไร และก็ทำให้มีความสบายใจเกิดขึ้น 

 

เสือรู้สึกแย่กับเรื่องนึงมากๆ เพราะเสือรู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่คนที่คิดจะเอา

ตัวเองมาข่มใคร หรือคิดว่าตัวเองดีกว่าใครเลย และถ้ามีคนมาคิดว่าเสือ

เป็นพวกอวดเก่งและพยายามอวดเก่งกับเสือเป็นการเกทับ เสือจะรู้สึก

เสียใจมากๆ เสียใจที่ทำไมเค้าคิดว่าเสือเป็นคนแบบนั้น เค้าอยู่กับเสือ

มาขนาดนี้ยังไม่รู้จักเสืออีกเหรอ

 

เสือเล่าให้แม่ฟัง แม่บอกว่าช่างมันเถอะ ทุกคนก็ต้องเรียนรู้ที่จะโต

และปรับความคิดตัวเอง

เหมือนที่เสือโตขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันนี้ 

 

เสือรู้สึกมีความสุขเรื่อยๆ เพราะเสือชอบตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ 

ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้เสือไม่ชอบตัวเองนะ แต่ถ้าเทียบความรู้สึก

ตอนนี้กับตอนก่อน เสือรู้เลยว่าชอบเสือตอนนี้มากกว่าตอนนั้นมากๆ

 

เสือเคยบอกแม่ว่า บางทีเหมือนรู้สึกว่าตัวเองเริ่มเย็นชา และก็มีน้ำใจ

ความเห็นอกเห็นใจต่อคนอื่นน้อยลง แต่ไม่คิดว่าตัวเองกำลังแย่ลง

แม่บอกว่าไม่ใช่ว่าเราแย่ลงหรอก แต่เรารู้สึกปล่อยวางมากขึ้น 

 

ชีวิตในมหาลัยปี 2 นี่ทำให้เสือรู้จักใช้คำพูด และก็คิดก่อนทำมากขึ้นมากๆ

เสือรู้จักใช้เวลาเป็นเครื่องมือเพื่อให้ทุกอย่างมันดีขึ้น และอีกสิ่งหนึ่งที่เสือ

ภูมิใจมากๆคือ เสือคุยโทรศัพท์เก่งขึ้นมากๆ 

เพราะเมื่อก่อนเสือไม่ค่อยกล้าใช้โทรศัพท์ไปติดต่องานต่างๆ เพราะเสือมัก

เรียบเรียงคำพูดไม่ค่อยถูก แต่เดี๋ยวนี้แค่มีแพลนคร่าวๆในหัว ก็สามารถพูด

อย่างละเอียด และเสือก็จะได้สิ่งที่ต้องการได้ 

 

มีคำนึงที่เสือชอบมากคือ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องได้ด้วยกล 

คือเสือว่ามันคงไม่ได้ใช้ได้ทุกสถานการณ์หรอก แต่ถ้าเราลองหาวิธีการ

ที่มันไม่ได้ตรงตามตำราเป๊ะๆ และนำมาใช้ได้ผลจริง เสือว่ามันน่าชื่นชมเลยทีเดียว 

 

เสือโอเคมากๆกับการที่เสือภูมิใจว่าตัวเองเป็นคนนึงที่ดี แม้จะไม่พร้อม

แต่มันก็ดีพอที่จะทำให้เสือมีความสุขโดยไม่ต้องพยายามมาก และเสือก็

คิดว่าเสือไม่มีอะไรที่ต้องไม่ภูมิใจ และถ้าไม่มีใครคิดเหมือนที่เสือคิด 

เสือก็โอเคมากๆ 

 

เสือหวังว่าเสือจะทำให้บรรยากาศแปลกๆหายไปได้นะ 

 

เสือต้องไปดูซีรี่ส์แล้ว ตอนนี้เสือดูเรื่อง Sugarless อยู่ 

เสือชอบมารุโมะ กับ ฮิราโอริมากๆ 

 

ปล.ตอนนี้เห็นคนเล่นแท็ก จะบอกความรู้สึกกับคนที่มาไลค์แบบไม่กัํก สักอย่าง เสือไม่กล้าเล่นเพราะกลัวไม่มีใครมากดไลค์ แล้วเสือจะลบหนีไม่ทัน ซึ่งเป็นกรณีเดียวกับ Ask Fm ที่เสือไม่เชื่อมกับเฟส เพราะเสือกลัวไม่มีใครมาถาม เออว่าแต่ถ้าแปะไว้ในนี้จะมีคนมาถามไหมนะ 

ปล2 Askfm : seaukun เพราะไม่มีใครถามเสือเลยเล่นตอบคำถามสุ่มแบบบ้า 

ปล3 คนที่เสือทักแชทไป เสือคุยได้ 3 วันก็จบเพราะถึงเค้าจะตอบดีมากๆ แต่เค้าไม่ได้ชวนเสือคุยกลับเลย เสือเลยรับรู้ได้ว่า ถ้าผู้ชายทำท่าว่าไม่สนใจ คือเค้าไม่สนใจจริงๆไม่มีเหตุผลอื่น (He's just not that into you) และเสือก็ไม่ใช่คนตื้อเก่งด้วย (ทักไปก็ใช้ความกล้าสุดๆแล้ว) เลยยอมให้เค้าเป็นแค่ความรู้สึกดีๆ 

ปล4 เสืออยากพูดถึงคนนึงจัง แต่เสือยังไม่มีอารมณ์พูดถึงมากพอ ไว้คราวหน้าแล้วกัน